ถดถอยครั้งแรกในรอบห้าปี “ดัชนีความยั่งยืน” ไทย หนักสุดเรื่องสิ่งแวดล้อม

แม้จะดีขึ้นมากด้านขจัดความยากจนและพัฒนาอุตสาหกรรม แต่ด้านสิ่งแวดล้อมแย่สุด เป็นไปในทิศทางเดียวกับของอาเซียนและกระแสโลก ภาพรวมระดับการพัฒนาที่ยั่งยืนประเทศไทยประจำปี 2564 จากรายงาน SDG Index 2021 ผู้แทน UNDP ประจำไทยชี้ ท้องถิ่นคือหัวใจสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน

ถดถอยครั้งแรกในรอบ 5 ปี แย่สุด “สิ่งแวดล้อม”

วันนี้ (17 มิถุนายน 2564) Renaud Meyer ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย เผยความคืบหน้าการทำตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ของไทยประจำปีนี้ โดยเล่าถึงผลรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2021 ซึ่งเพิ่งออกใหม่ไม่กี่วันก่อน ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ดัชนีแสดงความก้าวหน้า “ถดถอย” ในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติรับรองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันในปี 2015

อันดับและคะแนน SDG ของไทยลดลงเมื่อเทียบกับปี 2020 โดยนับเป็นอันดับที่ 43 ใน 165 ประเทศ (ลดลงจากอันดับที่ 41) และได้คะแนนรวม 74.2 คะแนน (ลดลงจาก 74.5 คะแนน) สอดคล้องกับนานาประเทศที่มีทิศทางถดถอยเพราะวิกฤติโรคระบาดและการว่างงาน

เขาชี้ว่า เมื่อพิจารณาเป้าหมายพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อ ประเทศไทยยังทำได้ไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2020 ทุกเป้าหมาย มีบางด้านที่ไทยพัฒนาได้มาก ได้แก่ เป้าหมายที่ 1 กำจัดความยาก และเป้าหมายที่ 9 พัฒนาอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน 

อย่างไรก็ตาม มีสามด้านที่ไม่ก้าวหน้าจนน่าเป็นห่วง ได้แก่ เป้าหมายกำจัดความอดอยาก แก้ปัญหาโลกร้อน และชีวิตในน้ำ

“แท้จริงแล้วโลกของเราผลิตอาหารได้มากกว่าที่เราบริโภคจนเหลือขยะอาหารมากมาย แต่ปัญหาความอดอยากเกิดจากการจัดการและกระจายที่ไม่ทั่วถึง ส่วนด้านโลกร้อนและชีวิตในน้ำนั้นไทยยังทำได้น้อยมาก ซึ่งจะลำบากสำหรับประเทศไทยที่พึ่งพิงกับทรัพยากรธรรมชาติ”

รายงานฉบับดังกล่าวจัดทำโดยกลุ่มนักวิชาการอิสระ Sustainable Development Solutions Network (SDSN) จากข้อมูลสาธารณะของหน่วยงานสากลต่างๆ โดยรายงานได้ระบุว่า ระดับการประเมินนี้อาจถูกประเมิน “ต่ำกว่าความเป็นจริง” เนื่องจากความล่าช้าทางด้านเวลาของข้อมูลสถิติระหว่างประเทศ 

ภาพรวมความคืบหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ด้านของไทย ซึ่งยังไม่ถึงเป้าปี 2020 (ภาพ: Econ TU)

ไปทางเดียวกับทิศอาเซียนและกระแสโลก

การจัดอันดับนี้ ไทยนับว่าเป็นประเทศอันดับ 1 ในอาเซียนต่อเนื่องเป็นปีที่สาม และในทวีปเอเชีย ถือว่าเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น (อันดับ 18) และเกาหลีใต้ (อันดับ 28) 

ประเทศอาเซียนอันดับรองลงมา คือ เวียดนาม (อันดับ 51) มาเลเซีย (อันดับ 65) สิงคโปร์ (อันดับ 76) บรูไนดารุสซาลาม (อันดับ 84) อินโดนีเซีย (อันดับ 97) เมียนมาร์ (อันดับ 101) กัมพูชา (อันดับ 102) ฟิลิปปินส์ (อันดับ 103) และลาว (อันดับ 110) 

ประเทศ 5 อันดับแรกที่ได้คะแนนการพัฒนาที่ยั่งยืนสูงสุดปี 2021 โดยเป็นประเทศยุโรปทั้งหมด และลำดับประเทศสมาชิกอาเซียน (ภาพ: SDG Move)

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2020 อาเซียนมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีสถานะแย่ลง 4 เป้าหมาย ได้แก่

เป้าหมาย 2 ขจัดความหิวโหย : จากสถานะ ท้าทาย (สีส้ม) มาเป็น ท้าทายมาก (สีแดง) โดยเป็นด้านความชุกของภาวะทุพโภชนาการ และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับอัตราการส่งออกยาฆ่าแมลง 

เป้าหมาย 8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ : จากสถานะ ยังมีความท้าทายบางส่วน (สีเหลือง) มาเป็น ท้าทาย (สีส้ม) เป็นด้านอัตราการเติบโตของ GDP อัตราการว่างงาน และการรับประกันสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิผล

เป้าหมาย 14 การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล : จากสถานะ ท้าทาย (สีส้ม) มาเป็น ท้าทายมาก (สีแดง) เป็นด้านการปกป้องพื้นที่ทางทะเลที่สำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษทางทะเล

เป้าหมาย 15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบก : จากสถานะ ท้าทาย (สีส้ม) มาเป็น ท้าทายมาก (สีแดง) ตัวชี้วัดที่มีสถานะแย่ลง คือ ด้านการปกป้องพื้นที่บกที่สำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพและพื้นที่ชุ่มน้ำ

ทิศทางการพัฒนานี้สอดคล้องกับสถานการรณ์โลกในทวีปอื่นๆ SDSN Thailand เครือข่ายวิชาการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตจากรายงานว่า

“เป้าหมายที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด ได้แก่ เป้าหมาย 9 ส่งเสริมอุตสาหกรรม นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน 8.6 แต่ก็ยังมีเป้าหมายที่มีความก้าวหน้าน้อยโดยรายงานระบุว่าเป้าหมายที่มีความก้าวหน้าต่ำกว่า 1 ซึ่งล้วนแต่เป็นเป้าหมายกลุ่มสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น”

ภาพรวมความก้าวหน้า 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2021 (ภาพ: SDG Move)

เสนอทบทวนเป้าหมายพัฒนาที่ยั่งยืน เพิ่มบทบาทท้องถิ่น

“ข้อมูลระบุชัดว่า การพัฒนามนุษย์ที่สูงขึ้นหมายถึงการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เห็นได้จากปริมาณรอยเท้าคาร์บอนและรอยเท้าขยะต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นตาม แต่ช่วงสองปีนี้ที่มีโควิด เป็นครั้งแรกที่ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index : HDI) ลดลง”

Renaud Meyer อธิบาย เขาชี้ว่าในระยะสั้น ไทยควรมุ่งกระตุ้นการจ้างงาน และการหมุนเวียนเงิน สนับสนุนกลุ่มคนเปราะบาง โดยระวังไม่ให้เกิดการพัฒนาแบบตัว “K” ที่คนรายได้มาก (แขนขาขึ้นของตัวเค) อาจฟื้นฟูได้มากกว่าคนรายได้น้อย (แขนขาลงของตัวเค) ตอกย้ำช่องว่างและความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของไทย

ในระยะยาว ไทยควรปรับสู่ระบบเศรษฐกิจสีเขียวและกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ที่สำคัญภาวะโควิดครั้งนี้ สังคมควรจะหนักมาทบทวนวิธีการคิดและพฤติกรรมว่าจะพัฒนาในแนวทางไหนต่อ

6 – 15 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ จะมีการประชุมเวทีหารือระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (HLPF2021) ซึ่งประเทศสมาชิกจะจัดทำรายงานผลการทบทวนการดำเนินงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 เช่น เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งไทยตั้งเป้าลด 20-25% ภายในปี 2030 ล่าสุด กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เผยว่า ปี 2563 ไทยเดินหน้าลดได้ 14% 

ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย ย้ำว่า การพัฒนายั่งยืนจะสำเร็จได้ ต้องกระจายแนวคิดสู่ท้องถิ่น เพราะแต่ละพื้นล้วนมีพื้นฐานและความหมายของ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” แตกต่างกันไป เช่น เป้าหมายที่ 14 เรื่องชีวิตใต้ทะเล อาจจะไม่สำคัญกับคนเชียงใหม่ แต่อาจจะสำคัญมากกับคนริมแม่น้ำและชายฝั่ง

“เราทุกคนต่างรู้จัก ‘เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน’ กันดี แต่ผมอยากให้เราลืมคำนี้เสีย แล้วมองให้ทะลุถึงคุณค่าและประเด็นข้างใน มีใครบ้างที่ไม่อยากได้การศึกษาที่เท่าเทียม มีใครบ้างที่ไม่อยากอยู่ในสิ่งแวดล้อมและอากาศสะอาด มีใครไม่อยากให้รัฐบาลทำงานดีๆ …การพัฒนาที่ยั่งยืนคือพื้นฐานสิ่งที่ทุกคนต้องการและกำลังทำอยู่

จริงๆ แล้ว ทุกคนทำเรื่องพัฒนาที่ยั่งยืนมาเสมอ โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำตาม ‘เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน’ ของสหประชาชาติ ผมอยากให้ทุกคนเอาเรื่องนี้กลับบ้านแล้วไปคุยกับคนรอบข้างว่าบทบาทของเราอยู่ตรงไหน แล้วเราจะพยายามมากกว่านี้ได้ยังไง”