ศักยภาพพลังงานหมุนเวียนอาเซียนสูง สหรัฐเผยหนุน 5 ปี ผลเกินคาด 10 เท่า

อาเซียนมีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนในทางปฏิบัติสูงมาก สหรัฐเผย 5 ปีที่ผ่านมาทำโครงการหนุนพัฒนาได้ผลเกินคาด 10 เท่า ทั้งที่เน้นเพียงสองแหล่งพลังงาน “โซลาร์เซลล์” และ “พลังงานลม” ประกาศเดินหน้าต่อแผน “SEA Smart Power Program” รวมถึงการผลักดันให้ลาวเปิดประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทางเลือกนอกเหนือพลังงานเขื่อน

เผยอาเซียนศักยภาพพลังงานหมุนเวียนสูงมาก

2 เมษายน 2564 องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID-United States Agency for International Development) ได้เปิดเผยผลการดำเนินงาน 5 ปี โครงการพลังงานสะอาดเอเชีย (Clean Power Asia) ซึ่งสนับสนุนประเทศอาเซียนให้ใช้พลังงานหมุนเวียน โดยงานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ ร้านอาหาร 51 Tasty Moments กรุงเทพฯ 

“โครงการตั้งเป้าหมายส่งเสริมการผลิตพลังงานหมุนเวียน 800 เมกะวัตต์ แต่เราทำได้ถึง 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับที่อยู่อาศัย 8 ล้านหลังคาเรือน” Dana Kenney หัวหน้าโครงการกล่าว เธอชี้ว่าโครงการประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมายถึง 10 เท่า

โครงการเริ่มต้นเมื่อปี 2559 รับความต้องการใช้ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าในอีก 20 ปีข้างหน้า มีหลายกิจกรรม เช่น จัดทำและเผยแพร่ “แบบจำลองทางการเงิน” คู่มือคำแนะนำการลงทุนธุรกิจพลังงานโซล่าเซลล์ที่วิเคราะห์ปัจจัยกำไรต่างๆ , สนับสนุนประเทศอาเซียนทำแผนแม่บทการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าอาเซียนครั้งที่ 3 (AIMS III -ASEAN Interconnection Masterplan Study) นอกจากนี้ยังสนับสนุนการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทย (EV) ซึ่งรัฐบาลไทยมีโร้ดแมพดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตในปี 2568

โครงการเลือกพัฒนา “พลังงานทางเลือก” รูปแบบพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เนื่องจากต้นทุนการผลิตถูกลง และยังขาดการสนับสนุน เมื่อเทียบกับพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ เช่น พลังงานชีวมวล

เดินหน้าต่อ SEA Smart Power Program 

หมดโครงการระยะแรก USAID มีแผนดำเนินงานด้านพลังงานหมุนเวียนต่อในชื่อ “SEA Smart Power Program” ซึ่งหวังว่าพลังงานทางเลือกจะช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ 

“ประธานาธิบดีไบเดนกำหนดให้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นแกนหลักของนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งโครงการ USAID Clean Power Asia ได้ลงทุนมหาศาลในพลังงานสะอาดและคาดว่าจะช่วยให้ภูมิภาคลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 30 ล้านตันภายใน 15 ปี ข้างหน้านี้” Michael Heath อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เผย

สัดส่วนเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าสปป.ลาว สีน้ำเงินและชมพู : พลังงานน้ำ สีเหลือง : พลังงานแสงอาทิตย์ สีฟ้า : พลังงานลม // ข้อมูล: รายงาน IRRP จัดทำโดย SEI

ดันลาวเปิดประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ – ทางเลือกนอกเหนือพลังงานเขื่อน

โครงการได้จับมือรัฐบาลสปป.ลาว ศึกษาสถานการณ์พลังงานอย่างบูรณาการภายใต้ชื่อ “การบูรณาการทรัพยากรและความยืดหยุ่น (IRRP-Integrated Resource and Resilience)” พบว่าความต้องการพลังงานภายในประเทศลาวจะเพิ่มขึ้นจาก 7 ล้านเมกกะวัตต์ เป็น 25 ล้านเมกกะวัตต์ เพื่อตอบสนองภาคอุตสาหกรรมใน 30 ปีข้างหน้า ไม่นับรวมความต้องการพลังงานเพื่อส่งออก ซึ่งจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 80  ล้านเมกกะวัตต์

“เป็นครั้งแรกที่สปป.ลาวสามารถวางแผนพัฒนาไฟฟ้าระยะยาวได้ เพราะได้ศึกษาหลากหลายมิติ ทั้งทางด้านพลังงาน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม รวมถึงนำความต้องการและศักยภาพผลิตพลังงานใช้ในประเทศและเพื่อการส่งออกมาประมวลร่วมกัน” Sanhya Somvichith  รองอธิบดีกรมนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงานและเหมือง สปป.ลาว เผย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน การผลิตพลังงานส่วนมากยังมาจากโครงสร้างกักเก็บน้ำ สัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์และลมมีเพียง 1%

โครงการ Clean Energy Asia ส่งเสริมให้ลาวนำกลไกการตลาด “เปิดประมูล” มาดึงดูดให้นักลงทุนสนใจในพลังงานแสงอาทิตย์เป็นครั้งแรก วิธีการนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันให้ราคาไฟที่ต่ำที่สุด

“ที่ผ่านมา การลงทุนด้านพลังงานในลาวยังเป็นการเจรจาโดยตรง (bilateral negotiation) ระหว่างผู้พัฒนากับทางภาครัฐ ทว่าวิธีการแบบนั้นจะทำให้ขบวนการพัฒนาพลังงานในประเทศวางแผนได้ยาก อาจไม่โปร่งใสและยุติธรรม” แหล่งข่าวจากฝ่ายนโยบาย บริษัท Abt Associates ซึ่งรับดำเนินโครงการ Clean Power Asia อธิบายเพิ่มเติมกับ GreenNews

“การประมูลพลังงานเช่นนี้จะเปิดให้ผู้ลงทุนแข่งขันเต็มที่ รัฐบาลเปิดให้ผู้สนใจทั้งในและนอกประเทศมาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าและขายไฟให้ภาครัฐ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ลาว เนื่องจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นทางเลือกที่เหมาะสม ช่วยเติมเต็มช่องว่างการผลิตพลังงาน เช่น ลาวใช้ไฟฟ้าจากพลังงานน้ำมาก ทว่าบางช่วงแล้งทำให้เขื่อนผลิตไฟฟ้าไม่พอและยังตั้งอยู่ห่างไกลจากที่อยู่อาศัย

ที่สำคัญ การเปิดประมูลแบบนี้ยังลดความเสี่ยงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นจากโครงการพัฒนาต่างๆ เพราะรัฐบาลจะทำการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE-Initial Envionemental Examination) ไว้ล่วงหน้าแล้ว ก่อนให้ผู้ประมูลโครงการศึกษาให้ละเอียดเพิ่มเติม”