จับตา 30 ส.ค. ประชุมเลื่อน-ไม่เลื่อน “แผนห้ามนำเข้าขยะพลาสติก 5 ปี”

เศษพลาสติกลักลอบนำเข้าในตู้คอนเทนเนอร์ปี 2561 (ภาพ: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ)

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษรับปากจะเสนอข้อเรียกร้องทบทวนมติในที่ประชุม “คณะอนุกรรมการการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์” 30 ส.ค. นี้ หลังเครือข่ายสิ่งแวดล้อมยื่นค้านการนำเข้าขยะอันตรายอีกครั้ง พร้อม 32,000 รายชื่อสนับสนุนจากทั่วประเทศ ชี้งานนี้ ทส. ต้องหนักแน่นยืนยันจุดยืนต่อตัวแทนภาคอุตสาหกรรมในที่ประชุม พร้อมหนุนเต็มที่

ยื่นเรื่องอีกครั้ง ย้ำขอให้ทบทวนมติเลื่อน

เมื่อวาน (23 สิงหาคม 2564) เวลา 13.30 น. มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า และตัวแทนเครือข่าย 108 องค์กร ได้เข้ายื่นหนังสือ พร้อมรายชื่อประชาชนผู้สนับสนุน 32,000 รายชื่อถึงรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อเรียกร้องให้ยุติการนำเข้าขยะพลาสติก ภายในปี 2564 นี้

“ขอให้เร่งทบทวนมติของคณะอนุกรรมการฯ ที่ให้ขยายเวลาการนำเข้าเศษพลาสติกจากต่างประเทศต่อไปอีก 5 ปี จากเดิมที่มีเคยมติห้ามนำเข้าภายในปี 2563” เครือข่ายฯ ระบุในหนังสือ 

สิงหาคม 2561 ประเทศไทยได้ตั้งคณะอนุกรรมการสำหรับบริหารจัดการเรื่องขยะนำเข้าโดยเฉพาะ ที่ประชุมมีมติประกาศจะใช้เวลาสองปี (2561-2563) ทยอยลดปริมาณพลาสติกนำเข้าและป้อนพลาสติกในประเทศเข้าอุตสาหกรรมรีไซเคิลเพิ่มขึ้น เพื่อยกเลิกการนำเข้าให้ได้ 100% ทว่าต้นปี 2564 นี้ ที่ประชุมฯ ได้มีมติเลื่อนความตั้งใจดังกล่าวออกไปอีกห้าปี 

แม้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวขอให้ทำตามมติเดิมจากภาคประชาสังคมและธุรกิจซาเล้งมาโดยตลอด กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เผยว่าจำเป็นต้องขยายเวลาเป็นปี 2569 เนื่องจากปัจจุบัน ยังมีผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลได้รับความเดือดร้อนและเรียกร้องให้ขยายโควต้านำเข้า ด้วยเศษพลาสติกในประเทศไม่เพียงพอและคุณภาพไม่เหมาะสมสำหรับรีไซเคิล 

“ในที่ประชุมเมื่อปี 2561 (เรื่องแผนยกเลิกขยะนำเข้าในเวลา 2 ปี) คุณก็โอเคเอง และจะมาบอกว่าเวลาไม่พอไม่ได้ ตัวแทนก็อยู่ในที่ประชุมนั้น คุณก็เจรจาไปสิว่าต้องการเวลาเปลี่ยนผ่านกี่ปี ทำไมมาบอกตอนนี้ว่าไม่พอ” เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ เผยกับ GreenNews 

เพ็ญโฉม ตั้งข้อสังเกตว่า อก.ได้ขอต่อเวลาเพิ่ม ทั้งที่สามารถช่วยผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลให้ได้รับผลกระทบน้อยสุดได้ “หากตั้งเป้าหมายที่จะทำ” และเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเศษพลาสติกนำเข้ามาใช้พลาสติกภายในไทยได้

“แต่อก.ไม่ได้ตั้งเป้าแบบนี้ กลับหวังใช้แรงกดดันจากภาคธุรกิจมาเป็นข้ออ้างขยายเวลานำเข้าขยะพลาสติกอีก”

คพ. รับปาก จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมฯ 

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ออกมารับหนังสือและรับปากว่าจะนำข้อเรียกร้องไปของภาคประชาชนไปเจรจา วันที่ 30 สิงหาคมนี้ในการประชุม “คณะอนุกรรมการการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทส.นั่งแท่นเป็นประธาน 

การประชุมดังกล่าวจะรับฟังความคิดเห็นหลายฝ่ายและลงมติในเดือนกันยายน

คพ.เผยสถานการณ์ล่าสุดของการนำเข้าเศษพลาสติก มกราคม-มิถุนายน ปี 2564 ประเทศไทยมีการนำเข้าเศษพลาสติกรวมปริมาณ 71,182 ตัน และกำหนดให้ทั้งปีไทยนำเข้าได้ 250,000 ตัน 

ตั้งแต่ปัจจุบัน จนถึงวันที่ห้ามนำเข้าเศษพลาสติก 100%  ตอน 1 มกราคม 2569 มีแผนลดปริมาณการนำเข้าเศษพลาสติกปีละประมาณ 50,000 ตัน หรือ 20% เพื่อสนับสนุนการใช้เศษพลาสติกภายในประเทศเป็นวัตถุดิบโรงงาน เพื่อตอบรับกับโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน

EARTH ห่วง ทส. ไม่หนักแน่น พร้อมหนุน ทส.สู้อุตฯ

“ทส.ไม่เคยแข็งพอที่จะคัดง้างกับกระทรวงอุตสาหกรรมได้ในที่ประชุม เรามาหนุนและสำทับให้ทส.หนักแน่นในการยืนหยัดมติยกเลิกการนำเข้าขยะพลาสติกและโอนอ่อนตามกระทรวงอุตสาหกรรม”

เพ็ญโฉมแสดงความกังวล

“เครือข่ายเชื่อว่าทส.อยากให้ยุติการนำเข้าขยะพลาสติกจริง เพราะขยะนำเข้าจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาขยะพลาสติกในประเทศที่ยังแก้ไม่ได้ แผนแม่บทที่ไทยตั้งเป้านำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ 100% ในปี 2570 จะทำไม่ได้แน่นอน ถ้ายังมีขยะนำเข้า”

การนำเข้าเศษพลาสติกเพื่อใช้ในธุรกิจรีไซเคิลกลายเป็นประเด็นร้อนแรงช่วงสามปีที่ผ่านมา หลังจากจีนประกาศเลิกนำเข้าขยะพลาสติกต้นปี 2561 ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นอีกหนึ่งปลายทางสำคัญของขยะพลาสติกกว่า 80 ประเทศและนักลงทุนธุรกิจรีไซเคิลชาวจีน 

เรื่องดังกล่าวสร้างความกังวลกับหลายฝ่ายว่าประเทศไทยจะกลายเป็น “ถังขยะโลก” ทั้งเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากโรงรีไซเคิลที่เปิดขึ้นใหม่จำนวนมากและผลกระทบต่อวงการรับซื้อของเก่า เมื่อขยะนำเข้าราคาถูกจะมาตัดตอนอาชีพซาเล้ง

เครือข่ายยื่นรายชื่อประชาชน 32,000 คนค้านการนำเข้าขยะพลาสติก (ภาพ: EARTH)

ทางออก “อุตสาหกรรม-สิ่งแวดล้อม” ต้องทำงานร่วมกัน

จากประสบการณ์ทำงานด้านมลพิษมายาวนาน เพ็ญโฉมพบว่า นับเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งที่อก. ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ก่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมสูง กลับไม่ได้ทำงานร่วมอย่างเต็มที่กับทางทส.ซึ่งตามกลไกแล้ว มีบทบาทดูแลสิ่งแวดล้อม เช่น เมื่อทส.ขอข้อมูลมลพิษทางอุตสาหกรรม กลับไม่สามารถเข้าถึงได้ กลายเป็นอุปสรรคในการดูแลสิ่งแวดล้อม

สำหรับกรณีนำเข้าขยะพลาสติกนี้ เธอมองว่าความกังวลของทางภาคอุตสาหกรรมนั้นสามารถแก้ได้ หากทำงานร่วมกับทส.

“เหตุผลที่ทางอุตสาหกรรมให้ว่าต้องการเลื่อนนำเข้าขยะมี คือ หนึ่ง-ขยะพลาสติกในไทย คุณภาพไม่ดีพอ และสอง-โรงงานรีไซเคิลยังปรับตัวไม่ทัน จะเสี่ยงต้องปิดตัว”

เธอแจกแจงว่าความกังวลข้างต้นว่าเป็นเรื่องรับมือได้ ไม่สมควรนำมาเป็นเหตุในการเลื่อน ในข้อแรก เรื่องขยะพลาสติกในไทยนั้นไม่สะอาดพอใช้เป็นวัตถุดิบรีไซเคิล เพราะระบบแยกขยะไม่ดีพอ อก.ควรจะเข้ามาวางแผนและกำหนดมาตราฐานขยะรีไซเคิลตั้งแต่ต้นร่วมกับทส.

สำหรับเหตุผลที่สอง อก.กลัวว่าถ้ายุติการนำเข้าในปี 2563 โรงงานรีไซเคิลจะอยู่ไม่ได้และต้องปิดตัว กระทบคนงานอีกหลายพันคน เพ็ญโฉมชี้ว่า ถ้าบริหารจัดการให้ดีตั้งแต่ต้นทาง จะมีปริมาณขยะพลาสติกในไทยเพียงพอ โดนไม่มีใครต้องปิดกิจการ และหากเป็นห่วงเรื่องการจ้างงาน จำเป็นต้องคิดถึงอาชีพซาเล้งด้วยเช่นกัน ซึ่งมีหลายแสนคนและเป็นเสมือนกองกำลังสำคัญของทส.ในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในไทย

“อาชีพซาเล้งสำคัญมาก เพราะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยหนุนทส.แก้ไขการคัดแยกขยะพลาสติกได้ด้วย กระทรวงอุตสาหกรรมเคยคิดถึงผลกระทบต่อกลุ่มนี้ไหม”

เครือข่ายฯ ชี้ว่า นอกจากการเดินตามโร้ดแมพยกเลิกการนำเข้าพลาสติกแล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่หน่วยงานสิ่งแวดล้อมต้องทำงานร่วมกับอุตสาหกรรม หนึ่งในเรื่องสำคัญ คือ การขยายการนำเข้าขยะพลาสติกผ่าน นพื้นที่ประกาศเป็น “เขตปลอดอากร” หรือ “เขตฟรีโซน” (Free Zone) ตามกฎหมายศุลกากร ซึ่งกลายเป็นช่องทางใหม่อีกทางสำหรับนำเข้าขยะพลาสติกและตั้งโรงงานรีไซเคิล โดยขาดการตรวจสอบเรื่องสิ่งแวดล้อมให้รัดกุม

ปัญหาระหว่างฝั่งอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อมครั้งนี้อาจตั้งอยู่บนมุมมอง เพ็ญโฉมชี้ว่า ต้องมองเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องของ “ขยะพลาสติก” ซึ่ง “ขยะ” ย่อมมีมลพิษตกค้าง การนำเข้าประเทศจำนวนมากย่อมเสี่ยงชักสารพิษเข้ามา โดยเฉพาะเมื่อมาตราฐานการกำกับดูแลผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในโรงงานรีไซเคิลของไทยยังไม่เข้มงวดมากพอ 

ทว่าที่ผ่านมา ทางอุตสาหกรรมกลับหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำว่า “ขยะ” และเบี่ยงมาใช้คำว่า “เศษพลาสติก” แทน ทั้งที่แท้จริงแล้ว เป็นเรื่องเดียวกัน

“อย่านำเหตุผลทั้งหมดนี้มาเป็นข้ออ้าง เพราะถ้าอุตสาหกรรมเห็นว่าการนำเข้าขยะพลาสติกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมจริง เราจะร่วมกันหาทางออกให้เรื่องนี้”