1 ปีโควิด ทำคนลด-เลิกกินสัตว์ป่า 30% ผลสำรวจ WWF เผย

WWF เปิดเผยผลสำรวจความเห็นออนไลน์ล่าสุดของคนกว่า 6000 คนในไทย เมียนมา เวียดนาม จีนและสหรัฐฯ พบ โควิดส่งผลให้ผู้สำรวจ 30% เลิกกินสัตว์ป่า หวั่นโรคระบาดซ้ำ ชี้คนเห็นความเชื่อมโยง “โรคระบาด-ธรรมชาติ” มากขึ้น เสนอรัฐควรมีนโยบาย “กันดีกว่าแก้” เพราะแก้ต้องใช้เงินมากกว่า 100 เท่า

การค้าสัตว์ป่าในจีน (ภาพ : © Xiao Shibai / Wild Wonders of China / WWF)

เลิกกินสัตว์ป่า หวั่นโรคระบาดซ้ำ

วันนี้ (24 พ.ค. 2564) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล-ประเทศไทย (World Wide Fund for Nature-Thailand, WWF-Thailand) ได้เปิดเผยผลการสำรวจการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคระบาดในอนาคต 

“1 ปีหลังโควิด-19 ประชาชนในเอเชียตื่นตัว กังวลโรคระบาดจากการบริโภคสัตว์ป่า เกือบ 30% ของกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามลดและเลิกบริโภคสัตว์ป่า เนื่องจากมีความกังวลต่อวิกฤตสุขภาพ

ผู้บริโภคในประเทศไทยกว่า 84% ร่วมสนับสนุนการยุติการซื้อขายสัตว์ป่าผิดกฎหมาย และขอให้ภาครัฐเร่งปิดตลาดค้าสัตว์ป่า หวั่นเกิดการระบาดซ้ำในอนาคต” WWF เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นออนไลน์ของคน 6,631 คนที่อายุเกิน 18 ปีใน 5 ประเทศ คือ จีน เมียนมา ไทย เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ –18 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

การสำรวจประจำปีนี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทวิจัยระดับโลก GlobeScan ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทางออนไลน์เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการเกิดโรคระบาดอีกครั้ง ภายใต้การสนับสนุนจาก องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ภายใต้ชื่องานวิจัย ‘โควิด-19: หนึ่งปีให้หลัง: การรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับโรคระบาดและความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ’ (COVID-19: One Year Later: Public Perceptions about Pandemics and their Links to Nature) ประจำปี พ.ศ. 2564

จากการสำรวจในปีนี้พบว่า 28% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศจีนบริโภคสัตว์ป่าน้อยลง หรือเลิกบริโภค เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

ในขณะที่จำนวนผู้ลด-เลิกบริโภคสัตว์ป่าในประเทศไทย เพิ่มมากขึ้นถึง 2 เท่า จากเดิม 21% ในปี พ.ศ.2563 เป็น 41% ในปี พ.ศ. 2564 เท่ากับประเทศเวียดนาม (41%)

รายงานผลการสำรวจ WWF

ภาพรวมความตระหนักดีขึ้น แต่ 9% ยังยืนยันซื้อสัตว์ป่าต่อหลังโควิด

WWF เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 84 % ยืนยันว่า จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่กับภาครัฐ ในการปิดตลาดค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ในขณะที่ 75% เชื่อว่า การปิดตลาดจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคอีกในอนาคต นอกจากนั้น 79% แสดงความวิตกกังวลทันที เมื่อทราบว่าการตัดไม้ทำลายป่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เอื้อให้เชื้อโรคจากสัตว์ป่าสู่คนเกิดได้ง่ายขึ้น และอาจก่อให้เกิดโรคระบาด และ 90% พร้อมสนับสนุนภาครัฐในการปฏิบัติภารกิจหยุดยั้งการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า

อย่างไรก็ตาม 9% ของผู้ตอบแบบสอบถามในทั้ง 5 ประเทศยอมรับว่า มีความตั้งใจจะซื้อผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าอีกในอนาคต โดยกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยยอมรับว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ได้ซื้อสัตว์ป่าจากตลาดค้าสัตว์ป่าที่มีการค้าอย่างเปิดเผย 11% และผ่านช่องทางออนไลน์ 8% โดยสัตว์ป่าที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน 5 ประเทศ ได้แก่ นก งู เต่า ค้างคาว ชะมด และตัวนิ่ม ในขณะ 12% ระบุว่า ได้ซื้อสัตว์แปลก (Exotic pet) ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสัตว์แปลกที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน 5 ประเทศ ได้แก่ นกแก้ว งู เต่า กิ้งก่า แมว และนกร้องเพลง

“ข้อมูลในปีนี้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนมีความเข้าใจดีขึ้นว่า การเกิดโรคระบาดมีความเชื่อมโยงกับความใกล้ชิดระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่า การทำลายพื้นที่ป่า รวมถึงตลาดที่มีการขายสัตว์ป่า

ปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงมีปัญหาการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ ซึ่งถือเป็นปัจจัยคุกคามต่อสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ WWF จะยังคงทำงานร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานอื่นๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการหาแนวทางป้องปรามขบวนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายที่เป็นอาจเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้เกิดโรคระบาดจากสัตว์ไปสู่คนอีกในอนาคต” พิมพ์ภาวดี พหลโยธิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย กล่าว

ชิ้นส่วนเสือที่วางขายกลางตลาดให้ลูกค้าซื้อไปทำยาในยูนนาน ประเทศจีน (ภาพ : © naturepl.com / Pete Oxford / WWF)

เตือนรัฐ “กันดีกว่าแก้” เพราะแก้ต้องใช้เงินมากกว่า 100 เท่า

WWF กล่าวว่า ล่าสุดองค์การอนามัยโลกได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่าเชื้อไวรัส COVID-19 เป็นการระบาดใหญ่ ซึ่งการติดเชื้อในมนุษย์กว่า 61% มาจากสัตว์ และการค้าสัตว์ป่าเป็นที่มาของการแพร่กระจายและการติดเชื้อสู่มนุษย์ โดยเป็นลักษณะเดียวกับเชื้อโรคที่เคยมีการแพร่ระบาดในอดีต อาทิ โรคซาร์ส โรคเมอร์ส และอีโบล่า

มาร์โค เเลมเบอร์ตินี ผู้อำนวยการทั่วไป WWF International กล่าวว่า มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมของมนุษย์และธรรมชาติ เสนอให้หน่วยงานภาครัฐในทุกประเทศร่วมมือกันแก้ไขวิกฤตโรคระบาดภายใต้แนวคิด ‘สุขภาพหนึ่งเดียว’ หรือ ONE HEALTH ในการเสริมสร้างการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วนและทุกระดับ เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม โดยตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน

“วิธีเดียวที่จะป้องกันการเกิดโรคระบาดในอนาคตได้ คือ การลดกิจกรรมของมนุษย์ที่จะเร่งการทำลายธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการตัดไม้ทำลายป่า การค้าสัตว์ป่า และการบริโภคสัตว์ป่าที่มีความเสี่ยง ซึ่งดีกว่าที่จะมาแก้ปัญหาภายหลังเกิดการระบาดของโรคไปแล้ว มีการคาดการณ์ว่าการป้องกันการระบาดของโรคนั้นใช้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรับมือกับปัญหาถึง 100 เท่า การแพร่ของโรคระบาดทำให้เราเห็นอย่างชัดแจ้งว่าการลงทุนกับการดูแลสุขภาพของโลกใบนี้และธรรมชาติคือทางเดียวที่จะทำให้เราไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดกับเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต” มาร์โค กล่าว

ส่วนหนึ่งของผลการสำรวจ (ภาพ : WWF)

เผยคนเห็นความเชื่อมโยง “โรคระบาด-ธรรมชาติ” มากขึ้น

รายงานการ “โควิด-19: หนึ่งปีให้หลัง: การรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับโรคระบาดและความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ” (COVID-19: One Year Later: Public Perceptions about Pandemics and their Links to Nature) ประจำปี พ.ศ.2564 ยังได้เปิดเผยอีกว่า:

  • การรับรู้เกี่ยวกับโควิด-19 เพิ่มขึ้นมากกว่าในช่วงที่มีการระบาดครั้งแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ.2563 โดยผลการสำรวจพบว่า 74% ของผู้ทำแบบสำรวจใน 5 ประเทศ ยังคงมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 โดยประเทศที่มีความกังวลสูงสุด ได้แก่ เวียดนาม (87%) และเมียนมาร์ (81%)
  • ผู้ตอบแบบจาก 5 ประเทศ ที่สำรวจทราบดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างต้นตอการระบาดของโควิด-19 กับการปิดตลาดค้าสัตว์ป่าที่มีความเสี่ยงสูง และการตัดไม้ทำลายป่า โดย 46% ของผู้ทำแบบสำรวจทั้งหมดเชื่อว่า โรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้เกิดโรคระบาดได้อีกครั้งในอนาคต
  • 29% ของผู้ทำแบบสำรวจใน 5 ประเทศ ได้ลดและเลิกรับประทานสัตว์ป่า เนื่องจากโควิด-19 ในขณะที่ 62% ไม่เคยรับประทานสัตว์ป่ามาก่อน
  • 80% ของผู้ทำแบบสำรวจใน 5 ประเทศ มีความตั้งใจที่จะไม่ซื้อผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าในอนาคต กว่า 4 ใน 5 ของผู้ทำแบบสำรวจจาก 5 ประเทศ สนับสนุนให้รัฐบาลประเทศตนปิดตลาดค้าสัตว์ป่าทั้งหมดที่มีความเสี่ยงสูง (85%) และหยุดขบวนการการลักลอบตัดไม้ (88%) โดยเชื่อว่า ทั้งสองกิจกรรมเป็นต้นเหตุการเกิดโรคระบาด และหากภาครัฐยังไม่บังคับใช้มาตรการเด็ดขาดในการหยุดยั้งตลาดค้าสัตว์ป่า หรือการตัดไม้ทำลายป่า 79% ของผู้ทำแบบสำรวจในประเทศไทย เผยว่า รู้สึกกังวลต่อการเกิดโรคระบาดครั้งใหม่เป็นอย่างมาก
  • นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 ที่รัฐบาลจีนประกาศห้ามการบริโภคสัตว์ป่า กลุ่มตอบแบบสอบถามกว่า 91% เห็นว่าการปิดตลาดค้าสัตว์ป่าในประเทศจีน เป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันการแพร่ระบาด เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 84% ที่มีความเห็นว่าการปิดตลาดค้าสัตว์ป่าที่มีความเสี่ยงสูงเป็นเรื่องสำคัญในประเทศเวียดนาม หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศมาตรการเข้มข้นในการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าเมื่อปีที่แล้ว

แบบสำรวจออนไลน์ครั้งนี้ มีผู้ร่วมทำแบบสำรวจจากสหรัฐอเมริกา 2,000 คน จีน 2,000 คน เวียดนาม 1,000 คน ไทย 1,000 คน และเมียนมาร์ 631 คน