ชุมชนประมง “นาทับ” กับบทบาทสตรีกลางโควิดที่น่าจับตา

เมื่อชุมชนประมง “นาทับ” สงขลา พยายามรับมือวิกฤตโควิดที่ต่อเนื่องกว่าปีด้วย ‘การแปรรูป’ อาหารทะเล ด้วยความร่วมมือสมาคมรักษ์ทะเลไทยหนุน ’นาทับ’ จัดการทรัพยากรฯ-เพศ อย่างมีนัยสำคัญ กรมประมงเผย “บทบาทสตรี” กุญแจสำคัญของความสำเร็จ 

รับมือวิกฤตด้วย ‘การแปรรูป’ อาหารทะเล

การประมงไทย ต้องเผชิญวิกฤตโควิด – 19 ที่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจการประมง ราคาผลผลิตต่ำ ตลาดลดลง แต่กลุ่มสตรี ‘นาทับ’ อ.จะนะ จ.สงขลา โดยมี บี้เย๊าะ อำพันนิยม ประธานกลุ่มสตรีแปรรูปอาหารทะเลชุมชนบ้านนาทับ สร้างทางออกตลอด 2 ปี ทำกิจกรรมกลุ่มฯ เพื่อแปรรูปวัตถุดิบประมงที่ได้ปลาจากประมงพื้นบ้าน (สามี) แปรเป็น ปลาเค็ม ปลาหวาน ข้าวเกรียบ ส่งให้สมาคมรักษ์ทะเลไทย บริจาคให้กับผู้ที่ติดเชื้อโควิด – 19 

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 เวลา 19.00 น. – 20.00 น. สมาคมรักษ์ทะเลไทย เสวนาออนไลน์ “เรื่องเล่าจากสนาม EP6 ตอน บทบาทผู้หญิงกับการพัฒนาองค์กรประมงพื้นบ้าน พื้นที่จังหวัดสงขลา กรณี : สมาคมเรือประมงชายฝั่งคลองนาทับ” โดยมี ประธานกลุ่มสตรีแปรรูปอาหารทะเลชุมชนบ้านนาทับ นายกสมาคมเรือประมงชายฝั่งคลองนาทับ ประมงอำเภอจะนะ และ เจ้าหน้าที่สมาคมรักษ์ทะเลไทย เข้าร่วม เพื่ออธิบายถึงสถานการณ์บทบาทสตรี บนพื้นที่การจัดการทรัพยากรการประมง

บี้เย๊าะ อธิบายถึงแรงจูงใจของกลุ่มสตรีแปรรูปฯ เนื่องจากผู้หญิง ไม่สามารถทำงานออกทะเลได้ การตั้งกลุ่มเพื่อแปรรูป แล่ปลา วัตถุดิบของสามีที่ได้ปลากลับมา สถานการณ์โควิด – 19 ทำให้คนตกงาน และไม่มีงานทำ ไม่ต้องไปรับทำงานที่อื่น สมาชิกร่วมทำกิจกรรมได้ โดยส่วนใหญ่เป็นคนสูงวัย นอกเหนือกิจกรรมการแปรรูปแล้ว แบ่งกำไรบางส่วนจากการขาย ทำแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ(บ้านปลา) เพื่ออนุรักษ์-หนุนเสริมเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนประมงชายฝั่ง

“ก็อยากให้พี่น้องได้มีงานทำ อย่างผู้ชายได้ออกทะเล แม่บ้านไม่ได้ออกทะเล รับจ้างแล่ปลาทำในกลุ่ม หรือว่า ทำข้าวเกรียบ มันเป็นงานของผู้หญิง เอาวัตถุดิบของสามี แปรรูปปลาเค็ม ปลาหวาน ข้าวเกรียบ ไม่ต้องรับจ้างทำงานที่อื่น ส่วนมากคนมีอายุ ช่วงโควิดไม่มีงานทำ ตกงาน ทำให้มีคนที่อยากมาทำงานร่วมกับเรา  นี้เป็นแรงจูงใจ อยากให้เขามีงาน ไม่อยากเห็นเขาลำบาก

กลุ่มสตรีแปรรูปได้ทำปลาได้ส่งให้กับสมาคมรักษ์ทะเลไทย 3 รอบ และบริจาคให้กับพี่น้องที่ติดโควิด ณ ปัจจุบันกำลังปรับการทำแปรรูปของข้าวเกรียบ เราทำงานแปรรูปขายของได้ กำไรส่วนหนึ่งก็เอามาทำอนุรักษ์บ้านปลา แบ่งออกเป็นสัดส่วน ผลกำไร บริจาคคนที่ด้อยโอกาส ตอนนี้ยังหาคนมาช่วยซัปพอร์ตให้ทำบ้านปลาก่อน กิจกรรมเหล่านี้ หนุนเสริมการอนุรักษ์ ” บี้เย๊าะ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สมาคมรักษ์ทะเลไทย เป็นหน่วยงานเดียวในขณะนี้ ที่เข้ามาสนับสนุนการทำงานของกลุ่ม ซึ่งตนอยากส่งเสริมบทบาทสตรีและหน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมสนับสนุนสินค้าแปรรูปกลุ่มเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มีช่องทางการตลาด และการจ้างแรงงาน 

บี้เย๊าะ อำพันนิยม ประธานกลุ่มสตรีสตรีแปรรูปอาหารทะเลชุมชนบ้านนาทับ (ภาพ : thaiunion)

ความเท่าเทียมทางเพศ ที่ ‘นาทับ’

ถ้าพูดถึงเรื่องการประมง คนส่วนใหญ่มักนึกภาพ ผู้ชายผิวสีแทน ออกเรือบนทะเลส่วนใหญ่ แต่เบื้องหลังวิถีประมงพื้นบ้านชายกับหญิง มีการทำงานร่วมกัน ดูแลแบบครอบครัว ฝ่ายสตรีทำงานเบื้องหลัง คอยหุงหาอาหาร เตรียมเครื่องมือประมง ซ่อมอ่วม ซื้อน้ำแข็ง น้ำมันเรือ คัดแยกสัตว์น้ำไปขาย และดูแลธนาคารของบ้าน ตลอด 30 ปี ที่สมาคมรักษ์ทะเลไทย สังเกตเห็นเข้าใจวิถีชีวิตสำคัญของชุมชน

เบญจวรรณ เพ็งหนู เจ้าหน้าที่สมาคมรักษ์ทะเลไทย อธิบายว่า ในระดับสังคมพบว่าสัดส่วน 70 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ชายส่วนใหญ่ ในการออกเวทีกิจกรรม ของชมรมประมงฯ สมาคมประมงฯ และองค์กรร่วมเครือข่าย เป็นความท้าทาย ดันบทบาทสตรีฯ ให้ถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG ข้อ 5 การบรรลุความเท่าเทียมทางเพศ เพราะศักยภาพหญิงมีความละเอียดอ่อน นำองค์กรสมาคมคลองนาทับไปสู่ข้างหน้า

“การจัดการทรัพยากรต้องมีส่วนร่วมทุกเพศสภาพ จะมีช่องทางไหนบ้าง ติดอาวุธของความรู้ ให้ผู้ชายอย่างเดียวน่าจะไม่ดี ถ้าผู้หญิงได้เข้ามามีส่วนเสริมได้ มันน่าจะเป็นกำลังอีกแรกหนึ่ง ประสบความสำเร็จเป้าหมายมากขึ้น วิถีประมงพื้นบ้าน คิดออกแบบยกระดับอย่างไรให้สอดคล้องเป้าหมาย 

พื้นที่นาทับ ทำงานร่วมสมาคมฯ พบว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ในที่ประชุมเป็นชาย ส่วนหญิงเข้าร่วม เสริมน้ำกาแฟ แต่ไม่ได้มีส่วนของการเสนอแนะ แต่การบริหารจัดการทรัพยากรต้องสร้างการมีส่วนร่วมกัน เป็นความท้าทายทำอย่างไรให้สตรีกล้าคิด กล้าพูด กล้านำเสนอร่วมกันระดับสังคม” เบญจวรรณ กล่าว

เจ้าหน้าที่สมาคมรักษ์ทะเลไทย ยังอธิบายอีกว่า 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าเวทีประชุมมีสัดส่วนเพศหญิงเพิ่มขึ้น สามารถแลกเปลี่ยน และบางพื้นที่ได้ยอมรับเป็นรองประธาน มีอำนาจเพิ่มมากขึ้น ทางประมงอำเภอจะนะ และสมาคมรักษ์ทะเลไทยร่วมกัน พร้อมส่งเสริมบทบาทให้ชุมชนเข้มแข็ง นอกเหนือกลไกสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน ยังจัดตั้งสมาคมสตรีประมงพื้นบ้านภาคใต้ เพื่อหนุนศักยภาพผู้หญิงในการทำงานเชิงนโยบาย ขยายเครือข่าย และการสลับบทบาท ต้องมาตั้งแต่ในครอบครัว

“บทบาทผู้หญิงกับการพัฒนาองค์กรประมงพื้นบ้าน พื้นที่จังหวัดสงขลา” (ภาพ : สมาคมรักษ์ทะเลไทย  )

จับตา “บทบาทสตรี” กุญแจสำคัญของความสำเร็จ

บทบาทสตรีการประมงดีขึ้น สัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบอดีต กรมประมงเผยกลุ่มที่มีผู้หญิง มีโอกาสประสบความสำเร็จการดำเนินงานมากกว่า สมาคมรักษ์ทะเล พร้อมหนุนกลุ่มสตรี ‘นาทับ’ อำเภอจะนะ ตำบลนาทับ  พัฒนาศักยภาพผู้หญิงในการทำงานเชิงนโยบาย ขยายเครือข่าย 

“ภาพรวมการประมงที่ อ.จะนะ ต.นาทับ ปัจจุบันด้วยว่าสัดส่วนผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย บางครอบครัวสามีภรรยาออกทะเลด้วยกัน มีหลายครอบครัว ผู้หญิงมีบทบาท และมีส่วนในการตัดสินใจ คนตัดสินใจสุดท้ายในครอบครัวสุดท้ายคือผู้หญิง

ไม่ได้แบ่งแยกเพศไหน ในการเข้าไปสนับสนุน มองที่ความคิดความกระตือรือร้นของกลุ่มนั้น ของชุมชนนั้นมากกว่า ในความข้อกฎหมายของเราก็ไม่ได้มีว่าแบ่งเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายไม่มีในระเบียบ  ข้อเท็จจริงจากการทำงาน เมื่อในลงพื้นที่ ในงานราชการมีเอกสาร ผู้ชายเดินหนีหมด ทุกกลุ่มประมง กลุ่มสตรี ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กลุ่มเกษตรกร ต้องมีผู้หญิงเข้ามาหนุนเสริมงานเอกสารถ้าไม่มี กลุ่มนั้นจะไปไม่รอด ทำให้ยากที่จะประสบความสำเร็จ 

หันมามองภาพชาวประมงพื้นบ้านอีกมิติหนึ่งในภาพของชาวประมงโดยทั่วไป ในกรมประมง เราคณะกรรมการประมงจังหวัดจะมีผู้หญิงอยู่ 2-3 คนเป็นคณะกรรมการที่ออกกฎข้อระเบียบต่างๆในของจังหวัดสงขลา” เอกรักษ์ หวังหลำ เจ้าพนักงานประมงอาวุโสประมงอำเภอจะนะ กล่าว