“เราแก้วิกฤตเหมือนใช้ช้อนวิดน้ำท่วม” กรีนพีซเผย คนไทยตระหนักเรื่องขยะพลาสติกดี แต่ผิดจุด

กรีนพีซย้ำความรับผิดชอบของผู้ผลิตคือทางแก้มลพิษ ผ่านการหวนกลับมาฉายสารคดี The Story Of Plastic ปีนี้ จัดให้ดูฟรีออนไลน์ส่งท้ายเดือนมิถุนายน 

“เราแก้วิกฤตเหมือนใช้ช้อนวิดน้ำท่วม” 

สำหรับ พิชามญชุ์ รักรอด หัวหน้างานรณรงค์ด้านขยะพลาสติกของกรีนพีซ ประเทศไทย โควิดไม่ได้เป็นอุปสรรคใหญ่ต่อภารกิจลดขยะพลาสติก เพราะสังคมไทยตื่นตัวเรื่องขยะมากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา แม้โรคระบาดจะทำให้เราหันหน้าเข้าหาภาชนะใช้ครั้งเดียวทิ้งมากขึ้น แต่ก็ไม่อาจพรากจิตสำนึกในเรื่องนี้ไปง่ายๆ

แต่นั้นยังเป็นการตระหนักที่ “แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ”

“ลองนึกภาพ อ่างที่น้ำกำลังท่วมเอ่อล้น เราใช้ช้อนชาวิดเท่าไหร่ก็ไม่หมด ถ้าก๊อกยังเติมน้ำเข้ามาเรื่อยๆ การที่ผู้บริโภคลดใช้พลาสติกเป็นเรื่องดี แต่ยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ยังไม่ค่อยมีคนตื่นตัวถึงผู้ผลิตที่เป็นต้นทาง”

เธอรู้สึกดีใจที่ช่วงปีที่ผ่านมา ได้ยินหลายคนยกการเปรียบเทียบดังกล่าวมาพูดคุยเรื่องวิกฤตพลาสติก หลังจากกรีนพีซนำภาพยนต์สารคดีที่พูดถึงการเปรียบเปรยนั้นมาเปิดให้ชมออนไลน์ ปีนี้ จึงตัดสินใจนำกลับมาฉายอีกครั้งให้ชมถึงสิ้นเดือนมิถุนายน

The Story of Plastic (2562) เป็นสารคดีที่ดูแล้วไม่น่าเบื่อ แต่กลับเซอไพรต์คนดูด้วยความจริงหลายอย่างที่เราหลงลืมไป ชื่อเรื่องล้อไปกับซีรี่ส์การ์ตูน The Story of Stuff เจ้าของการ์ตูนลายเส้นง่ายๆ ที่ชวนเราตั้งคำถามถึงสังคมบริโภค หนังพาผู้ชมมองภาพใหญ่ของปัญหาพลาสติก เริ่มต้นเรื่องราวจากแม่น้ำที่ปนเปื้อนไปด้วยขยะพลาสติกในฟิลิปปินส์ เพื่อพาเราย้อนรอยการเดินทางของพลาสติกกลับสู่ต้นกำเนิดที่…โรงงานกลั่นน้ำมัน

“เราไม่มีทางแก้ปัญหาพลาสติกได้ หากยังมองเป็นแค่ปัญหาขยะ ใครเป็นผู้ผลิตตั้งแต่เริ่มแรกและผลิตทำไม” สารคดีร้องถาม

เรามักจะมองปัญหาขยะพลาสติกแยกกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะมลพิษทั้งสองนี้มีต้นกำเนิดร่วม คือ ปิโตรเลียม เม็ดพลาสติกเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากธุรกิจปิโตรเลียมที่นำมาแปรรูปเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ มีการคาดการณ์ว่าภายในอีก 30 ปีข้างหน้า การผลิตพลาสติกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนคิดเป็นสัดส่วน 20% ของการใช้น้ำมันทั้งหมดของโลก

ดังนั้น เมื่อพูดถึงผู้ผลิตพลาสติก จึงมีชื่อชื่อบริษัทคุ้นหูเป็นบริษัทปิโตรเลียมอย่าง Dow Dupont Exxon Chevron และ Shell ในกรณีประเทศไทย บริษัทที่ผลิตโพลิเมอร์อันดับต้นของประเทศ ได้แก่ PTT และ SCG

เม็ดพลาสติกที่ผลิตจะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายแบรนด์ เมื่อปี 2563 กรีนพีซ ประเทศไทย ทำการสำรวจแบรนด์ขยะที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม พบว่าส่วนมากเป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์เครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P.Group) ดัชมิลล์ โอสถสภา กระทิงแดง และ แล็กตาซอย

“ปัญหาขยะพลาสติกมักถูกผลักให้เป็นปัญหาการจัดการขยะที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เราลืมความจริงไปว่ามันมีปริมาณมหาศาลจนไม่มีทางจัดการได้”

The Story of Plastic (ภาพ: IMDb)

The Story of Plastic ชี้ว่าการจัดการขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งนั้นไม่ใช่เรื่องได้คุ้มเสีย เพราะเต็มไปด้วยปัญหาสารพัน มีพลาสติกเพียง 9% ที่นำไปรีไซเคิล แถมส่วนมากมันจะเป็นการแปรสภาพเป็นของคุณภาพต่ำลงและมักจะรีไซเคิลแค่ครั้งเดียว

นั้นยังไม่นับปัญหาเรื่องผลกระทบจากโรงงานรีไซเคิล ซึ่งปล่อยมลพิษออกสู่อากาศและอาศัยแรงงานราคาต่ำคัดแยกขยะ โดยมักจะเป็นประเทศซีกโลกใต้อย่างอินเดีย ซึ่งกลายเป็นถังขยะ รองรับขยะจากประเทศตะวันตก

เมื่อขยะพลาสติกกำลังเอ่อล้นท่วม การใช้ช้อนวิดน้ำอาจจะไม่พอ ทางออกของวิกฤตขยะพลาสติกที่ภาพยนตร์และกรีนพีซเสนอ คือ “การปิดก๊อก” ที่ป้อนพลาสติกเข้าสู่วิถีชีวิต ผ่านหลักการ “ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต” (Extended Producer Responsibility: EPR) ผู้ผลิตรับผิดชอบต่อขยะที่สร้าง ตามหลักใครก่อมลพิษ ผู้นั้นเป็นผู้จ่าย

“หลักการ EPR ไม่ได้บอกให้ผู้ผลิตเลิกผลิตสินค้า แต่ทำให้แบรนด์สินค้าดูแลขยะทุกชิ้นให้ไม่ออกจากโรงงานแล้วไปทำลายสิ่งแวดล้อม บริษัทร่วมแก้ไขปัญหาพลาสติกได้มากกว่าแค่ CSR ออกไปเก็บขยะเท่านั้น แต่สามารถทำได้ตั้งแต่การออกแบบ เช่น เปลี่ยนวัสดุจากพลาสติกเป็นวัสดุย่อยสลายได้หรือออกแบบขวดน้ำให้ไม่มีฉลากซึ่งเป็นพลาสติกประเภทที่รีไซเคิลไม่ได้” พิชามญชุ์ อธิบาย

เธอชี้ว่าแนวคิดนี้มีใช้แล้วในหลายประเทศ และหวังว่าจะถึงเวลาของประเทศไทยที่คนทุกภาคส่วนจะตระหนักว่าปัญหาขยะพลาสติกจะแก้ได้ตรงจุดมากกว่าแค่ปรับพฤติกรรมผู้บริโภค 

“แบรนด์ทุกแบรนด์เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ ภาครัฐสามารถออกกฎหมายและนโยบายส่งเสริมหลักการนี้ และประชาชนคนหนึ่งทำอะไรได้มากกว่าลดใช้พลาสติกด้วยตนเอง เสียงของผู้บริโภคสำคัญเสมอ สิ่งสำคัญของผู้บริโภคคือการส่งเสียงบอกบริษัทที่เราอุดหนุนว่า  ‘ฉันไม่ต้องการใช้พลาสติกแล้ว ฉันต้องการทางเลือก’ ยังไงภาคธุรกิจหรือภาครัฐก็ฟังเสมอ”

The Story of Plastic (2562)
ความยาว : 1 ชั่วโมง 30 นาที
ประเภท : สารคดี
ประเด็น : ขยะพลาสติกและธุรกิจปิโตรเลียม
ตัวอย่าง