“ป่วย 34-โควิด 1” บางกลอยยังวิกฤตหนัก เปิดรับบริจาคออนไลน์ ระหว่างร้องรัฐช่วย

ยอดป่วยพุ่งเป็น 34 ติดโควิด 1 สถานการณ์วิกฤติ “ขาดอาหาร-ป่วย” ชาวบ้านบางกลอยหนักขึ้น ภาคี#Saveบางกลอยตัดสินใจเปิดรับบริจาคออนไลน์บรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า หลังยื่นหนังสือร้อง 3 กระทรวง ช่วยเหลือเร่งด่วน 

สส. ก้าวไกลตั้งกระทู้กลางสภา ด้าน ทส.เตรียมเดินหน้าดัน “แก่งกระจานมรดกโลก” ผ่านที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในจีน ปลายสัปดาห์หน้า ยันมีสิทธิผ่าน อ้าง 7 ประเทศหนุน

วิกฤติต่อเนื่อง-หนักขึ้น ที่บางกลอย

“หลังจากที่มีการเปิดเผยวิกฤต “ขาดอาหาร-ป่วย” ที่บางกลอยครั้งล่าสุดเมื่อ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ 3 กระทรวงส่งตัวแทนลงไปในพื้นที่เมื่อ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา สถานการณ์วิกฤตยังคงหนักต่อเนื่อง จนล่าสุดยอดยอดผู้ป่วยพุ่งเป็น 34 คน” ส่วนหนึ่งของเนื้อหาแถลงการณ์ ภาคี#Saveบางกลอยที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์เมื่อเวลา 11.00 เช้าวันนี้ 

“ชาวบ้านเจ็บป่วยหนักเพิ่มอีก 21 คน รวมเป็น 34 คน อาการ,uตั้งแต่ป่วยเมื่อยกล้ามเนื้อ แขนขาอ่อนแรง เบื่ออาหาร เวียนหัว ไมเกรน และความดัน เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีแม่ลูกอ่อนที่ไม่มีน้ำนมให้บุตร 11 คน มีเด็กพิการแรกเกิดอายุ 3 เดือน เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแก่งกระจาน 1 คน และพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 1 คน มีกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อเพิ่ม 2 ครัวเรือน ประมาณ 10 คน” แถลงการณ์ภาคีฯ ระบุ

“หลังจากที่มีการยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีการลงพื้นที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ขณะนี้ชาวบ้านก็ยังต้องรับประทานอาหารจากการบริจาคที่ไม่มีสารอาหาร บางคนพอปลูกพืชอาหารในที่ดินตัวเองได้บ้าง เอามาขายในชุมชน แต่จากปัญหาเศรษฐกิจก็ทำให้ชาวบ้านคนอื่นไม่มีเงินเพียงพอจะซื้ออาหารนั้น

เรื่องเข้าไปหาอาหารในป่าชาวบ้านก็ยังกังวลมาก ทีแรกเราเจอโควิดเราก็คิดว่าเข้าไปหาอะไรกินในป่าก็ได้ พวกปลา พืชผักอะไรต่างๆ แต่ว่าตอนนี้ชาวบ้านก็ยังกลัวมากเพราะอุทยานฯ เขาก็อาจจะลาดตระเวนแล้วมาเจอเรา ตอนนี้ก็ยังกินอาหารเหมือนเดิม เป็นอาหารบริจาค ก็ต้องกินไปเพราะไม่มีอะไรกิน” พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ชาวบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กล่าว

“ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่สามารถผลิตพืชอาหารรับประทานในครัวเรือนได้จากปัญหาที่ดินทำกินที่ไม่เพียงพอและไม่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร รวมถึงชาวบ้านยังกังวลในการเข้าไปหาอาหารในป่าตามวิถีชีวิตดั้งเดิม เนื่องจากเกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นโดยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน..

อีกทั้งยังไม่ทราบว่าขอบเขตการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ป่าของชุมชนอยู่ตรงไหน เพราะที่ผ่านมายังไม่มีการสำรวจพื้นที่การใช้ประโยชน์ในป่าตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 แต่อย่างใด” ภาคี#SAVEบางกลอย เปิดเผย

“สถานการณ์ความเจ็บป่วยและการอดอาหารของชาวบ้านในพื้นที่บ้านบางกลอยรุนแรงกว่าที่คิดไว้มาก คาดว่าเป็นการสั่งสมปัญหามาหลายปีนับตั้งแต่ถูกอพยพ เพราะชาวบ้านไม่สามารถทำกินได้ ไม่มีอาหารที่ดีกิน ถูกละเลยมาอย่างยาวนาน เป็นเหมือนระเบิดเวลาที่มาปะทุในช่วงวิกฤตโควิดพอดี 

ขณะนี้ ชาวบ้านกำลังจะอดตาย มันคือการทิ้งให้ชาวบ้านตายจริงๆ ไม่ใช่การฆ่าด้วยวาทกรรมอีกต่อไป พื้นที่นี้เป็นเหมือนคุกคุมขังชาวบ้านจนเกิดเป็นภาวะขาดสารอาหาร มันคือการถูกบังคับให้อพยพ ถูกบังคับให้อดอยาก สังคมไทยหรือสังคมโลกจะได้อะไรจากการทำร้ายชุมชนกะเหรี่ยงที่บ้านบางกลอยหรือ เราจะภาคภูมิใจกับมรดกโลกบนความเจ็บป่วยและความตายของชาวบ้านจริงๆ หรือ” พชร คำชำนาญ ผู้ประสานงานภาคี #SAVEบางกลอย กล่าว

ยื่น 3 กระทรวงฯ ช่วยเหลือเร่งด่วน

เช้าวันนี้ (9 ก.ค.) ภาคี #SAVEบางกลอย ได้แถลง เรียกร้องให้ 3 กระทรวงดำเนินการให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้วิกฤตชาวบางกลอยอย่างเร่งด่วน 3 ข้อ

“ภาคีฯ ในฐานะกลุ่มประชาชนที่ติดตามสถานการณ์การต่อสู้สู่เส้นทางกลับบ้านของชาวบางกลอยมาอย่างต่อเนื่อง มีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นอย่างมาก เพราะสิทธิในการเข้าถึงอาหารและการรักษาพยาบาลนั้นถือเป็นปัจจัยสี่ ควรจะเป็นสวัสดิการแห่งรัฐที่ให้ชาวบ้านเข้าถึงได้โดยมิใช่การร้องขอ อย่างไรก็ตามเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เราจึงมีข้อเรียกร้องมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  1. ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดช่องให้ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าตามวิถีชีวิตดั้งเดิม โดยการดำเนินการสำรวจพื้นที่เก็บหาของป่าตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านบางกลอย และระหว่างนี้ต้องหยุดการข่มขู่ คุกคาม หรือบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นโดยปราศจากมนุษยธรรม เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารตามธรรมชาติได้ในสถานการณ์ที่ยังไร้ที่ดินทำกิน
  2. ให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งดำเนินการแก้ปัญหาอาการเจ็บป่วยของชาวบ้าน โดยการลงพื้นที่ตรวจอาการโดยละเอียด อำนวยการเรื่องการรักษาพยาบาล รวมถึงให้มีแนวทางตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เชิงรุก และจัดหาอุปกรณ์สำหรับป้องกันการติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ให้ชาวบ้านชุมชนบ้านบางกลอย
  3. ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งช่วยเหลือเยียวยาปัญหาปากท้องของชาวบ้านโดยเร่งด่วนที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการจัดหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้เพียงพอต่อการบริโภคของชุมชน” แถลงการณ์ ระบุ

เปิดรับบริจาคออนไลน์ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

เที่ยงวันนี้ (9 ก.ค.) ภาคีSaveบางกลอย ได้ตัดสินใจเปิดรับบริจาคออนไลน์เพื่อรับความช่วยเหลือจากสาธารณะ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ชาวบางกลอย

“วานนี้ (7 กรกฎาคม 2564) หลายหน่วยงานลงพื้นที่ชุมชนบ้านบางกลอยตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านและกลุ่มภาคีSaveบางกลอย วัตถุประสงค์หลักคือให้ตรวจอาการเจ็บป่วยของชาวบ้านและช่วยเยียวยาเรื่องอาหาร ปรากฏว่าเราได้รับรายงานจากชาวบ้านว่า ก็ยังคงไม่ได้รับการช่วยเหลือ การดำเนินการระหว่างลงพื้นที่ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ที่ชาวบ้านยื่นขอ

ประกอบกับได้รับรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า มีชาวบ้านบางกลอย 1 คน ติดเชื้อโควิด-19 นับว่าสถานการณ์ขณะนี้ค่อนข้างเปราะบาง และควรได้รับการช่วยเหลือ อย่างน้อยคือเรื่องหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งหน่วยงานรัฐก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม คือให้ชาวบ้านดูแลตัวเอง ไม่ได้จัดหาให้

ในเมื่อหน่วยงานรัฐยังไม่ช่วยเหลือเยียวยาตามหน้าที่ของตน ยังคงปฏิบัติตัวกับชาวกะเหรี่ยงบางกลอยประหนึ่งชาวบ้านเป็นคนอื่น เป็นผู้ร้องขออาศัยอยู่ในประเทศ ทั้งที่เงินดำเนินการลงพื้นที่ทุกบาทของหน่วยงานรัฐ ล้วนมาจากภาษีประชาชน

วันนี้พวกเราภาคีSaveบางกลอย จึงขอความร่วมมือจากประชาชนทั้งหลาย ร่วมกันช่วยเหลือเพื่อร่วมสังคมของเราโดยเร่งด่วน ผ่านการบริจาคเงินตามสะดวก เพื่อให้ทีมงานสามารถนำไปจัดซื้อจัดหาสิ่งของเยียวยาชาวบ้านได้ถูกจุดและทันท่วงที ก่อนที่จะต้องมีใครเจ็บป่วยไปมากกว่านี้ หรืออาจถึงขั้นล้มตาย

บริจาคเงินได้ที่ เลขบัญชี 020-1-98424-34-9 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานสาขาเพชรบุรี ชื่อบัญชี นายนิยม เที่ยวพนาย และ นางสาวอัญชลี อิสมันยี #สิ่งของที่ทีมงานจะจัดซื้อจัดหามอบให้ชาวบ้าน ได้แก่

  1. อาหาร
  2. หน้ากากอนามัย และ เจลแอลกอฮอล์
  3. ค่ารักษาพยาบาล
  4. การเยียวยาความเดือดร้อนอื่นๆ ตามจำเป็น

นอกจากนั้น เราขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นกระบอกเสียง ในวันที่ประชาชนทุกหมู่เหล่ากำลังได้รับผลกระทบจากการบริหารงานอันล้มเหลวของรัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลไทยพยายามเร่งรัดผลักดันให้กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในช่วงวันที่ 16-31 กรกฎาคมนี้ ในขณะที่ปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข คนที่อุ้มฆ่าบิลลี่ยังไม่ได้รับการลงโทษ บาดแผลจากการไล่รื้อเผาบ้านและยุ้งข้าวยังคงอยู่ เรามาร่วมกันช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมกับส่งเสียงหยุด #มรดกโลกมรดกเลือด ไปด้วยกัน”
ภาคีฯ แถลง

สส.ก้าวไกล อภิปรายกลางสภา

วานนี้ สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 10 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) ตั้งกระทู้กรณีปัญหาการขาดแคลนอาหาร และอาการป่วย ของชาวบ้านบางกลอย ยังไม่ได้รับการแก้ไข เร่งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมแก้ไขปัญหาความอดอยากจากผลกระทบดังกล่าว

“ผมต้องเอาเรื่องของพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่บ้านบางกลอยมาพูดกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะวันนี้จากข่าวที่ได้รับการแจ้งมาจากพี่น้องบ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ว่าหลังจากที่ถูกอพยพลงมาจากบ้านใจกลางแผ่นดินเมื่อปี 2539 จนวันนี้วิถีชีวิตของพี่น้องก็ยังอยู่ในภาวะไร้ที่พึ่ง ขาดการดูแลจากหน่วยงานของรัฐ..

เพราะว่าเขาเป็นพี่น้องชายขอบจริงๆ วันนี้วิถีชีวิตเดิมที่เป็นชาติพันธุ์ที่ต้องอาศัยอยู่กับผืนป่า โดยเฉพาะการหากินหรือทำมาหากินกับแหล่งอาหารธรรมชาติที่อยู่ในผืนป่า แต่วันนี้กลายเป็นว่าพี่น้องชาติพันธุ์กลุ่มนี้กำลังป่วยหนักเป็นจำนวน 10 กว่าราย และที่ป่วยหนักที่สุดคือเรื่องการขาดอาหารหรือสารอาหาร ก็ต้องพูดว่าเป็นความอดอยากของพี่น้องจริงๆ เพราะได้ถูกย้ายออกมาจากพื้นที่ที่เขาทำมาหากินโดยธรรมชาติได้..

จึงฝากไปยังกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อช.) ว่าการดูแลพี่น้อง การเอื้ออำนวยในการป้องกันภัยพิบัติที่มาจากโควิด-19 การแก้ปัญหาเรื่องความอดอยาก ก็ช่วยเกื้อหนุนให้ก็แล้วกันครับ มองคนเหล่านี้ให้เป็นคนที่เท่าเทียมกันกับพวกเราครับ” สส.สมชาย กล่าวในที่ประชุมสภาฯ

ทส.ดันต่อมรดกโลก หวัง ‘ที่ประชุมจีน’ อนุมัติ

หลังการแถลงของภาคี#Saveบางกลอย จนถึงเวลา 18.00 น. ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ จาก 3 ทั้งกระทรวง

อย่างไรก็ตาม ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พยายามสื่อสารกับสาธารณะถึงสถานการณ์การยื่นขอให้ผืนป่าแก่งกระจานขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยเน้นย้ำว่า ได้รับการสนับสนุนจาก 7 ประเทศสมาชิกอนุสัญญามรดกโลก โดยอ้างว่าได้มีการจัดการแก้ปัญหาบางกลอยแล้ว

“รัฐบาลเน้นแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการร่วมกันและเป็นขั้นตอน ที่ผ่านมารัฐบาล ได้แก่ปัญหาชุมชนบ้านบางกลอยมาอย่างต่อเนื่อง และมีหน่วยงานของรัฐมากกว่า 20 หน่วยงาน เข้าไปดำเนินโครงการต่างในพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 88 โครงการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยง รวมทั้งแก้ปัญหาที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบางกลอย” รมว.วราวุธ กล่าวเมื่อ 2 ก.ค. 64 กับ มติชน

เวทีประชุมทางไกลของคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 44 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 31 ก.ค. 2564

“ประเทศไทยมีเรื่องกลุ่มป่าแก่งกระจานเรื่องเดียว ที่ขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งมั่นใจและเทหมดหน้าตัก เวลานี้มีอย่างน้อย 7 – 8 ประเทศ ที่ให้การสนับสนุน” วราวุธ กล่าว