กินเพื่ออยู่

บันทึกรัก(ษ์)นักสารคดีช้างป่า 2564: ตอนที่ 10 

ตาล วรรณกูล

 

ในความหมายของชีวิตที่ต้องหล่อเลี้ยงด้วยพลังงานและสารอาหาร ไม่ว่าจะคนเราเองหรือส่ำสัตว์นานาพันธุ์ การกินคือสิ่งเดียวที่ทำให้มีชีวิตดำรงอยู่ได้ หากจะว่าไปแล้วคนเราอาจกินมากกว่าช้างหลายสิบเท่า

บ่ายแก่วันนั้นอากาศอบอ้าว เมฆฝนอึมครึมหม่นหมอง สายลมหยุดนิ่งราวกับว่าพวกมันเบื่อหน่ายกับการพริ้วพัด ขณะที่เสียงเลื่อยยนต์ยังคงกังวาลออกมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อแข่งกับเวลาหรือหยาดฝนที่กำลังจะหลั่งริน มันเป็นห้วงยามของการล้มต้นยูคาลิปตัสของผู้มีอันจะกินในเมืองใหญ่

วัฒนธรรมการทำไม้ในพื้นที่แห่งนี้ไม่เคยหนีหายตายจาก ถึงแม้จะหมดยุคสัมปทานป่าไม้ไปแล้วกว่าสามทศวรรษ เมื่อป่าหมด ต้นไม้ใหญ่ถูกตัดขายไปเสียสิ้น ป่ายูคาฯ ป่าสัก ป่ายางพารา ก็เติบโตขึ้นมาทดแทนที่ เสียงเลื่อยยนต์ เสียงไม้ล้มคลืนครางยังคงก้องอย่างที่มันเคยเป็น แต่ทว่าช้างป่ากลับไม่แยแสต่อความอึกทึกเหล่านั้นเช่นในอดีตอีกแล้ว

“สมัยนั้นนอกจากป่าจะแตกจากการทำไม้ ก็ยังมีการล่าสัตว์ป่าอยู่เนือง ๆ คนดัง คนมีชื่อเสียง ศิลปิน นักร้อง ดารา เจ้าสัว แบกปืนไรเฟิ่ลแรงสูงมาจากบางกอกมาตะลอนป่าแถวนี้เป็นประจำ พรานกรุงเหล่านั้นเขาล่าเป็นเกมกีฬา ขับรถจิ๊บส่องไฟเจอะอะไรก็ยิงอันนั้น บางครั้งพวกเขาก็ยิงใส่ไฟท้ายรถเพื่อนก็มี” 

ตาบุญ อดีตลูกจ้างบริษัทเอื้อวิทยาเล่าให้ผมฟังอย่างนั้น ครั้งเมื่อเราพบกันราวกลางฤดูหนาวเมื่อต้นศก 

“ช้างรึจะอยู่ได้ เสียงโครมคราม ๆ ปึงปัง ๆ ทั้งวันทั้งคืน ตรงไหนที่รัฐบาลสงวนไว้นั่นแหละคือที่ช้างเข้าไปแอบ โอกาสจะเห็นช้างไม่ได้มีมากเหมือนทุกวันนี้หรอก นาน ๆ ถึงจะได้เห็นตัวสักครั้ง”

“แล้วตาเคยเห็นลูกช้างไหม” 

ผมถามก่อนที่ชายชราวัยเจ็ดสิบจะยกมืออันเหี่ยวแห้งขึ้นเกาคาง 

“เคยเห็นอยู่ครั้งสองครั้ง ช้างมันไม่ค่อยเอาลูกออกมาโชว์ตัวหรอกนะ ครั้งหนึ่งตาเดินลัดจากปางไม้ทางฝั่งลาดกระทิงมายังตีนเขานี้ (ปัจจุบันเรียกเขายายหมาน้อย) เพื่อหนีตาย ก็ไปจ๊ะเอ๋กับช้างโขลงใหญ่ คิดในใจว่าหนีเสือมาปะกับช้างเว้ยเฮ้ย โชคดีที่มันไม่ทำอะไรตาหว่ะ มันพาลูกเล็ก ๆ สามสี่ตัววิ่งอ้าวไปเลย ฝุ่นที่ติดตัวมันฟุ้งตลบเหมือนเราอยู่ในดงหมอกยังไงยังงั้น หัวใจตาหล่นไปอยู่ตาตุ่มเลยล่ะ” 

เสือในความหมายของตาบุญ หาใช่เสือโคร่งหรือลายพาดกลอนอันใดไม่ หากแต่เป็นเสือที่หมายถึงบุคคลถืออาวุธ มีอำนาจ ปล้นแย่ง ช่วงชิง เข่นฆ่าคนด้วยกันเองเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง จะด้วยเหตุใดไม่ทราบได้ เพราะตาบุญแกไม่เคยปลิปากเล่าให้ฟังว่าทำไมถึงต้องหนีตายจากเสือเหล่านั้น แต่แน่นอนว่าความขัดแย้งในยุคนั้นสมัยนั้นโทษของมันคือความตาย

 

 

เลื่อยยนต์ของพวกลูกจ้างตัดไม้ยูคาฯ ยังคงคำรามส่งเสียงอื้ออึงอยู่เช่นนั้น ลูกช้างป่าที่ตาบุญเคยเห็นอาจไม่ได้มีชีวิตอยู่เนื่องหมดอายุไขไปนานแล้ว จะหลงเหลือก็เพียงช้างป่าที่เป็นลูกหลานของพวกมันเท่านั้นที่ยังต้องหาทางเอาตัวรอดท่ามกลางป่าปลูกและดงพืชเศรษฐกิจสมัยใหม่

ไม่นานนักเมฆฝนที่ลอยเคว้งอยู่เหนือหัวก็ค่อย ๆ ทิ้งตัวต่ำลง มันคงควบแน่นกันเต็มที่ จนถึงที่สุดก็กลั่นเป็นหยดน้ำฟ้าหลั่งชโลมจนเปียกปอน เสียงคำรามที่เคยอื้ออึงหยุดหาย ก่อนที่ช้างพลายตัวนั้นจะปรากฏตัวอีกครั้ง เราจึงเริ่มติดตามดูและเรียนรู้พฤติกรรมของมันท่ามกลางพายุร้ายที่ถั่งโถมโหมกระหน่ำ ฝนหรือเป็นแค่ปัจจัยทางธรรมชาติ แต่คนต่างหากที่ร้ายกาจกว่าฟ้าฝน

ก่อไผ่ ยอดหญ้า เถาวัลย์ไม่กี่เส้น คือสิ่งที่คนเราหลงเหลือให้พวกมัน การปรับเปลี่ยนวิธีหากินของพวกมันในพื้นที่ของคนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก มันสำปะหลัง อ้อย กล้วย ขนุน ทุเรียน ลองกอง กระท้อน ข้าวเปลือก ถือเป็นสิ่งใหม่ที่ได้ลิ้มลองแล้วติดใจ และพฤติกรรมทำซ้ำก็วนเวียนไปตามห้วงฤดูกาล ช้างต้องการเพียงให้ได้กินเพื่อความอยู่รอด แล้วคนเราล่ะ จะอยู่รอดอย่างไรท่ามกลางการทำลายล้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด?

 

 

ผมเดินตามดูช้างพลายตัวนั้นชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ไปในที่ที่มันพาผมไปเริ่มจากก่อไผ่ริมป่ายางพาราและป่ายูคาลิปตัส ผละจากกอไผ่ที่ยอดอ่อนเริ่มหมดก็หันไปเลาะเล็มหญ้าที่หลงเหลือจากวัวควายแทะเล็ม เมื่อตะวันตกดินนั่นอาจทำให้มันกล้าพอที่จะเข้าไปเขย่าต้นกระท้อนริมบ้านหลังหนึ่งพอได้หยิบเข้าปากไม่กี่ลูก ก็ถูกเจ้าของจุดประทัดไล่ตะเพิดออกมา มันหลบไปซุกตัวไม่ห่างจากบ้านหลังนั้นเสมือนว่ากำลังรอเวลา และแล้วมันจึงตัดสินใจมุ่งไปตามทางดินรุกรังที่ตัดเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน ดึงหญ้าที่

รอดพ้นจากยาฆ่าหญ้าสองสามกำงวงเข้าปากแล้วเดินต่อไป ครั้นถึงไร่มันสำปะหลังมันยักยื้อยักยันกับรวดรั้วไฟฟ้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดใจเดินผ่าน และมุ่งหน้าต่อไป หยิบจับอะไรได้ก็เอาเข้าปากไว้ก่อน เพียงเพื่อให้ได้กิน กินเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อให้พ้นคืน

ต่างกันนักกับการกินของคนเรา ท้องหรือก็เล็กกว่าช้างหลายเท่า แต่ใยกินมูมมามกินล้างกินผลานไม่มีที่สิ้นสุด คนบางคนมีที่ดินนับร้อยนับพันไร่ ขณะที่เสวยสุขท่ามกลางความทุกข์เข็ญของสิ่งมีชีวิตอื่น ปากก็ยังพร่ำบ่นว่า “ไม่เพียงพอ” อยู่อย่างนั้น และจึงต้องแสวงหาเพื่อให้ได้มาซึ่งการครอบครองและแปรสภาพเพิ่มมูลค่าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บีบครั้นกดทับเพื่อนชีวิตอื่นอย่างไร้ความปราณี

ในการติดตามเรียนรู้พฤติกรรมช้างป่าในแต่ละคืน ผมต้องทำใจยอมรับกับความเศร้าหมองที่คอยกัดกินรุมเร้า ทั้งความเห็นใจช้าง และเห็นใจคนผู้ที่ดำเนินชีวิตท่ามกลางความขุ่นมัวและแสงสว่างอันรีบรี่ซึ่งเป็นชาวบ้านตาดำ ๆ คนตัวเล็กตัวน้อยที่อยู่เบื้องล่างของกลไกระบบเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมและเท่าเทียม การมีชีวิตอยู่ในพื้นที่แห่งปัญหานี้ยากเย็นข้นแค้นพอ ๆ กัน ไม่ว่ากับคนหรือกับช้างป่า แต่ทุกชีวิตก็ต้องกิน กินเพื่อจะมีชีวิตอยู่ หาใช่ความมั่งคั่งอันใดไม่