เผยแพร่ 18 พค.’Roadmap พลังงานโลกฉบับแรก’ สู่งดปล่อยก๊าซโลกร้อนใน 30 ปี

เสร็จแล้ว “Road Map พลังงานโลกฉบับแรก” สู่การไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเลยภายใน 30 ปี เตรียมเผยแพร่ให้คนทั่วโลกถกวิจารณ์ 18 พ.ค. 64 ก่อนให้ผู้นำประเทศตัดสินใจในเวทีเจรจาโลกร้อน (COP26) ปลายปี ที่อังกฤษ

การประชุมสุดยอดว่าด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (IEA-COP26 Net Zero Summit) 31 มี.ค. 2564 ประชุมออนไลน์ (ภาพ : สถานฑุตอังกฤษ กรุงเทพฯ)

Road Map พลังงานโลก

วันนี้ (2 เม.ย.2564) สถานฑูตอังกฤษประจำประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงการดำเนินการสำคัญสู่เวทีเจรจาโลกร้อน (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ในปลายปีนี้ (พฤศจิกายน) ว่า ล่าสุด องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency, IEA) ได้มีการจัดทำโร้ดแมปสำหรับภาคพลังงานโลก ที่จะพัฒนาพลังงานโดยมีเป้าหมายทที่จะไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเลย ภายในปี 2593 หรือราว 30 ปีจากนี้

“จะเป็นโร้ดแมปฉบับแรกที่ประกอบด้วยละเอียดสำหรับภาคพลังงานของโลกในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593

เอกสารนี้จะกำหนดแนวทางที่ภาครัฐ เอกชน นักลงทุน และพลเมืองต้องร่วมมือกันเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกให้สอดคล้องกับการป้องกันไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถจัดลำดับความสำคัญในการดำเนินการเร่งด่วนได้ก่อนถึงการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์” สถานฑูตฯ เปิดเผยผ่านข่าวแถลง

IEA-COP26 Net Zero Summit

นอกจากนี้ สถานฑูตฯ ยังได้เปิดเผยอีกว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 64 ที่ผ่านมา ผู้นำด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศจากทั่วโลกให้คำมั่นดำเนินการเพื่อพลังงานสะอาด ผ่านที่ประชุม IEA-COP26 Net Zero Summit ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบประชุมออนไลน์ ด้วยเหตุผลหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาก “การระบาดของโควิด-19”

การประชุม IEA-COP26 Net Zero Summit ดังกล่าวเป็นการประชุมสุดยอดว่าด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จัดโดยองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ และที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 หรือ COP26 (เจ้าภาพหลักการจัดเวทีเจรจาโลกร้อน) เพื่อหาแนวทางร่วมกันเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบรรลุเป้าหมายในความตกลงปารีส

โดยมีผู้นำด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศจากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วม อาทิ ออสเตรเลีย บราซิล จีน สหภาพยุโรป ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น แอฟริกาใต้ สหราชอาณาจักร และอื่น ๆ รวมทั้งไทย นอกจากนี้ยังมีภาคประชาสังคมภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐบาลหลากหลายภาคส่วนร่วมการหารือด้วย

ผู้เข้าร่วมที่สำคัญ ได้แก่ นายฟาติห์ บิโรล์ ผู้อำนวยการองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ นายอล็อค ชาร์มา ประธานการประชุม COP26 จากสหราชอาณาจักร นายจาง เจียนหัว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของจีน นายฟรานส์ ทิมเมอร์แมนส์ รองประธานบริหารคณะกรรมาธิการยุโรป นายจอห์น เคอร์รี ผู้แทนพิเศษด้านสภาพภูมิอากาศของประธานาธิบดีสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีพลังงานของอินเดีย กรรมาธิการด้านพลังงานจากสหภาพแอฟริกา และผู้อำนวยการองค์การการค้าโลกเข้าร่วม 

ด้านประเทศไทย มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพลังงาน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ร่วมเสวนาในหัวข้อการกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะใกล้ (Catalysing Near-Term Implementation)

อล็อค ชาร์มา ประธานการประชุม COP26 กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดว่าด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (IEA-COP26 Net Zero Summit) 31 มี.ค. 2564 ประชุมออนไลน์ (ภาพ : สถานฑุตอังกฤษ กรุงเทพฯ)

“การประชุมสุดยอดครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญไปสู่การประชุม COP26 ณ เมืองกลาสโกว์ในเดือนพฤศจิกายน โดยมีตัวแทนจากหลายประเทศเข้าร่วมครอบคลุมกว่าร้อยละ 80 ของจีดีพี ประชากร และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก 

ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนทศวรรษแห่งการคิดวางแผนไปสู่การลงมือทำจริง สหราชอาณาจักรขอเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ รับรองนโยบายหลัก 7 ประการขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศเพื่อการบรรลุเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ 

การประชุมสุดยอดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐ  ภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจที่จะทำงานร่วมกันในแต่ละภาคที่มีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจก และร่วมกันบรรลุเป้าหมายจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส

เราไม่ควรมองว่านี่คือการร่วมกันแบกรับภาระ แต่ควรมองว่าเป็นการแบ่งปันโอกาส การทำงานร่วมกันจะช่วยให้เราคืบหน้าได้เร็วขึ้น สร้างงานและความมั่งคั่ง และปกป้องโลกของเราเพื่อคนรุ่นหลัง” อล็อค ชาร์มา ประธานการประชุม COP26 กล่าวระหว่างการประชุม 

(ชมวิดีโอจากการประชุม นาที 8.40 สุนทรพจน์ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพลังงานของไทย)

“การประชุมดังกล่าว หลายประเทศสมาชิกได้กล่าวรับรองนโยบายหลัก 7 ประการดังกล่าว ที่เสนอโดยองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ ณ ที่ประชุมสุดยอดนี้ โดยนโยบายครอบคลุมถึงประเด็นสำคัญอย่าง

ความจำเป็นของการฟื้นฟูที่ยั่งยืนจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ความสำคัญของการมีแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปฏิบัติได้จริงในทศวรรษนี้ และการพัฒนากลไกการประสานงานระดับนานาชาติที่แน่นแแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อเร่งให้เกิดนวัตกรรมและการนำไปใช้ร่วมกันในภาคธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงของโลก 

นโยบายดังกล่าวยังระบุถึงประเด็นอย่างเช่น ความร่วมมือทางเทคโนโลยี แนวทางปฏิบัติที่ดี การติดตามการลงทุน การเปลี่ยนผ่านที่คำนึงถึงคนเป็นหลักและการบูรณาการความมั่นคงทางพลังงานและราคาที่จับต้องได้เข้าไปในแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์นี้ด้วย เพื่อสนับสนุนให้เกิดการดำเนินการของภาครัฐ” สถานฑูตฯ เปิดเผย