#FreeEnvironmentalists โซเชียลผุดแคมเปญช่วยนักสวล.เขมรคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

#FreeEnvironmentalists แคมเปญไวรัลในกัมพูชา เรียกร้องปล่อยตัว 3 นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมเขมรโดนคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากการรณรงค์ประเด็นน้ำเสียที่โตนเลสาบในกรุงพนมเปญ องค์กรสิทธิมนุษยชนและสถานทูตร่วมเรียกร้อง “ปล่อยตัวและถอนข้อหาทันที”

Sun Rath โบกมือให้ครอบครัวระหว่างถูกนำตัวไปศาล (ภาพ: Licadho)

หลากเสียงเรียกร้อง “ปล่อยตัวและถอนข้อหานักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมทันที” 

สัปดาห์ที่ผ่านมา #FreeEnvironmentalists หรือ #ដោះលែងសកម្មជនបរិស្ថាន กลายเป็นแคมเปญรณรงค์ไวรัลในกัมพูชาเมื่อคนดังหลายคนได้ออกมาเรียกร้องให้นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมองค์กร Mother Nature ของกัมพูชา 4 ราย ถูกฟ้องฐานวางแผนและหมิ่นประมาทพระบรมราชนุภาพกษัตริย์ ซึ่งมีโทษจำคุก 5-10 ปี ระหว่างกำลังถ่ายคลิปการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงโตนเลสาบ บริเวณใกล้พระราชวัง ในกรุงพนมเปญ พร้อมกับแฮชแท็ก #Justice4Ratha #Justice4Leanghy #Justice4Daravuth #Justice4All

“นี่เป็นข้อกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานใดๆ เราผิดหวังและเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการตัดสินใจครั้งนี้ ขอให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเรียกร้องความยุติธรรมให้ศาลปล่อยตัว เราเชื่อว่าการเข้าร่วมแคมเปญนี้ของทุกคนจะมีช่วยพวกเขาได้” Mother Nature Cambodia ระบุบนเฟซบุ๊ก

นักกิจกรรมเยาวชนสองราย Sun Rath (26 ปี) และ Ly Chandaravuth (22 ปี) ถูกจับกุมระหว่างกำลังถ่ายคลิปการลักลอบปล่อยน้ำเสียในวันที่ 16 มิถุนายน 2564 และเช้าวันเดียวกัน นักกิจกรรมอีกคน Yim Leanghy ถูกควบคุมตัวหลังจากได้รับหมายเรียกให้ไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจ 

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อหากับอีกหนึ่งนักกิจกรรม Alejandro Gonzalez Davidson ชาวสเปนผู้ก่อตั้งองค์กร Mother Nature ซึ่งอยู่นอกกัมพูชา หลังจากถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศตั้งแต่ปี 2558

ทางสถานทูตสวีเดนและสหรัฐฯ ได้ทวิตแสดงความกังวลผ่านทวิตเตอร์

“ผมรู้สึกไม่สบายใจมากที่ได้ยินการจับกุมนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมเยาวชนเพิ่มอีก การรายงานเรื่องมลพิษเป็นการทำงานเพื่อสาธารณะ ไม่ใช่อาญชกรรม เราเรียกร้องให้ทางการตอบสนองประชาชน ไม่ใช่ปิดปากพวกเขา” W. Patrick Murphy ทูตสหรัฐฯ ประจำกัมพูชา เผย 

องค์กรสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม 75 องค์กร ได้ร่วมออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมทันทีและยกเลิกข้อกล่าวหา Amnesty International ได้ประนามการจับกุมดังกล่าว

“การตั้งข้อหาอุกอาจครั้งนี้เป็นความพยายามโจ่งแจ้งที่จะปิดปากและคุกคาม ไม่เพียงแค่ Mother Nature กัมพูชาเท่านั้น แต่เยาวชนกัมพูชาทั้งรุ่นที่กล้าลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (ทางการ) ควรถอนข้อกล่าวหานี้ทันทีและปล่อยตัว Sun Ratha Ly Chandaravuth และ Yim Leanghy ทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข

ความรุนแรงของข้อกล่าวหานี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกัมพูชาพยายามควบคุมนักปกป้องสิ่งแวดล้อมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากยิ่งขึ้น มันไร้เหตุผลที่ข้อกล่าวหารุนแรงเช่นนี้ถูกใช้ตอกกลับนักกิจกรรมกลุ่มนี้ที่ลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของกัมพูชาอย่างสันติ”

โตนเลสาบปนเปื้อนน้ำเสีย (ภาพ: Mother Nature)

ฟ้องหมิ่นฯ 4 นักสิ่งแวดล้อม 

ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่านักเคลื่อนไหว “ดูหมิ่น” พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์ของกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่มีการปกครองแบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างไร คืนวันที่ 22 มิถุนายน สมาคมนักข่าวกัมพูชา (CamboJA) เผยว่า ได้มีการเผยแพร่คลิปการประชุม Zoom ของกลุ่ม Mother Nature บนเพจสำนักข่าวฝั่งรัฐบาล Flash News โดยคลิปดังกล่าวอาจถูกนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นหลักฐานการใช้ภาษาหมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรีฮุนเซนและสถาบันกษัตริย์ 

ท่ามกลางเสียงวิพาก์วิจารณ์ สำนักข่าว BBC รายงานว่า Phay Siphan โฆษกรัฐบาล ได้ออกมาปฏิเสธคำวิจารณ์เกี่ยวกับการจับกุมดังกล่าว โดยชี้แจ้งว่ารัฐบาลเพียงแค่ปฏิบัติตามกฎหมาย 

จำเลยควรจะ “หาทนายมาสู้ในศาลแทนการปั้นข่าว” เขากล่าว

ปัจจุบัน นักกิจกรรมในกัมพูชาทั้งสามคนถูกขังตัวชั่วคราวในคุก Prey Sar กรุงพนมเปญ

การดำเนินคดีกับนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อม Mother Nature ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก พฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลพนมเปญตัดสินให้นักกิจกรรมสามคนถูกฟ้องฐานปลุกปั่นและตัดสินจำคุก 18-20 เดือน พร้อมปรับเงินสามหมื่นบาท เนื่องจากวางแผนจัดกิจกรรมให้นักเรียกร้องหญิงคนหนึ่งเดินเท้าไปบ้านพักนายกฯ เพื่อแสดงความกังวลเรื่องการพัฒนาทะเลสาบกลางเมืองพนมเปญ

องค์กร Mother Nature ผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อมในกัมพูชาหลายกรณี เช่น กรณีระงับการสร้างเขื่อนพลังงานไฟฟ้าในเขา Areng ซึ่งกระทบกับชุมชนชนพื้นเมือง และการทำเหมืองทรายชายฝั่งเพื่อส่งออก ซึ่งท้ายที่สุดรัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศห้ามส่งออกในปี 2559

แผนที่โตนเลสาบ ทะเลสาบน้ำจืดที่ขยายตัวได้ถึง 6 เท่าในหน้าน้ำหลาก (ภาพ: Environmental Changes in Tonle Sap Lake and its floodplain)

โตนเลสาบกลางมลพิษ 

“โตนเลสาบ” เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บริเวณตรงกลางของกัมพูชา มีพื้นที่ประมาณ 7,500 ตารางกิโลเมตร เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำจะท่วมพื้นที่บริเวณรอบข้าง ทำให้โตนเลสาบขยายตัวออกกว้างมากถึง 6 เท่า

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน โตนเลสาบเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายอย่าง เช่น การผันผวนของแม่น้ำโขงจากเขื่อนและวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อระดับน้ำและปลา รวมไปถึงปัญหาน้ำเสีย

“การปล่อยน้ำเสียที่ไม่ผ่านการบำบัดและขยะลงแหล่งน้ำ ทำให้ทะเลสาบปนเปื้อนและคุณภาพน้ำแย่ลงในบางพื้นที่ สารอาหารจากน้ำเสียครัวเรือนและเกษตรกรรมทำให้ปริมาณสาหร่ายและผักตบชวาเพิ่มขึ้น เป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้ใช้ทะเลสาบโดยตรง ความเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมเหล่านี้จะหนักยิ่งขึ้นหากไม่มีนโยบายและแผนการรับมือที่เหมาะสม” รายงานความเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมและข้อเสนอต่อนโยบาย ปี 2563 โดยหน่วยงานรัฐกัมพูชาจัดทำร่วมกับองค์กรต่างชาติ ระบุ

นอกจากนี้ คุณภาพน้ำโตนเลสาบยังแย่ลงเพราะปนเปื้อนขยะครัวเรือน กระทรวงสิ่งแวดล้อมกัมพูชาได้จัดกิจกรรมเก็บขยะและรณรงค์กับชุมชนอาศัยรอบข้างทะเลซึ่งมีมากกว่า 5 ล้านคน

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กัมพูชาได้กลายเป็นชาติที่อยู่ไม่ได้หากปราศจากพลาสติก พนมเปญเมืองเดียวใช้ถุงพลาสติก 10 ล้านใบทุกวัน นั้นคือ 3.6 ล้านล้านใบต่อปี คนกัมพูชาใช้ขยะพลาสติกมากกว่าในจีนหรือยุโรปถึงสิบเท่า พลาสติกเหล่านี้จะปนเปื้อนทะเล หาด และแหล่งน้ำต่อ” Sun Rath นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมที่ถูกจับกุมกล่าวในคลิปรณรงค์ลดการใช้ขยะพลาสติกของ Mother Nature