แนวโน้มเริ่มดีแต่ยังระอุ ศาลสั่งปล่อยตัวชั่วคราวสองเดือน 28 ชาวบางกลอย

“ส่งฟ้องไม่ทันกำหนดฝากขัง” ศาลระบุเหตุผล ทนายยื่นศาลสอบเพิ่ม 7 นักวิชาการก่อนสรุป “จะส่งฟ้องหรือไม่” สส.ก้าวไกลแถลงจี้ก.ทรัพยากรฯ “ถอนฟ้อง เพื่อปลดล็อกการแก้ปัญหาบางกลอย”ด้านกลุ่ม#SAVEแก่งกระจานยังคงเดินหน้าค้าน “ชาวบางกลอย” ไม่หยุด

ภาพ : มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ

ปล่อยตัวชั่วคราว 2 เดือน

เช้าวันนี้ 28 พ.ค. 2564 เวลา 09.00 น. ชาวบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จำนวน 28 คน ได้เดินทางไปศาลเพชรบุรี อ.เมือง จ. เพชรบุรี ตามนัดศาลเพื่อรับทราบผลการสั่งฟ้องคดีตามกำหนดฝากขัง

คดีชาวบางกลอยดังกล่าว แบ่งผู้ต้องหาออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มแรกที่ถูกจับกุมเมื่อ 5 มีนาคม 2564 จำนวน 22 คน และกลุ่มสอง ชาวบ้านที่มีหมายจับแต่หลบหนีการจับกุม จำนวน 6 คน 

ช่วงบ่าย ศาลเพชรบุรีปล่อยตัวชาวบางกลอย 21 คน ส่วนอีก 1 คน คนเป็นเยาวชน จึงต้องเข้าสู่กระบวนการของศาลเยาวชนถัดไป และอีก 6 คน ได้รับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมครบแล้วในวันนี้ ซึ่งยังไม่ครบกำหนดฝากขังจึงไม่มีการดำเนินการในชั้นอัยการวันนี้

“พนักงานสอบสวนและอัยการส่งสำนวนฟ้องไม่ทันกำหนดฝากขัง ศาลจึงปล่อยตัวชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมด ก่อนนัดพบอัยการอีกครั้งในวันที่ 29 ก.ค. 2564” ทนายความชาวบางกลอยเปิดเผย

ความเคลื่อนไหววันนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ชาวบางกลอยจำนวน 23 คน เดินทางรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมที่สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยกำลังจัดทำสำนวนส่องฟ้องเพิ่ม 4 ข้อกล่าวหา ได้แก่ หนึ่ง-คดีอาญาพรบ.ป่าไม้ (2 ข้อหา) ตามมาตรา 54 และมาตรา 72 สอง – พรบ.ป่าสงวน (1 ข้อหา) ตามมาตรา14 และมาตรา 31 สาม – คดีแพ่งตามพรบ.อุทยาน (1 ข้อหา) ตามมาตรา 40 โดยมีโทษทางคดี จำคุก 4-20 ปี หรือปรับ 400,000-2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ อัยการจะระบุในคำฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชาวบ้านด้วย

วันต่อมา (25 พ.ค.) ภาคีSAVEบางกลอย ได้เดินทางไปชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ยื่น 3 ข้อเรียกร้องแก่รัฐบาล  คือ ชะลอคดี เร่งรัดการทำงานของอนุกรรมการแก้ไขปัญหาบางกลอย และเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ยุติปฎิบัติการในพื้นที่ โดยมี ธรรมนัส พรหมเผ่า ตัวแทนรัฐบาลในคณะกรรมการแก้ปัญหาบางกลอย และ รมว.เกษตรฯ ออกมารับหนังสือ รับปากว่าจะชะลอ-ไม่เพิ่มคดี และจะเร่งรัดอนุกรรมการชุดคดีความประชุมให้แล้วเสร็จใน 10 วัน และมีการลงนามเป็นเอกสารลายลักษณ์อักษร 3 ฉบับ มอบภาคีSAVEบางกลอยในช่วงเย็น

26 พ.ค. 2564 พนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน (26 พ.ค.) ได้แจ้งถึงทีมทนายมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ว่าคดีไม่อาจจะดำเนินการส่งฟ้องคดีกับศาลได้ทันกำหนดวันรับฝาก (27 พ.ค.) เนื่องจากผู้ต้องหาได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ

“(ธรรมนัส) ตอบรับให้คำมั่นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หนังสือ 3 ฉบับ เรื่อง “ขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหากรณีราษฎรได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่บ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี” ระบุว่าได้ขอความร่วมมือไปยัง 3 หน่วยงาน คือ

1. ชัยพร เกริกกุลธร อธิบดีอัยการ ในนามประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านคดีความ และให้ความช่วยเหลือในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ของชาวกะเหรี่ยงบางกลอย 

2. อัยการจังหวัดเพชรบุรี 

3. ผู้กำกับการตำรวจภูธรแก่งกระจาน ตาม 2 ข้อเรียกร้องด้านคดีความของภาคีSAVEบางกลอย คือ ขอให้ประสานงานหรือสั่งการไปยังพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอแก่งกระจาน ให้ชะลอการดำเนินการส่งฟ้องชาวบ้านบางกลอยทั้ง 28 คนไว้ก่อน รวมทั้งให้ยุติการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และขอให้มีการสั่งการให้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหากฎหมายและคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาคดีความ เร่งรัดจัดประชุมโดยเร่งด่วน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านคดีความของชาวบ้าน ก่อนการดำเนินการใดๆ ของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ

โดยท้ายหนังสือระบุว่ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการตามข้อเรียกร้องของกลุ่มฯ ที่เสนอมาภายใน 10 วัน” ภาคีSAVEบางกลอย โพสบนเฟซบุ๊กถึงรายละเอียดหนังสือจาก “ธรรมนัส”

ภาพ : มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน

ยื่นให้สอบเพิ่ม 7 นักวิชาการก่อนสรุป “ส่ง-ไม่ส่งฟ้อง”

ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน เปิดเผยว่า ทีมทนายความและชาวบางกลอย ได้ยื่นหนังสือถึงอัยการจังหวัดเพชรบุรีและอัยการสูงสุด เมื่อ 25 พ.ค. 2564 เพื่อขอความเป็นธรรมตามระเบียบและกฎหมายที่ผู้ต้องหาสามารถร้องขอความเป็นธรรมด้วยการขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมได้ ซึ่งส่วนใหญ่อัยการก็จะมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมก่อนที่จะมีคำสั่งว่าจะส่งฟ้องหรือไม่

“อัยการให้ความสะดวกเนื่องจากเป็นสถานการณ์โควิด และน่าจะต้องมีการสอบสวนเพิ่มแน่นอน อัยการเลยนัดวันที่ 29 กรกฎาคม เพื่อที่จะมารับทราบว่าอัยการจะส่งฟ้องทันไหม อย่างไร และวันนี้ทางชาวบ้านและทนายความก็ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมสำหรับผู้ต้องหาที่ยังที่ไม่ได้มารับทราบข้อหาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมแล้วด้วย ฉะนั้นทั้งหมด 28 คนก็ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมจากพนักงานอัยการเพิ่ม โดยเฉพาะสอบสวนนักวิชาการ ตอนนี้เราเสนอรายชื่อไป 7 ท่าน” ส.รัตนมณี กล่าว

นักวิชาการทั้ง 7 ประกอบด้วยอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นักวิชาการที่ศึกษาและเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง รวมทั้งคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งโดยร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อแก้ปัญหากรณีกะเหรี่ยงบางกลอย ดังนี้

  1. นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
  2. ดร. สมศักดิ์ สุขวงศ์ ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้อำนวยการบริการบริหาร ศูนย์วนศาสตร์ชุมชน (RECOFTC)
  3. ดร. กฤษฎา บุญชัย สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา
  4. นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม
  5. นางสุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
  6. รศ.ดร. นฤมล อรุโณทัย ผู้อำนวยการสภาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  7. ศ.ดร. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ภาพ : สื่อชนเผ่าพื้นเมือง

สส.ก้าวไกล แถลงจี้ ทส. ถอนฟ้องชาวบ้าน

บ่ายวานนี้ (27 พ.ค.2564) ณัฐพล สืบศักดิ์วงษ์ ส.ส.ขาติพันธุ์ม้ง พรรคก้าวไกล และประธานคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการแถลงที่รัฐสภา เรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถอนฟ้องชาวบ้านบางกลอย รวมทั้งให้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง

“จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จับกุมนายหน่อแอะ มีมิ บุตรชายปู่คออี้ และชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน รวม 21 คน ในข้อหาบุกรุกอุทยานแห่งชาติ ซึ่งชาวบ้านเหล่านี้ถูกเจ้าหน้าที่เผาบ้านและยุ้งฉางในปี 2554 จนนำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย นำโดยปู่คออี้ สุดท้ายศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวบ้าน ชาวบ้านจึงกลับไปทำกินในพื้นที่เดิม แต่กลับถูกจับกุม

..เจ้าหน้าที่ต้องทำตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ให้ปฏิบัติตามมติครม.วันที่ 3 สิงหาคม 2553 ที่ให้ยุติการจับกุม และให้ความคุ้มครองชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยที่เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม

..ซึ่งมติครม.เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ก็รับทราบที่ทุกหน่วยงานเห็นด้วยกับข้อสังเกต แต่กลับพบว่าเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีทั้งสอง และไม่ปฏิบัติตามแนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

..เรียกร้องให้ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถอนฟ้องชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอยที่ทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม และขอให้อัยการพิจารณาไม่ฟ้องชาวบ้านกะเหรี่ยง เนื่องจากขาดเจตนาและรัฐมีนโยบายทั้งกฎหมายแก้ไขปัญหานี้อยู่แล้ว..

..มีตัวอย่างดังกรณีชาวม้งที่ม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่อัยการจังหวัดเชียงใหม่ก็สั่งไม่ฟ้องชาวบ้าน และสำรวจการถือครองที่ดินของชาวบ้าน ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลกลุ่มชาติพันธุ์ที่กำลังประสบปัญหาสถานการณ์โควิด 19 ไม่ใช่ซ้ำเติมรังแกชาวบ้าน” ณัฐพลแถลง จากการรายงานสื่อชนเผ่าพื้นเมือง

ภาพ : Phetchaburi News ข่าวออนไลน์ในจังหวัดเพชรบุรี

กลุ่มSAVEแก่งกระจาน ยื่น ปปช.

สุรพล นาคนคร ประธานองค์กรอนาคตเพชรบุรี หรือหนึ่งในแกนนำกลุ่มภาคีSAVEแก่งกระจาน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ให้ไต่สวนการกระทำของ ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ในการประสานหาแนวทางการชะลอการสั่งฟ้องชาวบ้าน การประสานอธิบดีอัยการให้เร่งรัดจัดประชุมอนุกรรมการแก้ไขปัญหาด้านคดีความ

หนังสือร้องเรียนดังกล่าวยังได้เรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชี้แจงเรื่องเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงด้วย