“แย่งยึดที่ดิน” วิกฤตร่วมชาวบ้านไทย-เขมร-มาเลย์ เสนอจับมือแก้ข้ามแดน

สถานการณ์แย่งยืดที่ดินในสามประเทศอาเซียนยังวิกฤตต่อเนื่อง พร้อมแนวโน้มเชื่อมโยงการลงทุนข้ามแดน ตัวแทนเครือข่ายประชาสังคมอาเซียนเผยอาจถึงเวลาต้องจับมือร่วมกันแก้ “ข้ามแดน”

(ภาพ : วิชัย จันทวาโร)

สถานการณ์และวิกฤต

วันนี้ (27 กันยายน 2564) เวลา 09.30 น. MAEW 2021- Mekong Asean Environmental Week งานเสวนาออนไลน์ สัปดาห์สิ่งแวดล้อมอาเซียนในหัวข้อ “หลากรูปแบบของการแย่งยึดที่ดินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” 

ดำเนินรายการโดย เอียง วุดที Equitable Cambodia และผู้เข้าร่วมเสวนาจาก People Before Profit (PBP) SUARAM Malaysia นักวิจัยเรื่องที่ดินจาก Equitable Cambodia กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน Land Watch ร่วมอภิปราย 

เอียง วุดที Equitable Cambodia อธิบายว่า 3 ประเทศ กำลังเผชิญการแย่งยึดที่ดินที่หลากหลาย ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ธนาคารโลก หรือธนาคาร ADB จัดโครงการสินเชื่อรายย่อย ส่งผลให้ชาวบ้านเป็นหนี้สิน บีบให้ต้องขายสูญเสียที่ดินของตัวเอง ผลจากออกกฎหมายที่ดินสนับสนุนให้นักลงทุนตั้งแต่ปี 2001  

ประเทศมาเลเซีย รัฐบัญญัติจัดสรรที่ดินชนเผ่าพื้นเมือง กฎหมายบัญญัติที่ดินที่ไม่มีโฉนดตกเป็นของรัฐทั้งหมด ไม่ได้คำนึงสิทธิในที่ดินของชนเผ่าพื้นเมืองพื้นที่ดินบรรพบุรุษภายหลังออกสัมปทานให้กับบริษัท-นักลงทุน และประเทศไทย ผลกระทบจากนโยบายการจัดการที่ดินเขตป่า กฎหมายมีความเข้มงวดมาก สร้างปัญหาความขัดแย้งระหว่างทหารกับชาวบ้าน มีการฟ้องร้องชาวบ้านถึง 2 หมื่นคดี เมื่อ 7 ปีที่แล้ว

“มันจำเป็นต้องมีความพยายามร่วมกัน ในระดับภูมิภาค เพราะว่าปัญหาเหล่านี้ เป็นปัญหาข้ามพรมแดน เรามีองค์กร NGO ในระดับท้องถิ่นที่พยายามทำงานเรียกร้องความรับผิดชอบของนักลงทุน และบริษัทเอกชน ในทุกแห่ง จำเป็นต้องร่วมมือกันระหว่างประชาชน ต่อองค์กรที่จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อที่จะปกป้องสิทธิที่ดินของเรา และสิทธิมนุษยชนของเรา นั้นคือข้อสรุปของผมนะครับ” เอียง กล่าว

ผู้ดำเนินรายการ และเจ้าหน้าที่ Equitable Cambodia อธิบายในช่วงท้ายของเวทีอภิปราย ต้องมีการแก้ไขทบทวน ระบบการจัดสรรที่ดิน ผมคิดว่าทุกแห่งเลยต้องมีการปฏิรูป ปรับปรุงเกี่ยวกับกฎหมายการจัดสรรที่ดิน โดยจะต้องมีกรรมการ ผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลเพื่อรัฐบาลกลาง ท้องถิ่น ไม่ได้มีอำนาจสูงสุดในการที่จะเข้ามากำกับ ควรจะมีคณะกรรมการที่จะทำหน้าที่นี้ขึ้นมา ที่สามารถรับฟังข้อคิดเห็น รับเสนอจากประชาชนได้

พรพนา ก๊วยเจริญ (ภาพ : MAEW 2021)

ข้อเสนอ “ความร่วมมือข้ามแดน”

พรพนา ก๊วยเจริญ กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน Land Watch เปิดเผยว่า มันยากมากสำหรับชาวบ้านในแต่ละประเทศ เพราะว่าสถานการณ์ที่ดินนี้เราได้พูดกันมา 10 ปีแล้วในเรื่องของระหว่างประเทศ ในเขตภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงสองปีที่แล้วมีการประชุมกันพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ 

“เราคิดว่ามันควรจะต้องมีการพูดคุยหัวข้อใหม่ความท้าทายเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ดิน ว่ามันมีความท้าทายอะไรที่เราจะสามารถพูดคุยกันได้ ดิฉันคิดในช่วงการประชุมของ MAEW Mekong Asean ครั้งต่อไป วางกระบวนการพูดคุยในประเทศที่เกี่ยวข้องที่ดิน ซึ่งเราจะต้องแบ่งปันสถานการณ์และท้าทาย แต่ละประเทศเจอและความท้าทายระหว่างประเทศด้วย คืออะไร ข้ามพรมแดนคืออะไร เพราะว่าจะต้องมีการพูดคุยกันอย่างลงลึก เพื่อเจาะประเด็นความท้าทายที่เรากำลังประสบอยู่หาข้อทางออกร่วมกัน” พรพนา กล่าว

สุเรช บาละสุบรามาเนียม People Before Profit (PBP) SUARAM Malaysia เปิดเผยว่า การแย่งยึดที่ดินมันกำลังเกิดขึ้นในชุมชนพื้นเมืองมาเลเซีย หลายชุมชนทางด้านตะวันตก และทางด้านตะวันออก เพราะว่ามีชนพื้นเมือง เรามีเกษตรกรมี และมีปัญหาของชุมชนเมืองด้วย 

“การที่จะช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบ หรือผู้ที่ได้ถูกแย่งยึดที่ดิน สามารถที่จะต่อสู้หรือคัดค้านได้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมาร่วมมือ รวมตัวกัน เพราะว่าเราไม่สามารถต่างคนต่างทำ เราจะต้องมีเครือข่ายระหว่างชุมชนที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ และชุมชนเหล่านี้จะต้องพูดคุย แล้วก็ต้องร้องเรียนต่อรัฐท้องถิ่น แต่ละรัฐมาเลเซีย 

เพื่อขอให้แก้ไขปัญหา รัฐบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน การจัดสรรที่ดิน เพื่อแก้ปัญหาของเขา มันจะไม่ได้ต้องให้ปล่อยให้แต่ละชุมชนต่อสู้กันเอง จะต้องมีความรวมกันเพื่อสร้างเครือข่ายที่ดินสัมพันธ์กัน เพื่อแก้ไขรัฐบัญญัติ กฎหมายการแก้ไขจัดสรรที่ดิน เพื่อให้ตระหนักยอมรับการที่ดินบรรพบุรุษของเขา นี้คือหนทางที่จะหยุดการแย่งยึดที่ดินในมาเลเซียได้” สุเรช กล่าว

สอง ดานิก นักวิจัยเรื่องที่ดินจาก Equitable Cambodia อธิบาย ข้อเสนอแนะจากชุมชนกัมพูชา ที่ได้จากข้อเสนอแนะจากทางผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวข้อง นายทุนต่างชาติหรือเจ้าหน้าที่ในกัมพูชา เพื่อที่จะมามีการตรวจสอบค้นหาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน 

“เนื่องมาจากการปล่อยสินเชื่อรายย่อย จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มันควรจะมีเจ้าหน้าที่มาจากการสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารโลก หรือ ADB เข้าร่วม แล้วประเด็นที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อย จะต้องไม่เกิน 18 เปอร์เซ็นต์ตอนนี้ ก็ควรจะมีกระบวนการผ่อนผัน เพื่อช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ของผู้ที่เป็นหนี้ปัจจุบันนี้ให้ได้มิเช่นนั้น มันก็จะก่อปัญหาเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพิ่มเติม เช่นเด็กจะต้องออกจากโรงเรียนเป็นต้น” นักวิจัยเรื่องที่ดินจาก Equitable Cambodia กล่าว