เครือข่ายป่าชุมชนขยับ เบรคกรมป่าไม้ “ห้ามป่าชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอ”

เตรียมยื่นวราวุธพรุ่งนี้ ชี้อย่าเพิ่มวิกฤตคนในเขตป่าด้วยการออกกฎหมายลูก พรบ.ป่าชุมชน 62 ที่ระบุห้ามมีป่าชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอยันอาจกระทบหนัก 3,482 ป่าชุมชนที่ขึ้นทะเบียนแล้วใน 9 จังหวัดภาคเหนือ

 

พื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอ (ภาพ : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

 

เตรียมยื่น ทส. พรุ่งนี้

วันนี้ (10 มิ.. 2564) แหล่งข่าวองค์กรพัฒนาเอกชนเปิดเผยว่า เครือข่ายป่าชุมชน ซึ่งประกอบด้วยองค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวบ้านที่ขับเคลื่อนประเด็นป่าชุมชน เตรียมจะมีการยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) วราวุธ ศิลปอาชา เพื่อเรียกร้องกรณีการออกกฎหมายลูก พรบ.ป่าชุมชนดังกล่าว

โดยจะเป็นการยื่นข้อเรียกร้องร่วมกันของเครือข่ายป่าไม้ภาคพลเมือง มูลนิธิการพัฒนาที่ยั่งยืน (ภาคเหนือ) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนองค์การมหาชน (พอช.) และศูนย์วนศาสต์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (รีคอฟ)

เราจะมีการแถลงข่าวการยื่นหนังสือถึงรมต.วราวุธ พรุ่งนี้ หลังเวทีออนไลน์เรื่องนี้ช่วงเที่ยงแหล่งข่าวเครือข่ายป่าชุมชนเปิดเผย 

จากกำหนดการ การแถลงข่าวการยื่นหนังสือของเครือข่ายป่าไม้ภาคพลเมือง และภาคี ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะต่อกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่ให้เป็นเขตป่าอนุรักษ์ พ..…. ประกอบ พ...ป่าชุมชน พ..2562 จะจัดขึ้นระหว่างเวลา 12.00-12.30  

ซึ่งก่อนนั้น จะมีการจัดเวทีเสวนาออนไลน์หัวข้ออนาคตของป่าชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอโดยมีผู้ร่วมเสวนา เป็นตัวแทนจากสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ภาคเหนือ) มูลนิธิสืบนาคะเสถียร องค์กรบริหารส่วนตำบลแม่ทา จ.เชียงใหม่ รีคอฟ และนักวิชาการด้านกฎหมายป่าชุมชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่าง 09.30-12.00  

ทั้งนี้ จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊คเพจ RECOFTCThailand – ศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า ประเทศไทย  https://www.facebook.com/recoftcinThailand ตั้งแต่เวลา 10.00-12.30 .

 

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. (ภาพ : ทส.)

 

กฎหมายลูก เตรียมจ่อห้าม

การเคลื่อนไหวของเครือข่ายฯ ครั้งนี้สืบเนื่องจากเครือข่ายฯ ได้รับทราบว่า ล่าสุด กรมป่าไม้กำลังปรับปรุงร่างกฎกระทรวง ภายใต้พระราชบัญญัติป่าชุมชน 2562 ในทิศทางที่จะกำหนดไม่อนุญาตให้มีป่าชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอ 

พรบ.ป่าชุมชน 2562 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 24 พฤษภาคม 2562 ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่ได้มีการกำหนดสิทธิและประโยชน์ที่ชุมชนจะได้มีเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการป่าไม้ร่วมกับภาครัฐอย่างถูกต้องโดยมีกฎหมายรองรับ

ป่าชุมชนในกฎหมายฉบับนี้กำหนดไว้ว่าคือ ป่านอกเขตป่าอนุรักษ์หรือพื้นที่อื่นของรัฐนอกเขตป่าอนุรักษ์  โดยความหมายของเขตป่าอนุรักษ์ตามพ...ป่าชุมชนให้หมายความว่าประกอบด้วย เขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า หรือ เขตพื้นที่อื่นใดที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ หรือคุณค่าอื่นอันควรแก่การอนุรักษ์หรือรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

การที่กฎหมายกำนหดให้ต้องมีการกำหนดกฎกระทรวงเพื่อกำหนดเขตพื้นที่อื่นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์นั้น กรมป่าไม้ได้ดำเนินพัฒนาร่างกฎกระทรวงดังกล่าวและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไปแล้ว ซึ่งมีประเด็นข้อคิดเห็นที่สำคัญในช่วงการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน คือ ให้พื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น  1 สามารถจัดตั้งป่าชุมชนได้ โดยไม่กำหนดเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งได้รับการปรับปรุงจนได้ร่างฉบับเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.. 2564

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาร่างกฎกระทรวงฉบับนี้แล้วมีข้อสังเกตว่า ควรกำหนดให้เขตพื้นที่ที่จะกำหนดในร่างกฎกระทรวงนี้ครอบคลุมพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้นำข้อสังเกตนี้ไปปรับปรุงร่างกฎกระทรวงแหล่งข่าวอธิบาย

 

ป่าชุมชนภาคเหนือ (ภาพ : มพน.)

 

กระทบป่าชุมชนในลุ่มน้ำ 1 เอ 1.1 ล้านไร่

หากกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวยอมรับกำหนดให้พื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 เอ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ตามข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น ผลที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาคือป่าชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอาจจะสูญเสียสิทธิหรือได้รับผลกระทบในการจัดการป่าในแนวทางของป่าชุมชนและได้รับสิทธิตามกฎหมายนี้

จากข้อมูลของมูลนิธิพัฒนาอย่างยั่งยืน (ภาคเหนือ) ในปี พ.. 2562 ระบุว่าภาคเหนือ 9 จังหวัด ที่มีการจัดตั้งป่าชุมชนและที่ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้จำนวน 3,482 แห่ง เนื้อที่ป่าชุมชนทั้งหมดรวม 3 ล้านไร่ โดยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 ที่มีสภาพเป็นป่า หรือคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 1 เอ รวม 1.1 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 38 

หลายพื้นที่ของป่าชุมชนเหล่านี้เป็นป่าชุมชนที่ถูกฟื้นฟูมาจากการสัมปทานมาไม้ในอดีต จนป่าได้กลับมามีสภาพเป็นป่าต้นน้ำและชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากป่ามาอย่างยาวนาน เช่น การทำประปาภูเขา ระบบเหมืองฝาย และเก็บหาของป่าแหล่งข่าวกล่าว