ลือไทยเตรียมถอนสมาชิก IUCN ปมแก่งกระจาน วราวุธโต้ ‘ไม่จริง’

ลือสะพัดไทยเตรียมถอนตัวจากสมาชิก IUCN และถอนยื่นขอมรดกโลกแก่งกระจาน เหตุจากท่าที IUCN ต่อภารกิจดันแก่งกระจานของทส.  ‘วราวุธ’ โต้ “ไม่จริง-ไม่มีมูล” อดีตคนวงในเผย “ไม่ชัดเจน-ไม่รู้”

ภาพป่าแก่งกระจานที่ทางการไทยจัดส่งให้คณะกรรมการมรดกโลก (ภาพ: Sunee Sakseau)

ลือสะพัด วงในคนทำงาน

แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเปิดเผยกับ GreenNews ว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวลือสะพัดในแวดวงคนทำงานเกี่ยวข้องกับมรดกโลก ว่าประเทศไทยจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN)  รวมถึงจะถอนการเสนอป่าแก่งกระจานขึ้นเป็นมรดกโลก เนื่องจากไม่พอใจท่าทีของ IUCN กับกรณีดังกล่าว และหวั่นกระทบภาพพจน์ประเทศที่รายงาน IUCN ส่งคณะกรรมาการมรดกโลกล่าสุดระบุว่าไทยยังไม่ได้แก้ไขข้อกังวลเรื่องสิทธิกะเหรี่ยงบางกลอยให้สมบูรณ์

หน่วยงานรัฐที่เป็นตัวแทนประเทศไทยดำรงตำแหน่งสมาชิก IUCN อย่างเป็นทางการคือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หากข่าวลือเป็นจริง นั่นหมายความว่า กรมอุทยานฯ กำลังพิจารณาถอนสมาชิกสภาพดังกล่าว

บทบาทล่าสุดของ IUCN กับประเด็นแก่งกระจานนั้นเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา IUCN ได้ทำความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะกรรมมรดกโลก วิพากษ์ว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมส่งผืนป่านี้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เนื่องจากยังมีข้อกังวลเรื่องสิทธิชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่ ซึ่งแม้แก่งกระจานจะมีแนวโน้มผ่านเกณฑ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ แต่ข้อกังวลเรื่องคนกับป่ายังไม่ได้รับการแก้โดยสมบูรณ์

นอกจากนั้น IUCN ยังแสดงความกังวลว่าการเสนอชื่อคราวนี้ของไทยกินเวลาถึง 7 ปี และถูกตีกลับแล้วถึงสามครั้ง ซึ่งใช้เวลามากกว่ากระบวนการเสนอชื่อปกติสองเท่า แก่งกระจานทุกวันนี้อาจเปลี่ยนไปจนไกลจากข้อเสนอแรกเกี่ยวกับองค์ประกอบต่างๆ ที่ทำให้ผืนป่านี้มี “คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล” อันเป็นหลักเกณฑ์ขึ้นเป็นมรดกโลก

IUCN เป็นหน่วยงานระดับสากลที่ได้รับการแต่งตั้งจากการประชุมมรดกโลกให้เป็น “องค์คณะที่ปรึกษา” (Advisory Bodies) ทำหน้าที่ประเมินคุณค่าของพื้นที่เสนอขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ และให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการมรดก

อย่างไรก็ตาม การตัดสินว่าพื้นที่หนึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งมี 21 ประเทศสมาชิกหมุนเวียนกันเป็นคณะกรรมการ ปีนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในนั้น พร้อมด้วยประเทศอื่นๆ เช่น จีน รัสเซีย อียิปต์ ออสเตรเลีย และซาอุดิอาระเบีย

ตัวแทนคนไทยที่นั่งเก้าอี้ดังกล่าว คือ สีหศักดิ์ พวงเหตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงวัฒนธรรมเป็นที่ปรึกษา พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมติครม.

ภาพความเป็นอยู่ชาวบ้านบางกลอยที่ภาคีsaveบางกลอยสื่อสารกับสาธารณะ (ภาพ: ภาคีsaveบางกลอย)

“ไม่จริง ไม่มีมูล” วราวุธโต้

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ GreenNews ว่าข่าวลือไทยถอนตัวนั้นไม่จริงและไม่มีมูล 

“ไม่ได้ยินเกี่ยวกับข่าวลือดังกล่าวเลย ส่วนเรื่องเสนอแก่งกระจานเป็นมรดกโลก เราเดินหน้าต่อ  100%  เกียร์ถอยหลังเขวี้ยงทิ้งไปแล้ว เราได้เสียงสนับสนุนจากประเทศสมาชิกพอสมควร”

“ประเด็นที่ IUCN ตั้งมา เราได้รับฟังและแก้ไขไปแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐและภาคส่วนต่างๆ ทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ชี้แจงไปแล้วบางประเด็นอาจไม่ถึงหูหรืออาจจะถึงหูแล้วแต่ไม่ได้รับฟัง ประเด็นที่ IUCN ทักมา เราพยายามจะตอบรับแก้ไขอย่างเต็มที่” เขากล่าว

“ผู้บริหารมองว่า IUCN ไม่ช่วยทส.มาหลายปี” เตือนใจตั้งข้อสังเกต

เตือนใจ ดีเทศน์ นักพัฒนาสังคมยุคบุกเบิกที่ได้รับรางวัลระดับสากล ตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริหารทส.มองว่า IUCN ไม่ให้ความช่วยเหลือในการขึ้นแก่งกระจานเป็นมรดกโลกมาหลายปีแล้ว แม้ว่าทส.จะเป็นสมาชิกมานาน

“เราเห็นทาง IUCN ช่วยเรื่องนี้มาตลอด ช่วยชี้ว่าไทยบกพร่องอะไร ต้องแก้ไขอะไร  แต่กระทรวงกลับมองว่านั้นไม่ใช่การช่วย สิ่งที่ IUCN ทำนั้นเป็นการช่วยที่สำคัญที่สุด เราต้องแก้ไขข้อบกพร่องของเรา ไม่ใช่โทษผู้ชี้ให้เห็นหรือขอให้ IUCN ปกปิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยง”

เตือนใจชี้ว่า กลไก IUCN และกลไกสากลด้านการอนุรักษ์และสิทธิมนุษยชนอื่นๆ เช่น คณะทำงานพิเศษของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ซึ่งเคยท้วงไทยเรื่องสิทธิชาวกะเหรี่ยงบางกลอย นั้นมีน้ำหนักทางสังคมมากกว่าที่หน่วยงานไทยมอง

“ถ้าไทยถอนตัวจะเสียหน้ามาก ไม่ใช่แค่นายกหรือครม.แต่ทั้งประเทศ เพราะ IUCN เป็นกลไกที่ได้รับการยอมรับและไม่ได้รับผลกระทบอะไรหากไทยถอนตัว แต่ผู้ที่เดือดร้อนคือประเทศไทย เพราะเสียหายต่อภาพลักษณ์ทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกระแสที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องร่วมมือ” 

“ไม่ชัดเจน เสียดายถ้าถอนจริง” จำเนียรให้ความเห็น

ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ที่ปรึกษาอาวุโส IUCN ประเทศไทยและสถาบันสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นในฐานะส่วนตัวกับ GreenNews ว่า ข่าวลือดังกล่าวยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นจริงมากน้อยเพียงไร และไม่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะถอนตัวในช่วงประชุมคณะกรรมการมรดกโลก 16 – 31 กรกฎาคมนี้ หรือไม่

“หากเป็นจริง นับเป็นเรื่องน่าเสียดายและน่าเสียใจอย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยนับได้ว่าเป็นประเทศที่ตระหนักในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพมาก อีกทั้งไทยยังเป็น 1 ในประเทศร่วมก่อตั้ง IUCN เมื่อเจ็ดสิบสามปีก่อน”

การเป็นสมาชิก IUCN ยังเป็นประโยชน์กับการรักษาสิ่งแวดล้อมในประเทศ เพราะเอื้อให้ดำเนินโครงการและเข้าถึงองค์ความรู้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ มีโครงการกว่า 200 โครงการ เช่น พัฒนาเขาใหญ่ขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยและต่อมาได้ขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ สนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยรักษาสปีชี่ส์และระบบนิเวศต่างๆ ดังนั้นเมื่อไทยลาออกจากการเป็นสมาชิก จะไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารหรือเข้าร่วมประชุม IUCN ซึ่งมีสมาชิกมาจากกว่า 170 ประเทศและทำงานใกล้ชิดกับสหประชาชาติ (UN)

“ไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงาน IUCN ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเมื่อสามสิบปีก่อน การถอนตัวออกจากเป็นสมาชิก IUCN ย่อมกระทบกับสถานะในภูมิภาค แต่เมื่อเจ้าของบ้านไม่อยากให้อยู่จริง ก็ต้องหาบ้านใหม่” ดร.จำเนียร กล่าว

เขาตั้งข้อสังเกตว่า การตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของไทยนั้นย่อมต้องดำเนินไปในฐานะประเทศ จึงเป็นไปได้ที่จะมีมติครม.ออกมาในเรื่องนี้เพื่อเป็นการตัดสินใจร่วมในฐานะ “ประเทศไทย” มากกว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น

“เรื่องการขึ้นผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ผมสนับสนุนเต็มที่และรู้สึกภูมิใจมากเพราะเพราะแก่งกระจานเป็นป่าที่สมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย จึงควรจะรักษาไว้ให้ลูกหลาน แต่การขึ้นเป็นมรดกโลกนั้นควรเป็นเจ้าของร่วมกันทั้งรัฐและชุมชน

การขึ้นเป็นมรดกโลกเป็นผลพลอยได้ที่จะรักษาไว้ซึ่งฐานะการอนุรักษ์และพยายามรักษาธรรมชาติที่ดีของเรา ถ้าเราได้ขึ้นทะเบียนนี้ย่อมเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศไทย ประชาสังคมไทยและชุมชน แต่การจะได้มาซึ่งมรดกโลกนี้ก็อยากให้ได้มาซึ่งศักดิ์ศรีอย่างภาคภูมิใจและร่วมกันเป็นเจ้าของมรดกโลกนี้ด้วยกัน ทั้งทางรัฐบาล ประชาสังคม และชุมชนด้วย” ดร.จำเนียร ว่า

งานศพบิลลี่ที่ครอบครัวและชุมชนจัดให้อย่างเป็นทางการหลังพบกระดูกในถังน้ำมัน (ภาพ: ณิชา เวชพานิช/ GreenNews)

“ไม่ทราบ ไม่มีความเห็น” ศศินเผย 

GreenNews ได้สอบถามเรื่องข่าวลือนี้กับ ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ซึ่งมูลนิธิฯ เป็นสมาชิก IUCN มาหลายปี เขาเผยว่า “ไม่ทราบข่าวลือคราวนี้” 

IUCN นั้นมีสมาชิกทั้งหน่วยงานรัฐและองค์กรอนุรักษ์ต่างๆ มูลนิธิสืบฯ เป็นหนึ่งใน 10 องค์กรพัฒนาเอกชนไทย ศศินอธิบายว่าปัจจุบัน มูลนิธิไม่ได้เป็นสมาชิกแล้ว แต่สมาชิกสภาพยังอยู่ จึงมีรายชื่อปรากฏในฐานะสมาชิกบนเว็บ 

เขาไม่มีความเห็นเกี่ยวกับการถอนตัวเป็นสมาชิกกลไกอนุรักษ์สากล และยืนยันว่ามูลนิธิสืบยังคงเดินหน้าทำงานอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกบริเวณห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร และประเด็นสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

วาระพิจารณาแก่งกระจานเป็นมรดกโลกมีกำหนดในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก 26 กรกฎาคมนี้