แถลงการณ์ IUCN กรณีแก่งกระจานขึ้นทะเบียนมรดกโลก

IUCN ออกแถลงการณ์กรณีแก่งกระจานขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย เผยยอมรับผลและย้ำการอนุรักษ์ธรรมชาติต้องเคารพสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง

วันนี้ (29 กรกฎาคม 2564) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) แถลงบนเว็บไซต์ถึงกรณีขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก มีเนื้อความดังนี้

“IUCN ยอมรับการตัดสินใจขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานในรายชื่อมรดกโลกของคณะกรรมการมรดกโลกและข้อผูกมัดจากประเทศสมาชิก (ไทย) ที่จะสานต่องานที่อยู่ในขั้นตอนดำเนินการเกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าว IUCN พร้อมสนับสนุนประเทศสมาชิก ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ที่กังวลเพื่อตอบรับคำตัดสินของคณะกรรมการ และส่งเสริมนโยบายและการอนุรักษ์ที่มีมาตรฐานสูงส่งของคณะกรรมการมรดกโลกเอง

การประเมินแก่งกระจานโดย IUCN สำหรับการเสนอชื่อรอบปี 2563-2564 รับรู้ถึงความคืบหน้าโดยรวม อย่างไรก็ตาม ได้สรุปอีกครั้งว่าข้อกังวลจากทางชุมชนท้องถิ่นเรื่องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ในการพิจารณาคราวก่อนหน้า คณะกรรมการมรดกโลกได้ขอให้ประเทศไทยแก้ไขข้อกังวลเหล่านี้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เชื่อมโยงกับข้อบัญญัติของผู้แทนพิเศษองค์การสหประชาชาติในประเด็นสิทธิมนุษยชน ในบรรดาข้อกังวลทั้งหมด IUCN ในฐานะองค์คณะที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ ด้านธรรมชาติ ได้แนะนำให้กลับไปแก้ไขก่อนเสนอขึ้นทะเบียนอีกครั้ง จนกว่าชุมชนเผ่าพื้นเมืองกะเหรี่ยงจะยอมรับและข้อกังวลต่างๆ ของพวกเขาคลี่คลาย

การเคารพสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นในการอนุรักษ์เป็นนโยบายที่ระบุชัดเจนในการประชุมมรดกโลกและเป็นหัวใจหลักในพันธกิจและคุณค่าของ IUCN สมาชิก IUCN ซึ่งประกอบด้วยรัฐบาล ประชาสังคม และองค์กรชนเผ่าพื้นเมือง ร่วมกำหนดนโยบายเพื่อเป็นแนวทางการทำงานที่กว้างขึ้นของ IUCN ในประเด็นนี้  IUCN มีหลักการที่ย้ำว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติต้องเคารพสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองในดินแดนที่พวกเขาถือครองและใช้ตามประเพณี”

ระหว่างการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก เมื่อ 26 กรกฎาคม ผู้แทน IUCN ได้นำเสนอรายงานการประเมินแก่งกระจานและให้คำแนะนำแก่ที่ประชุมว่าไทยควรกลับไปแก้ไขข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนที่มีการร้องเรียนก่อนนำมาเสนอขึ้นทะเบียนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้แทนไทยได้ชี้แจงว่าได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วและที่ประชุมได้มีมติขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่สามของประเทศไทย