ผ่าน EIA ผันน้ำยวม เผย ‘เข้าครม.ปีหน้า-ไม่เก็บค่าน้ำชาวนา-อาจไม่พึ่งทุนจีน’

บอร์ดสวล. ผ่านอีไอเอโครงการผันน้ำยวม กรมชลฯ เผย “เข้าครม.ปีหน้า-ไม่เก็บค่าน้ำชาวนา-อาจไม่พึ่งทุนจีน” ทส. ยอมรับกังวลเรื่องใข้พื้นที่ป่า-จะปลูกป่าทดแทน 

เครือข่ายชาวบ้าน-นักศึกษา-กลุ่มสิ่งแวดล้อม ไว้อาลัย “อีไอเอมาตรฐานร้านลาบ” เริ่มขยับคัดค้านต่อ ออนไลน์ 

 

ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมฯ จัดขึ้น ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านระบบ VDO conference (ภาพจากแฟ้มข่าว : กรมป่าไม้)

 

บอร์ดสิ่งแวดล้อมอนุมัติ “ผ่าน”

วันนี้ (15 ก.ย. 2564) ที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 4/2564 มีมติอนุมัติให้ความเห็นชอบโครงการ “ผันน้ำยวม” หรือโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม – อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ของกรมชลประทาน 

การประชุมมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม จัดขึ้น ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านระบบ VDO conference โดยมีวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธาน  ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการและเลขานุการ และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

ที่ประชุมฯ ได้มีการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) จำนวน 5 โครงการ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านพลังงาน ตามแผน PDP 2018 เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมในพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้ และเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำของประชาชน ได้แก่ 

  1. โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8 – 9 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  2. โครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1 – 2 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  3. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองแนวใหม่ สายอำเภอหาดใหญ่ – ชายแดนไทย – มาเลเซีย ของกรมทางหลวง
  4. โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน จังหวัดพะเยา ของกรมชลประทาน 
  5. โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม – อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ของกรมชลประทาน 

 

(ภาพ : รายงานผลกระทบโครงการฯ)

 

เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติปีหน้า-ไม่เก็บค่าน้ำชาวนา-อาจไม่พึ่งทุนจีน

“ขั้นตอนต่อไป กรมชลประทานจะต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการเตรียมการใช้ที่ดินเพื่อทำการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ซึ่งอาจจะเสนอคณะรัฐมนตรีในปีหน้า

ส่วนงบประมาณที่ใช้ในโครงการนั้น เป็นงบที่ทางรัฐบาลจะเป็นผู้จัดหามา ส่วนที่มีการอ้างว่าจะมีการใช้เงินลงทุนจากจีนนั้น เป็นแค่ข้อเสนอ ที่ผ่านมาทุกโครงการในการบริหารจัดการน้ำนั้นใช้เงินในประเทศแทบทั้งสิ้น

ส่วนข้อกังวลเรื่องการเก็บค่าใช้น้ำนั้น ยืนยันว่ายังไม่มี เพราะยังไม่มีกฎหมายการเรียกเก็บค่าใช้น้ำจากเกษตรกร เพราะรัฐบาลตระหนักถึงภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องดังกล่าวของเกษตรกร ส่วนการผันน้ำจะไม่ให้มีผลกระทบกับชุมชนที่อยู่ลุ่มน้ำยวม เนื่องจากจะมีการผันน้ำในฤดูฝนเท่านั้นที่มีปริมาณน้ำเกินความต้องการ และมีปริมาณที่กำหนดไว้แล้วว่าจะรักษาระดับน้ำที่อยู่ในลำน้ำ โดยมีแผนจะผันน้ำ 1,795 ล้านลบ.ม ต่อปี งบในการก่อสร้าง 70,675 ล้านบาท” เฉลิมเกียรติ์ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยผ่านรายงานข่าวของ สำนักข่าวชายขอบ

 

จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ภาพ : ทส.)

 

ทส.ยอมรับกังวลเรื่องใช้พื้นที่ป่า หาทางปลูกป่าทดแทน

“ในการพิจารณา EIA ของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลแนวส่งน้ำยวม- อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลนั้น แต่ละฝ่ายได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ 

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯมีความกังวลในเรื่องความลึกของการขุดอุโมงค์และต้องใช้พื้นที่ป่าสงวนอย่างไรก็ตามขณะนี้ได้กันพื้นที่ 800 ของอุทยานฯไว้แล้ว รวมทั้งเตรียมแผนในเรื่องการปลูกป่าทดแทน” ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยกับสำนักข่าวชายขอบดังกล่าว

 

 

ไว้อาลัย “มาตรฐานอีไอเอร้านลาบ” 

“ผันน้ำยวมผ่าน กกวล.จนได้แบบไม่ได้ติดใจอะไรเลยหรือ แต่ .. แต่ ภาคประชาชน ชาวบ้าน สู้กันอีกยาว นาน 10 ปี 20 ปี เชื่อเถอะ ยาว ๆๆ ไป ..

ผิดหวัง กรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยเฉพาะ รมต.ทส.ปลัด ทส.ที่ให้รายงานที่ไม่มีคุณภาพผ่านไปแบบไม่ท้วงติง และไม่พิทักษ์ทรัพยากร ขอไว้อาลัย..ผิดหวังอย่างแรง” หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กหลังทราบข่าวผลการประชุมฯ 

ตามด้วยความเห็นใต้โพสต์ที่เผ็ดร้อนและการตั้งคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ รมว.ทส. วราวุธ ศิลปอาชา และมาตรฐานการอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) หรือ “กรณีอีไอเอร้านลาบ” อาทิ “รมต. ทส. ที่ยังไม่สร้างมรรคสร้างผลอะไรแก่ประชาชน แก่ทรัพยากรเลย” “ไม่รู้เรื่อง มาเป็นกรรมการได้ไงครับ” หรือ “ กกวล.ร้านส้มตำหรือร้านลาบ” เป็นต้น

 

(ภาพ : สำนักข่าวชายขอบ / เพจชมรมอนุรักษ์)

 

เครือข่ายชาวบ้าน-กลุ่มอนุรักษ์ขยับค้านออนไลน์

การอนุมัติผ่านอีไอเอของบอร์ดสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ได้นำไปสู่กระแสการเคลื่อนไหวคัดค้านผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของหลายกลุ่ม รวมถึงนักศึกษา ชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบ และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

“คัดค้านโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลแนวส่งน้ำยวม – อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล .. 

ชุมนุมอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการเรียกร้องให้รัฐบาลยุติโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้งหมด ยกเลิกการเร่งผลักดันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแบบเหมารวม และเลือกการจัดการแหล่งน้ำนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นลำดับแรก เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็น การสูญเสียทรัพยากรป่าไม้-สัตว์ป่า รวมถึงการสูญเสียความหลากหลายทางระบบนิเวศที่มีความสำคัญและมีคุณค่า ทางชุมนุมขอให้รัฐบาลส่งเสริมนวัตกรรมการจัดการน้ำแบบไม่ทำลายพื้นที่ป่าเพื่อให้คนและสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน” ชุมนุมอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม TU (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ประกาศผ่านเพจฯ

“ไม่เอาผันน้ำยวม .. ไม่เอากองดิน .. ไม่เอาอุโมงค์” ส่วนหนึ่งของข้อความชาวบ้านจากบ้านห้วยส้มและบ้านหนองอึ่ง อำเภออมก๋อยและอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันถ่ายภาพถือป้ายคัดค้านโครงการผันน้ำยวม และโพสต์ลงตามช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ จากการรายงานของ สำนักข่าวชายขอบ

“ขอเป็นกระบอกเสียงในการคัดค้านโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลแนวส่งน้ำยวม – อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล” ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาสังคม RMUTT (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี) ประกาศผ่านเพจชมรมฯ พร้อมจดหมายแสดงการคัดค้านที่ร่วมลงชื่อโดย 20 องค์กร-เครือข่ายอนุรักษ์และนักศึกษา