คพ.แย้มเตรียมเสนอบอร์ดสวล.ตุลานี้ แนวโน้มขยายเศษพลาสติกนำเข้าถึง 2565

คพ.แย้มเตรียมเสนอขยายโควต้านำเข้าเศษพลาสติกถึงปี 65 ส่งบอร์ดสิ่งแวดล้อมตัดสินตุลานี้ ผลสรุปจากการประชุม “สุดร้อน” ที่ซาเล้ง-เอ็นจีโอตั้งโต๊ะแถลงข่าวด่วนร้องถูก “กันออก” จากที่ประชุม ด้านกรมการค้าต่างประเทศโยนให้กระทรวงอุตสาหกรรมตัดสินใจ

ขยะนำเข้าเมื่อปี 2558 (ภาพ: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ)

3 กรอบเวลาทางเลือกยกเลิกนำเข้าเศษพลาสติก

วันนี้ (2 กันยายน 2564) เวลา 9.00 น.คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้ประชุมครั้งที่ 2/2564 เกี่ยวกับประเด็นการนำเข้าเศษพลาสติกเพื่อใช้ในธุรกิจรีไซเคิล ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตาเมื่อสมาคมซาเล้งและเครือข่ายกว่า 108 องค์กร พร้อมรายชื่อประชาชนสนับสนุนกว่า 30,000 แสดงจุดยืนค้านการขยายโควต้านำเข้าเศษพลาสติกจากเดิมที่ตั้งใจจะยกเลิกทั้งสิ้นในปี 63

การประชุมดังกล่าวมีกำหนดเดิม คือ 30 สิงหาคม ทว่าวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานการประชุม ได้ติดภารกิจประชุมครม.จึงได้เลื่อนเป็นวันนี้

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ เผยกับ GreenNews ถึงการประชุมวันนี้ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเพิ่มและทบทวนมติประชุมครั้งก่อนเดือนมกราคม ซึ่งมีแผนลดการนำเข้าพลาสติกให้เป็นไปตามโร้ดแมพเศรษฐกิจหมุนเวียนในปี 2570 และกำหนดให้ปี 2568 เป็นปีสุดท้ายที่นำเข้าพลาสติก

อธิบดีคพ.เผยว่า ล่าสุด ได้สำรวจพบว่ายังมี 40-50 บริษัทที่ยังนำเข้าเศษพลาสติกและการนำเข้าในเขตปลอดอากร ที่ประชุมจึงทบทวนและหารือกันว่า ควรจะควบคุมการนำเข้าด้วยกรอบเวลาใด ซึ่งได้ออกมาเป็น 3 แนวทาง ได้แก่ 

1.ยกเลิกการนำเข้าเศษพลาสติกภายใน 30 กันยายน ปี 2563 ตามมติเดิมของที่ประชุมคณะกรรมการบูรณาการแก้ไขปัญหาขยะนำเข้า

2.ยกเลิกการนำเข้าเศษพลาสติกภายในปี 2565

3.ยกเลิกการนำเข้าเศษพลาสติกภายในปี 2568

“ทางเลือกแรกเป็นไปไม่ได้เพราะตอนนี้ปี 64 พบว่ายังมีการนำเข้าเศษพลาสติกอยู่ ส่วนทางเลือกที่สาม ปี 68 ผมว่าเป็นไปได้น้อยเพราะเรื่องพลาสติกนำเข้าเป็นเรื่องที่ต้องใช้การตัดสินใจที่เด็ดขาด ไม่ควรจะยืดเวลายาวเกินไป ควรจะรีบดำเนินการ ไม่งั้นก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมต่อมา”

ทางเลือกที่เป็นไปได้มากสุดจึงเป็น ยกเลิกการนำเข้าเศษพลาสติกภายในปี 2565” 

อรรถพล อธิบายว่า ถัดจากนี้กรมควบคุมมลพิษจะเดินหน้ารวบรวมข้อดี ข้อเสียของแต่ละทางเลือก รวมถึงมาตราการต่างๆ ที่จะปฏิบัติเมื่อกำหนดปียกเลิกการนำเข้าแล้ว หน่วยงานใดจะมีอำนาจในการตรวจสอบการนำเข้าและกำกับให้โรงงานหรือผู้ประกอบการปฏิบัติเป็นไปตามมาตรการ ก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนทุกกระทรวง พิจารณาต่อว่าจะกำหนดใช้แนวทางไหนช่วงกลางเดือนตุลาคม

ซาเล้ง-เอ็นจีโอ แถลงข่าวด่วนหลังถูก “กันออก” จากที่ประชุม

เวลา 14.30 น. เครือข่ายซาเล้งและผู้รับซื้อของเก่าและมูลนิธิบูรณะนิเวศ (Earth) ซึ่งติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จัดงานแถลงข่าว “ด่วน” เกี่ยวกับการประชุมครั้งนี้ เผยว่า ตัวแทนเครือข่ายประชาสังคมที่เข้าร่วมประชุมออนไลน์ครั้งนี้ถูกกีดกันอย่างชัดเจน โดยถูกเรียกว่าเป็นผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและลบจากโปรแกรมประชุมออนไลน์ จึงไม่สามารถรับทราบผลการประชุมและแสดงความเห็นได้ 

“วันนี้เราเสียใจมาก ประชาชนควรรู้ความจริงว่าคนเก็บขยะที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ถูกกีดกันจากที่ประชุม อาชีพซาเล้งมีคุณค่ากับสังคมไทย แต่วันนี้เราถูกด้อยค่า ราวกับว่าเราไม่ได้เป็นประชาชน”

รุ่งธิวา ฝัดศิริ ตัวแทนผู้ประกอบการซาเล้ง กล่าวอย่างเปี่ยมอารมณ์ พร้อมเผยว่าต่อไปนี้ ซาเล้งจะไม่อยากเก็บขยะพลาสติกอีกต่อไป ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่อยากทำ แต่เพราะเมื่อมีขยะพลาสติกนำเข้าจากต่างประเทศที่ราคาถูกมากเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ราคาขยะพลาสติกในไทยจะตกลงมากตามกลไกตลาด 

ประเด็นการ “ถูกไล่ออก” จากที่ประชุมดังกล่าว อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เผยว่า น่าจะเกิดความเข้าใจผิด

“ต้องเข้าใจว่าเป็นการประชุมในรูปแบบคณะกรรมการ กระทรวงอุตสาหกรรมติงและสอบถามมาว่า ผู้ที่นำเสนอข้อมูลจะอยู่กับเราตลอดไหม คณะกรรมการฯ มีมติว่าไม่สามารถให้อยู่ร่วมได้ตลอดการประชุม เพราะการประชุมมีการพูดคุย ถกเถียง หารือข้อมูลบางส่วนที่เกรงว่าจะเกิดการสื่อสารที่ผิด” อรรถพลเผย

“หากไม่ต้องการให้มีส่วนร่วม ไม่งั้นเราจะเชิญทำไม เชิญเพื่อให้เข้าร่วมวาระที่เกี่ยวข้อง เมื่อจบวาระแล้วก็เชิญออก เราก็เปิดให้พูด ใช้เวลาพอสมควร”

เขาชี้ว่า ภายในที่ประชุมมีหลายมุมมอง ตัวแทนกระทรวงอุตสาหกรรมได้พูดว่าการยกเลิกขยะนำเข้าจะทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โควิด ขณะเดียวกันก็มีมุมมองจากนักสิ่งแวดล้อม เช่น ตัวแทนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่กล่าวว่าไทยควรยกเลิกการนำเข้าขยะเหมือนต่างประเทศ และตัวแทนจากมูลนิธิบูรณะนิเวศที่เตรียมข้อมูลปัญหาการนำเข้าขยะพลาสติกมานำเสนอ

ทางด้าน มูลนิธิบูรณะนิเวศ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการที่ได้นำเสนอในที่ประชุมวันนี้ เล่าว่า ตนได้ชี้แจงปัญหาเพียงส่วนหนึ่ง ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานการประชุมได้แสดงความสนใจและมีท่าทีเพิ่งทราบครั้งแรกถึงช่องว่างกฎหมายบางตัวที่ยังเอื้อการนำเข้าขยะพลาสติก แต่เครือข่ายได้เสนอความเห็นไม่นานกลับถูก “ลบออก” จากที่ประชุม

“วันนี้เรารู้สึกโมโหมาก ทางเครือข่ายประชาสังคมได้รับเชิญและประสานเกี่ยวกับการประชุมครั้งนี้มาโดยตลอด ทว่าปลัดทส.พูดขึ้นในที่ประชุมว่า ‘ในนี้มีคนเข้าร่วมที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอยู่’ จากนั้นมีความเงียบสั้นๆ แล้วพวกเราก็ถูกดีดออกที่ประชุมทีละคน”

“เป็นเรื่องไม่ให้เกียรติมาก ปลัดกระทรวงสิ่งแวดล้อมอยู่ผิดกระทรวง น่าจะไปอยู่คู่ปลัดอุตสาหกรรมมากกว่า”

อีกหนึ่งตัวแทนประชาสังคม ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซ ประเทศไทย เผยว่า หลังจากถูกตัดออกจากที่ประชุม เครือข่ายพยายามประสานงานกลับไปเพื่อเข้าร่วม กลับได้คำตอบว่าไม่ใช่วาระของตนและไม่อาจกลับเข้าประชุมได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในทางกลับกัน ตัวแทนเอกชนและภาคอุตสาหกรรมกลับได้มีส่วนร่วมตลอดการประชุม

ตัวแทนซาเล้งคัดค้านการนำเข้าขยะพลาสติก (ภาพ: ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป)

กรมการค้าต่างประเทศโยนให้กระทรวงอุตสาหกรรมตัดสินใจ

อีกหนึ่งหน่วยงานที่ถูกตั้งคำถามว่ามีส่วนตัดสินชะตาประเทศไทยว่าจะเป็นถังขยะโลกอย่างที่สาธารณะเรียกหรือไม่ คือ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หนึ่งในคณะกรรมการว่าด้วยการบริหารจัดการขยะพลาสติกครั้งนี้

กีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ชี้แจงว่า กรมการค้าต่างประเทศเป็นหนึ่งในที่ประชุมว่าด้วยการนำเข้าเศษพลาสติกตั้งแต่ปี 2561 ทั้งนี้ ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับแผนนำเข้าเศษพลาสติกต่างๆ ทว่ามีบทบาทเป็นผู้ออกใบอนุญาตตามอำนาจทางกฎหมายที่มี

“ปัจจุบัน กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้มีกฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้า จึงได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ที่มีพ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ช่วยออกประกาศเกี่ยวกับการนำเข้าเศษพลาสติก”

เขาย้ำว่ากระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายใต้มติคณะอนุกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอมาเท่านั้น เนื่องจากหน่วยงานพาณิชย์ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมพลาสติก จึงเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

“กระทรวงพาณิชย์เป็นแค่ปลายน้ำ การตัดสินใจเรื่องนำเข้าเศษพลาสติกจึงขึ้นอยู่กับหน่วยงานเจ้าของเรื่องอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงอุตสาหกรรม”