เครือข่าย#SAVEชัยวัฒน์ ยื่นนายกฯ ยกเลิกคำสั่งปลด ‘ชัยวัฒน์’ ออกราชการ

เครือข่าย #SAVEชัยวัฒน์ ยื่นนายกฯ เรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่ง “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ออกจากราชการ” อ้างอดีตหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจานปฏิบัติชอบตามกฏหมายแล้วที่เผา “บางกลอย” และ ป.ป.ท.ไม่มีสิทธิชี้มูลความผิดชัยวัฒน์ พร้อมขอให้เพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าและนิเวศเข้าไปในคณะกรรมการแก้ปัญหาบางกลอย

เครือข่าย #SAVEชัยวัฒน์ยื่นจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ภาพ : GreenNews)

ยื่น “ประยุทธ์” ทบทวน “ปลดชัยวัฒน์ออกราชการ”

เมื่อเวลา 09.00 น เช้าวันนี้ (7 เม.ย. 2564) ได้มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “เครือข่าย SAVEชัยวัฒน์” ราว 50 คนรวมตัวกันที่ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกร้องให้มีการทบทวนค่ำสั่งปลดนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งถูกสั่งให้ออกจากราชการเนื่องจากการสั่งเผา “ชุมชนบางกลอย” ในปี 2554 เพื่อกดดันขับไล่ชุมชนออกจากพื้นที่อุทยาน 

คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีมติเมื่อ 25 มี.ค. ให้ปลดชัยวัฒน์ ออกจากราชการ หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ชี้มูลความผิด ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา โดยการเผาทำทำลายทรัพย์สินของชาวบ้านบางกลอยในป่าแก่งประจาน

จากการเปิดเผยของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม 5-9 พ.ค. 2554 ชัยวัฒน์ และเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่น ๆ ของนายโคอิหรือคออี้ มีมิ และของชาวบ้านอีกหลายราย ซึ่งเป็นชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชื้อสายกะเหรี่ยงที่หมู่บ้านบางกลอยบนและใจแผ่นดินเสียหายราว 100 หลัง

ผู้แทนเครือข่ายแถลงถึงข้อเรียกร้องว่า มี 3 ประเด็นสำคัญคือ

1. ขอแสดงความขอบคุณ พลเอกประยุทธิ์ จันทโอชา นายกรัฐมนตรี 

2. ขอเสนอแต่งตั้งกรรมการในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และ 

3. ขอให้ อ.ก.พ.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาทบทวนมติและยกเลิกคำสั่งให้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.ที่ 3 จังหวัดอุบลราชธานี ออกจากราชการ

เครือข่าย SAVEชัยวัฒน์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ซึ่งสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งเรียกกันในนาม “กลุ่มเพื่อนแอ๊ด” เนื่องจากเป็นกลุ่มเพื่อนนักขี่บิ๊กไบค์ของนักร้องนักดนตรีเพื่อชีวิตชื่อดัง ยืนยง โอภากุล “แอ๊ด คาราบาว” และเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของแอ๊ดที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการรณรงค์ #SAVEชัยวัฒน์ เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนที่เป็นข้าราชการคนเก่งและดี ไม่ควรถูกออกจากราชการ จนนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์และต่อต้านในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวางต่อตัวนักร้องดัง โดยเฉพาะในประเด็น “แต่งเพลงปกาเกอญอ” แต่สนับสนุนคนสั่งเผา “ชุมชนปกาเกอญอ” เสียเอง

วัฒนา เนื่องพลี วชิโรดม เลขาธิการเครือข่ายจัดการวิกฤตป่าและน้ำ ประธานคณะอนุกรรมการสมาคมอุทยานแห่งชาติสาขาภาคเหนือ ตัวแทนยื่นหนังสือ 3 ฉบับ (ภาพ : GreenNews)

เรียกร้องเพิ่ม “ผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าและนิเวศ” ในคณะทำงาน “บางกลอย”

วัฒนา เนื่องพลี วชิโรดม เลขาธิการเครือข่ายจัดการวิกฤตป่าและน้ำ ประธานคณะอนุกรรมการสมาคมอุทยานแห่งชาติสาขาภาคเหนือ ซึ่งเป็นตัวแทนยื่นหนังสือ 3 ฉบับ เรียนถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากขอให้นายกรัฐมนตรีฯ แต่งตั้งคณะกรรมการด้านนิเวศวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าเข้าร่วมเพิ่มเติมในคณะกรรมการฯ การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของกะเหรี่ยงในพื้นที่บางกลอย เพราะเห็นว่าในคณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยนักวิชาการทางด้านสังคมวิทยาเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่เพียงพอในการทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องปัญหาลุ่มน้ำ ป่าต้นน้ำ เรื่องสัตว์ป่า 

วัฒนากล่าวเสริมว่า การพิจารณาแก้ปัญหาจะต้องกระทำด้วยความรอบคอบและต้องมองหลายมิติทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมการแก้ปัญหาจึงจะยั่งยืน หากไม่ตั้งคณะกรรมการทางด้านนิเวศน์ สัตว์ป่าเข้าไปร่วมแก้ไข ภาคประชาชนที่อยู่ภายนอกก็จะไม่ยอมรับซึ่งก็จะเกิดความขัดแย้งระหว่างภาคประชาชนและคนในชุมชน

วัฒนา เนื่องพลี วชิโรดม (ภาพ : GreenNews)

โต้ ป.ป.ท. ไม่มีสิทธิชี้มูลความผิด “ชัยวัฒน์”

วัฒนากล่าวว่า หนังสือฉบับที่ 3 คือการขอท่านนายกได้โปรดกรุณาพิจารณาให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาทบทวนมติและยกเลิกคำสั่งให้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ออกจากราชการ เนื่องจากนายชัยวัฒน์ เป็นผู้พิทักษ์ป่าที่ทุ่มเทเสียสละทำหน้าที่ตอนที่เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติป่าแก่งกระจาน และจนกระทั้งปัจจุบันตำแหน่ง ผอ.สบอ.ที่ 9 จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้มีผลงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและทุ่มเทในการทำงาน มีการจับกุมดำเนินคดีผู้ที่ทำผิดกฎหมายแม้ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้ที่มีอำนาจ อิทธิพล บารมี 

ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากของกรมอุทยาน ของกระทรวง ของประเทศชาติ ฉะนั้น การที่ ป.ป.ท.มาชี้มูลความผิดให้คุณชัยวัฒน์ ออก เมื่อพิจารณาโดยรอบคอบแล้วจากการที่ได้ศึกษาทุกฉบับที่เกี่ยวข้อง ได้ปรึกษาผู้พิพากษา อัยการ แล้วผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย เราสรุปได้เลยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ท.ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะชี้มูลความผิดคุณชัยวัฒน์ในข้อหา 157 ตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดตามาตรา 85/1 (1) ของกฎหมายข้าราชการพลเรือน เนื่องจากว่ากฎหมาย ป.ป.ท.ให้อำนาจในการชี้มูลเรื่องทุจริตเท่านั้น แต่คุณชัยวัฒน์ไม่ได้ทำการทุจริต ฉะนั้นสิ่งนี้ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ท. ที่จะลงมติลงโทษคุณชัยวัฒน์ เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หนังสือรายงานชี้มูลความผิดคุณชัยวัฒน์ ก็กระทำโดยอคติโดยมิชอบ มีการอ้างคำสั่งศาลปกครองสูงสุดว่าคุณชัยวัฒน์ทำเกินกว่าเหตุแต่ข้อเท็จจริงเขียนไว้ในรายละเอียดจดหมายฉบับนี้ว่า ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาเรียบร้อยแล้วว่าคุณชัยวัฒน์หรือกรมอุทยาน ได้ดำเนินการจับกุมผู้บุกรุกป่าตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 อย่างถูกต้องสมควรกับเหตุ มีความจำเป็นต้องเผาเพิงพักเพื่อไม่ให้มีการกลับเข้าไปบุกรุกป่าอีก ไม่ได้ทำอะไรที่เสียหาย ฉะนั้นการกระทำของคุณชัยวัฒน์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว 

ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ อ.ก.พ.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องดำเนินการตามมติของ ป.ป.ท. ตามมาตราที่ 40 41 และ 42 ว่าถ้าไม่ให้คุณชัยวัฒน์ออกภายใน 30 วันที่จะถึงวันที่ 9 เมษายนนี้ ทาง อ.ก.พ.ของกระทรวงจะมีความผิด เพราะมติไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่แรกแล้ว 

อ.ก.พ.ควรที่จะได้มีการจัดประชุม ทบทวน และยกเลิกมติคุณชัยวัฒน์ ออกจากราชการ และในทางตรงกันข้ามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรที่จะยกย่องเชิดชูคุณชัยวัฒน์ในฐานะผู้พิทักษ์ป่าที่ทำงานอย่างเข้มแข็ง ทุ่มเท เสียสละเป็นผู้พิทักษ์ป่าดีเด่น เพื่อเป็นตัวอย่างให้ข้าราชการรผู้พิทักษ์ป่าทั่วประเทศได้มีขวัญกำลังใจในการที่จำดูแลผืนป่าต้นน้ำลำธาร ป่าอนุรักษ์ 300 กว่าป่าทั่วประเทศ แต่ถ้าให้คุณชัยวัฒน์ออกจากข้าราชการ กำลังใจของทุกคนจะเสียหมด ต่อไปก็จะไม่มีใครมารักษาป่าเพราะทำดีแล้วเดี๋ยวก็ถูกออกจากราชการ 

“ขณะนี้เราเจอสภาวะโลกร้อน และที่สำคัญเราเจอภัยพิบัติ ดินโคลนทล่ม น้ำท้วม ภัยแล้งอยู่ตลอดเวลาและรุนแรงขึ้นทุกปี เพราะป่าต้นน้ำลำธารของเราถูกบุกรุกทำลายโดยคนที่อยู่ในพื้นที่ป่า ไม่ว่าจะเป็นชาวเขา ชาวเรา ที่ใช้ผลประโยชน์ขึ้นไปทำพืชเชิงเดี่ยวในพื้นที่บนภูเขาแล้วก็ทำให้เกิดภัยพิบัติ คุณชัยวัฒน์เป็นผู้ที่ปกป้องป่าต้นน้ำ สัตว์ป่า และป่าอุทยานแห่งชาติอย่างเข้มแข็ง เขาต้องได้รับการยกย่องไม่ใช่ให้ออกจากราชการ ฉะนั้นจดหมายฉบับนี้จึงยื่นขอความกรุณาท่านนายกฯ ขอเมตตาธรรม ความเป็นธรรม และความถูกต้อง” วัฒนากล่าว