“สุวรรณภูมิ”สนามบินที่เสี่ยงจมน้ำมากที่สุดในโลก งานวิจัยเผย

งานศึกษาสนามบิน 14,000 แห่งทั่วโลก พบ 269 แห่งเสี่ยงน้ำท่วมสูง “สุวรรณภูมิ” ขึ้นแท่นเสี่ยงอันดับหนึ่ง ผลการวิจัยล่าสุดของนักวิศวกรรมศาสตร์อังกฤษเปิดเผย

สนามบินสุวรรณภูมิ (ภาพ: Bangkok Airport)

ครั้งแรกของโลก งานวิจัยความเสี่ยงน้ำท่วมสนามบิน

งานวิจัยใหม่ตีพิมพ์ในวารสาร Climate Risk Management ฉบับพฤษภาคม 2564 โดย Aaron N.Yesudiana และ Richard J.Dawson ภาควิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย Newcastle ประเทศอังกฤษ เผยว่า สนามบินสุวรรณภูมิเสี่ยงน้ำท่วมจากการเพิ่มระดับของน้ำทะเลเป็นอันดับ 1 ของโลก 

การศึกษาครั้งนี้นับว่าเป็นการศึกษาสนามบินกับความเสี่ยงน้ำท่วมอย่างเป็นระบบครั้งแรก งานวิจัยนำข้อมูลตำแหน่งของสนามบิน 14,000 แห่งทั่วโลกวิเคราะห์ร่วมกับความเสี่ยงเผชิญคลื่นพายุซัดฝั่ง (strom surge) ความหนาแน่นของเที่ยวบิน (ก่อนการระบาดของโควิด-19) และมาตรการรับมือน้ำท่วมปัจจุบันของท่าอากาศยาน เพื่อประเมินความเสี่ยงน้ำท่วม

ทีมวิจัยพบว่า ปัจจุบัน มีสนามบิน 269 แห่งที่เสี่ยงน้ำท่วม เนื่องจากส่วนมากมักตั้งใกล้เมืองซึ่งประชากรโลก 10% อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบต่ำสูงเหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 10 เมตร และหากอุณหภูมิโลกยังเพิ่มขึ้นสูงเรื่อยๆ แตะ 2 องศาเซลเซียสในปีค.ศ. 2100 (พ.ศ.2643) ตามที่นานาชาติได้ตกลงในข้อตกลงปารีสเพื่อร่วมกันดูแลโลก จะมีสนามบินที่อยู่ใต้ระดับน้ำทะเล 100 แห่ง และเสี่ยงน้ำท่วมร่วม 572 แห่ง 

สุวรรณภูมิอันดับ 1 ดอนเมืองอันดับ 71

“ทวีปที่เสี่ยงมากสุดคือเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก สนามบินสุวรรณภูมิมีความเสี่ยงน้ำท่วมจากทะเลสูงมากที่สุดในปัจจุบันและในอีกแปดสิบปีข้างหน้า สอดคล้องกับงานวิจัยระดับโลกอื่นๆ ซึ่งพบว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่งสูง” รายงานระบุ

สนามบินที่เสี่ยงถัดมา คือ ท่าอากาศยานนานาชาติเหวินโจว หลงวาน ประเทศจีน และสนามบินเซจ หมู่เกาะโซโลมอน ขณะที่สนามบินดอนเมืองติดอันดับที่ 71

“สนามบินเหล่านี้สำคัญต่ออุตสาหกรรมการบินโลก ภายใน 2100 เส้นทางการบิน 10-20% จะได้รับผลกระทบ กระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจรวมกระทั่งชีวิต เพราะสนามบินที่เสี่ยงจมน้ำหลายแห่งยังเป็นสนามบินเพียงแห่งเดียวของประเทศหมู่เกาะ ซึ่งเป็นหนทางขนส่งสินของจำเป็นและการแพทย์”

10 สนามบินใกล้จมน้ำเพราะการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ (ภาพ: GreenNews)

เตือนรับมือ ผลกระทบโลกร้อนต่อสนามบิน

รายงานวิจัยระบุว่า ปัจจุบัน ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อวงการบินเกิดขึ้นหลายด้าน เช่น เมื่อปี 2018 สนามบินคันไซ ประเทศญี่ปุ่นน้ำท่วมเพราะคลื่นซัดฝั่งสูง 3 เมตรด้วยอิทธิพลไต้ฝุ่น นอกจากนี้ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ทั้งทิศทางลม อุณหภูมิ และความหนาแน่นอากาศ ยังกระทบกับการบิน

นักวิจัยย้ำว่า แนวทางป้องกันมีหลายวิธี เช่น ย้ายสนามบินไปที่ตั้งแห่งใหม่ ซึ่งมีค่าใช้สูงมากหรือหามาตราการป้องกันน้ำท่วมต่างๆ ตัวอย่างสนามบินหนึ่งที่มีมาตราการป้องกันน้ำท่วมชายฝั่ง คือ สนามบินอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งหากไม่มีมาตราการป้องกันน้ำท่วมดังเช่นในปัจจุบัน จะเป็นสนามบินที่เสี่ยงน้ำท่วมมากที่สุดอันดับหนึ่ง

“เมื่อพิจารณาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินและความจริงที่ว่าชายฝั่งส่วนใหญ่ของโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงระดับน้ำทะเลขึ้นสูง จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่นานาชาติจะเข้าใจความเสี่ยงนี้และหาทางปรับตัว”