ส่งตรงไม่พึ่งรัฐ ชาวบางกลอยวอนกก.มรดกโลก แก้ปัญหาก่อนขึ้นทะเบียนแก่งกระจาน

ชาวบางกลอยวอน กก.มรดกโลกช่วยดันแก้ 3 ปัญหาก่อนขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจาน 26 ก.ค.นี้ กสม.เผยคณะกรรมการแก้ปัญหาที่รัฐตั้งไม่คืบหน้า นักวิชาการเชื่อยูเนสโกฟังเหตุผลชุมชนมากกว่า “รายงานสวยหรู” ล่าสุดชาวบ้านยังป่วยหนัก-ขาดอาหาร คนเมืองเพชรระดมทุนช่วย

ชาวบางกลอยวอน กก.มรดกโลกช่วยดันแก้ 3 ปัญหา

วันนี้ (21 กรกฎาคม 2564) ชาวบ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี ได้เขียนหนังสือด้วยลายมือส่งถึงคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งจะมีการพิจาณาผืนป่าแก่งกระจานขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติวันที่ 26 กรกฎาคม นี้ ชี้แม้ว่ารัฐบาลไทยจะอ้างว่าได้แก้ไขปัญหาของชุมชนบ้านบางกลอยเรียบร้อยแล้ว แต่แท้จริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น เพราะยังมีปัญหาที่ดินทำกินไม่ได้รับจัดสรร ไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปอยู่ในพื้นที่บรรพบุรุษ และไม่ยอมรับวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างการทำไร่หมุนเวียน จึงวอนกก.มรดกโลกแก้ 3 ปัญหา

  1. ให้ได้กลับไปทำกินในพื้นที่ดั้งเดิมที่เรียกว่าบางกลอยบนหรือใจแผ่นดิน 
  2. ขอให้ยกเลิกคดีชาวบ้านบางกลอยทั้ง 28 คน ซึ่งได้กลับไปทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม
  3. ให้จัดการพื้นที่ทำกินให้กับชาวบ้านส่วนหนึ่งที่มีความประสงค์อยากอยู่บางกลอยล่าง

“พวกเราชาวบ้านบางกลอยหวังว่าท่านจะพิจารณาข้อเสนอของพวกเรา ก่อนที่จะขึ้นกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ” หนังสือลงวันที่ 20 ก.ค.ระบุ

ชาวบางกลอยอ่านจดหมายถึงกก.มรดกโลก (ภาพ: ภาคี save บางกลอย)

กสม.เผยคณะกรรมการแก้ปัญหาที่รัฐตั้งไม่คืบหน้า

เมื่อราว 4 เดือนก่อน (16 มีนาคม) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน รวมทั้งการพัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บ้านบางกลอย โดยมีคณะกรรมการ 28 คน มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน 

นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา 5 ชุดเพื่อแก้ปัญหานี้ อย่างไรก็ตาม ปรีดา คงแป้นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่าจากการติดตามข้อเสนอแนะ  ปรากฏว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด    

“ยังมีข่าวว่าชาวบ้านบางกลอยเผชิญกับปัญหาความขาดแคลนอาหาร จนต้องกลับไปเพาะปลูกในพื้นที่เดิม  ทำให้ถูกจับกุม นอกจากปัญหาเดิมยังมีเรื่องร้องเรียนจากกะเหรี่ยงบางกลอยต่อกสม. ชุดใหม่เพิ่มเข้ามาว่ารัฐบาลจะผลักดันแก่งกระจานเป็นมรดกโลก”

เมื่อสัปดาห์ก่อน กสม.ได้ทำหนังสือถึงนายกฯ และประธานคณะกรรมการมรดกโลกของไทย  ยืนยันว่า กสม. เห็นความสำคัญของการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของผืนป่าแก่งกระจาน  แต่รัฐบาลควรแก้ปัญหาชาวบ้านซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมให้ได้ก่อน 

ในวันถัดมา วราวุธ ศิลปอาชา รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้แทนไทย เผยว่ายังไม่เห็นหนังสือดังกล่าวและปัญหาบางกลอยเป็นปัญหาแยกกันกับการขึ้นป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก

นักวิชาการเชื่อยูเนสโกฟังเหตุผลชุมชนมากกว่า “รายงานสวยหรู” 

ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่าสถานการณ์ชาวบ้านบางกลอยวันนี้ยังไม่ดีขึ้น ตรงข้ามกับรายงานที่ไทยได้นำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกว่าได้แก้ไขข้อห่วงกังวลจากหลายๆ ฝ่ายแล้ว อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน-หน่วยงานรัฐนับวันยังยิ่งแย่ลงเพราะรัฐคิดเสมอว่ากลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบุกรุกป่า 

“ผมเชื่อว่ายูเนสโกจะฟังเหตุผลของชุมชนผู้รักษาป่าและพิจารณาประเด็นความสัมพันธ์กับชุมชนในการจัดการผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกด้วยข้อมูลตามความเป็นจริงจากผู้รักษาป่าตามวิถีวัฒนธรรมที่แท้จริง มากกว่าคำพูดสวยหรูในรายงานที่ปราศจากความเป็นจริง”

(ภาพ: ภาคี save บางกลอย)

ชาวบ้านป่วยหนัก-ขาดอาหาร คนเมืองเพชรระดมทุนช่วย

อัญชลี อิสมันยี ผู้ประสานงานภาคี saveบางกลอย จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ชาวเพชรบุรีรู้สึกเห็นใจชาวบ้านบางกลอย เนื่องจากพบว่าขณะนี้ชาวบ้านบางกลอย 34 คน มีอาการเจ็บป่วยโดยเฉพาะการขาดสารอาหาร มีอาการมือเท้าสั่น ใจสั่น ปวดหัว ไม่มีเรี่ยวแรง และมีเด็กเล็ก 13 คนต้องกินน้ำข้าวแทนนมแม่เนื่องจากร่างกายแม่ไม่สามารถผลิตน้ำนมได้ 

คนเพชรบุรีได้ร่วมเงินบริจาค 70,000 บาท เน้นซื้ออาหารจากชุมชนที่เดือดร้อนจากสถานการณ์โควิดในพื้นที่เพชรบุรี รวมถึงปลาจากชุมชนชาวเลทางใต้ที่ทำประมง แต่ขาดข้าวสาร

“ชาวเพชรบุรีจึงรู้สึกเห็นใจและต้องการช่วยเหลือประชาชนด้วยกันเองตามหลักของมนุษยธรรม โดยมองข้ามข้อกังขาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จนโดนคดี เพราะมองว่ามนุษยธรรมต้องมาก่อน”