ศอ.บต.ปฏิเสธไม่รู้เรื่องขยายผังม่วงปัตตานี “หนองจิก”ยื่นค้านอีกรอบ

เครือข่ายเยาวชนหนองจิกฯ ยื่นค้าน “ขยายผังม่วงปัตตานี” อีกรอบ ศอ.บต.ปฏิเสธไม่รู้เรื่อง โยนให้ไปถามข้อมูล “ผังเมืองปัตตานี” ด้านคนในเมือง-นักวิชาการ ขยับเชิงรุก เสนอให้มีการร่างภาพอนาคตเมืองปัตตานีร่วมกัน

เครือข่ายเยาวชน ‘หนองจิก’ หน้าห้องประชุมสำนักงานกรมโยธาธิการและผังเมือง (ภาพ : มูฮัมหมัดกัสดาฟี กูนา )

ยื่นค้านรอบสอง “ขยายผังม่วงปัตตานี”

วันที่ 17 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมา เครือข่ายเยาวชนเยาวชนก้าวหน้าเพื่อการพัฒนาสังคม (อำเภอหนองจิก) ได้เข้ายื่นจดหมายเพื่อคัดค้านการขยายผังอุตสาหกรรมเมืองปัตตานีอีกครั้ง หลังจากยื่นคัดค้านครั้งแรกเมื่อ 15 มี.ค. 2564 

การยื่นจดหมายครั้งนี้ เป็นการแสดงการคัดค้านอย่างเป็นทางการของเครือข่ายอีกครั้ง ในช่วงเวลา 1 วันก่อนที่จะหมดเขตระยะเวลาเปิดรับฟังความเห็นในเรื่องนี้ตามกลไกของสำนักงานผังเมืองปัตตานี ซึ่งกำหนดให้มีกระบวนการรับฟังสาธารณะต่อการขยายผังเมืองอุตสาหรรมของจังหวัดปัตตานี เพิ่มขึ้นอีก  2,050 ไร่ ระหว่างวันที่ 17 ก.พ. 2564 ถึงวันที่ 18 มี.ค.2564

สาระสำคัญของจดหมาย ระบุว่าขอให้มีการทบทวนการเปลี่ยนผังเมืองปัตตานี ขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแก่สาธารณะ และวิจารณ์การดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะของผังเมืองปัตตานี กรมโยธาธิการและผังเมือง ว่าเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง และไม่ได้ให้ข้อมูลสาธารณะที่เพียงพอสำหรับให้ความเห็นดังกล่าว

“ข่าวสาร และสอบถามรายละเอียดข้อมูลการประชาสัมพันธ์ข่าวสารไม่ทั่วถึงและไม่ได้ระบุในเอกสารประชาสัมพันธ์ของกรมโยธาธิการและผังเมืองว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผังเมืองเป็นสีม่วงเพื่องสร้างโรงงานประเภทใด” จดหมายคัดค้านระบุ

“ขอให้ยุติกระบวนการเปลี่ยนแปลงผังเมืองรวมจังหวัดปัตตานี ที่ สนง.โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดปัตตานี , ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปัตตานี” เครือข่ายเยาวชนก้าวหน้าเพื่อการพัฒนาสังคม (อำเภอหนองจิก) ร่วมด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และชมรมอนุรักษ์ ม.อ.ปัตตานี เรียกร้องในหนังสือ

เครือข่ายฯ ยังได้ ตั้งข้อสังเกตุสำคัญ 3 ประการต่อการดำเนินการขยายผังเมืองฯ ของผังเมืองปัตตานีครั้งนี้ว่า 

  1. ศอ.บต. ในฐานะผู้ขับเคลื่อนโครงการไม่มีการให้ความรู้และทำความเข้าใจกับชาวบ้านในชุมชนอีกทั้งปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนที่เห็นต่างทุกระดับของกระบวนการตั้งแต่เวทีรับฟังความคิดเห็นในระดับชุมชน ระดับอำเภอ ในหลายครั้ง เพราะชาวบ้าน 2 ตำบล ไม่รับรู้ข่าวสารรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว
  2. การรับฟังความคิดเห็นในชุมชนที่อ้างว่าจัดแล้วนั้น เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562  เป็นเวทีที่ไม่ได้มาตรฐานตามความหมายของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2548 ที่ว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นประชาชน เพราะไม่มีการชี้แจงวัตถุประสงค์อย่างตรงไปตรงมาว่าจัดขึ้นเพื่ออะไร อยู่ในขั้นตอนไหนของกระบวนการแก้ไขผังเมือง อีกทั้งในเวทีระดับชุมชนเหล่านั้นไม่มีผู้รู้ด้านโครงการหรือด้านกระบวนการของการเปลี่ยนผังเมืองและที่มาที่ไปเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรม (คลังสินค้า)
  3. กระบวนการแก้ไขผังเมืองรวมฯจังหวัดปัตตานีเพื่อโครงการนี้ ไม่ถูกต้องตามระเบียบที่กฎหมายบัญญัติไว้ และมีความพยายามที่จะรวบรัดขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ต่อเรื่องนี้โดยตรงอย่างรอบด้านและทั่วถึง ด้วยเพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในอนาคต ซึ่งหวังเพียงจะตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเอื้อกลุ่มทุนเอกชนเพียง 2 บริษัทอย่างผิดปกติวิสัย

“กระบวนการดังกล่าวเป็นไปด้วยความไม่ชอบธรรม ประชาชนไม่รู้ถึงที่มาที่ไปต่อการเปลี่ยนแปลงผังเมืองรวมฯ เป็นสีม่วง และไม่รู้ถึงการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม (คลังสินค้า) ประเภทใด และไม่ได้ให้ความรู้กับประชาชนอย่างทั่วถึงซึ่งอาจจะนำมาซึ่งความผิดพลาดในการดำเนินการนโยบายนี้ในอนาคตได้ 

อีกทั้งการกำหนดเปลี่ยนสีผังเมืองจากสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียวให้กลายเป็น “สีม่วง” เพื่อให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีความจำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ ศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับบริบท ศักยภาพและความต้องการของประชาชน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามหลักการของการวางผังเมือง ดังนั้นแล้วจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่กระบวนการแก้ไขผังเมืองจะต้องมีการศึกษาอย่างรอบด้าน และเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และให้ข้อมูลข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา” จดหมายเรียกร้องระบุ

“เรา ไม่เห็นด้วยกับแนวปฏิบัติดังกล่าวของศูนย์อำนายการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดปัตตานีทั้งหมด ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ยุติกระบวนการทั้งหมดที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ และต้องรายงานความผิดปกติของเรื่องดังกล่างทั้งหมด ต่อคณะกรรมการผังเมือง และรัฐบาลเพื่อให้มีการยุติหรือทบทวนในระดับนโยบายต่อไป” เครือข่ายระบุ.

ภายหลังจากยื่นหนังสือ ตัวแทนเครือข่ายฯ ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าผังเมืองปัตตานีต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว และมีการแลกเปลี่ยนกัน เป็นระยะเวลาราว 1 ชั่วโมง 

“ถึงแม้เราจะเหลือเวลาไม่มากแล้วแต่เราก็จะพยายามดำเนินเรื่องทุกช่องทางที่พอจะทำได้เพื่อจะให้เรารับรู้ข้อมูลมากที่สุด​ และเราจะเดินหน้าส่งต่อข้อมูลให้เป็นที่รับรู้ของชาวบ้านในพื้นที่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อชุมชนของเราในอนาคต

สิ่งเร่งด่วนตอนนี้ผมคิดว่าอยากจะนำเสนอความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่เป้าหมายการขยายเขตอุตสาหกรรมให้มากที่ และนำเสนอข้อเท็จจริง ผลกระทบที่ชาวบ้านประสบจากโรงงานปาล์มที่มีอยู่แล้ว”  มูฮำหมัดฮาฟีซี  ลาเตะ ตัวแทนเครือข่ายเยาวชนฯ โพสต์ความเห็นหลังยื่นจดหมาย 

บรรยาการประชุมห้องสำนักงานกรมโยธาธิการและผังเมืองฯ (ภาพ : มูฮัมหมัดกัสดาฟี กูนา)

ศอ.บต.ปฏิเสธ  โยนให้ไปถาม“ผังเมืองปัตตานี”

ชนธัญ​ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ตัวแทนเลขาธิการ ศูนย์อำนายการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ออกมาให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า​ ศอ.บต. ไม่ทราบเรื่องการขยายผังอุตสาหกรรมเมืองปัตตานีมาก่อน

“ทาง​ ศอ.บต​ ไม่ทราบว่าจะมีการขยายพื้นที่ทำอุตสากรรมเฟอร์นิเจอร์กว่า 2  พันไร่  เรารับรู้เพียงว่าจะมีการขอใช้พื้นที่ขยายโรงงานเฟอร์นิเจอร์เพียง 200​ กว่าไร่เท่านั้น  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้ควรจะไปถามท้องที่ (จังหวัด​ปัตตานี)​ ว่ามีความเป็นมา​อย่างไร​”

“จะมีการเปลี่ยนแปลงผังเมืองสีม่วง เป็นจำนวน2,050 ไร่  (เอกสารรายงานระบุ 3,770 ไร่) เพื่อรองรับในการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม (คลังสินค้า)” ไมตรี สรรพสิน หัวหน้าโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดปัตตานี กล่าวยืนยันภายหลังการยื่นหนังสือคัดค้านของเครือข่ายครั้งแรก เมื่อ วันที่ 15 มีนาคม 2564

“เราพบเอกสารรายงานการประชุม ระบุว่าจะมีการสร้างโรงงานอุตสากรรมเฟอร์นิเจอร์ และหนัง ภาคเอกชน  2 บริษัทร่วมลงทุน ได้แก่ บริษัท ซูเพิร์บ ครีเอชั่นเฟอร์นิเจอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ดีลักซ์ จำกัด อ้างอิง)” เครือข่ายฯ เปิดเผย

เวทีเสวนา TANI’s  World Café ในหัวข้อ “มาออกแบบเมืองตานีด้วยกัน” จัดโดย TANIDESIGN (ภาพ : TANIDESIGN)

คนเมือง-นักวิชาการรุก เสนอ”ร่างภาพอนาคตปัตตานีร่วมกัน”

วันนี้ 21 มีนาคม 2564 TANI DESIGN ได้มีการจัดเวทีเสวนา TANI’s  World Café ในหัวข้อ “มาออกแบบเมืองตานีด้วยกัน” ณ สนามเด็กเล่น ข้างสะพานศักดิ์เสนีย์ จังหวัดปัตตานี 

อาจารย์เอ​กรินทร์​ ต่วนสิริ อาจารย์​ประ​จ​ำ​คณะรัฐศาสตร์​ มอ.ปัตตานี​ หนึ่งในตัวแทนนักวิชาการกล่าวถึงการออกแบบเมืองปัตตานีในอนาคตในวงเสวนาว่า จะต้องมีการพิจารณาในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะมิติ อำนาจการบริหารจัดการเมือง

“พูดถึงเรื่องของเมืองในสมัยปัจจุบัน เมื่อเราใฝ่ฝันว่าอย่างเห็นเมืองอย่างไร ก็มักจำนึกถึงสถานที่เราไปเที่ยวมา เมืองที่มีสวนสาธารณะ ปลอดภัย สะอาด เมื่อปี 2561 การประชุม Strong City Network Global Summit ที่ Melbourne , Australia เป็นการประชุมระหว่างที่มีความรุนแรงทั่วโลกแล้วจะมาแก้ไขปัญหาอย่างไร เมืองต่างๆ ตะวันออกกลาง พื้นที่ที่มีความรุนแรง

เมืองที่ถูกขนาดนามว่ามีความรุนแรงจำเป็นอย่างยิ่งว่าจะต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ของผังเมืองก่อน ให้คนรับรู้ว่าเมืองควรจะเป็นเมืองที่ปลอดภัย.. อยากจะมาเที่ยว.. อาศัยอยู่.. (ส่วนที่สอง).. ที่เขาวิตกกังวลอย่างมาก เมืองจะต้องมีศักยภาพเพียงพอ Public Facilities (สาธารณูปการ) ต้องมากพอที่จะรองรับของการพัฒนาโดยเฉพาะการจัดการ..  เมืองที่มีความรุนแรงมักจะขาดแคลนเรื่องของน้ำ.. ไฟ.. อิเล็กทริค.. และที่ดินพื้นที่ราบลุ่มต่างกัน.. ทั่วโลกก็เกิดปัญหาเรื่องของการพัฒนาเมืองเหมือนกันว่าจะมีหน้าตาแบบไหน เมืองไทยใช้ศัพท์ SmartCity เยอะกันมากในรอบ3-4ปี ที่ผ่านมา และถูกนำไปใช้ในการพัฒนาเมือง (สิ่งที่สำคัญ) คือเรื่องระบบขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน อิเล็คทริค น้ำ เรื่องระบบคมนาคม ที่เชื่อมต่อกับเมือง ต่างจากระบบขนส่งคือภายในเมืองพื้นที่สาธารณะ ว่าจะใช้แบบไหน

เมืองปัตตานี สิ่งที่ผมสนใจ เป็นเทศบาลเมืองมานานในระดับการปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาลนครมีพื้นที่เดียวคือเทศบาลนครยะลาเท่านั้นเอง ข้อสังเกตทำไมเทศบาลเมืองปัตตานีที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ถึงอยู่คนละเขตแต่มีประชากรที่แออัด ทำไมถึงไม่สามารถเป็นเทศบาลนครได้ ซึ่งมันเกี่ยวกับตัวงบประมาณ อำนาจจัดซื้อจัดจ้าง และการกู้ เป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่ง ไม่มีศักยภาพเพียงพอในการจัดการ

เมืองสำคัญตรงเรื่องอำนาจด้วย คนที่บริหารจัดการอำนาจเมือง ชั้นแรก ราชการ หน่วยงานราชการต้องได้รับการอนุญาตปรับปรุงผังเมืองสีต่างๆ ซึ่งเป็นระเบียบ  ชั้นสอง อำนาจท้องถิ่น ได้รับการเลือกตั้งจากท้องถิ่นเป็นเรื่องหารบริหารเมืองเป็นอำนาจที่จำกัดมากๆ ไม่ได้ถูกรับแก้ไขเมืองที่พัฒนา ขั้นสุดท้าย อำนาจเอกชน ซึ่งหมายความว่า อำนาจธุรกิจเอกชนค้าขาย ซึ่งรวมของเราด้วยที่เป็นภาคประชาสังคม (CSO) มันคนไม่ได้มีอำนาจเป็นทางการ แต่มีอำนาจธุรกิจ ความรู้ อยากไปพัฒนาเมือง มันจำเป็นต้องพิจารณาใครมีอำนาจการพิจารณาต่างมันต้องได้รับการยอมรับหน่วยงานราชการ ท้องถิ่น” เอ​กรินทร์​ กล่าว

ฮากิม เจะโด กำลังบรรยายแนวทางการพัฒนาเมืองปัตตานีผ่านทัศนะของเขา (ภาพ : TANIDESIGN)

ด้านฮากิม เจะโด กลุ่มศึกษาชุ​มชนและทรัพ​ยากรปาตานี​ (Patani​ Resources)​ อีกหนึ่งในตัวแทนนักวิชาการในวงเสวนา กล่าวว่า 

“จบคณะทรัพยากรธรรมชาติมอ.หาดใหญ่ เป็นผู้ช่วยทำงานวิจัยอาจารย์ มองเรื่องการพัฒนาเมืองขึ้นอยู่กับอำนาจของแต่ละฝ่ายมีอะไรบ้าง และการมีส่วนร่วม และการเรียนรู้ของพื้นที่ตัวอย่าง พื้นที่อื่นที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว SmartCity มุ่งเน้นเรื่องของเมืองที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ

การพัฒนาเรื่องทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน อำนาจในการจัดแจงกิจการในเมืองนี้ มีอำนาจแบ่งออกเป็น หน่วยงานราชการ หน่วยงานท้องถิ่น เอกชน  3 หน่วยงานนี้มันจำเป็นขนาดร่วมมกันพัฒนาด้วยกันไหม  เพราะแต่สองหน่วยงานที่เป็นของรัฐ และหน่วยงานเอกชนเป็นหน่วยงานแยกออกไป

เท่าที่สำรวจมาหลายเมืองพื้นที่พัฒนามาจากเอกชนมากกว่า จากหน่วยงานราชการ ด้วยการติดเรื่องระเบียบราชการ ระเบียบงบประมาณ เอกชนมาทำงานจะมุ่งเน้นที่ประสิทธิผลมากกว่ากระบวนการ มากกว่าระเบียบ การบริหารจัดการดำเนินกิจการมาอยู่ที่ 3 อำนาจ แล้วเป็นเรื่องของ3หน่วยหรอ

เรื่องการพัฒนามันเป็นเรื่องของคน ในระแวกนั้นเป็นเรื่องของเขา มันไม่ใช่เรื่อง 3 หน่วยงานนั้นว่าต้องการพัฒนาอะไร พอเป็นเรื่องของทุกคนในตรงนี้ว่าต้องการมาใช้บริการในเขตเมือง พวกเขาจะมีส่วนร่วมในการนำเสนอในสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างไร

เมื่อไม่มีพื้นที่เข้าถึงเรียนรู้เห็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จ ว่าที่กรุงเทพฯ มีพื้นที่รถไฟฟ้า มีรถมินิบัสที่ใช้รถไฟฟ้าได้แล้ว เมื่อไม่รู้เขาไม่คิดต่อว่าสิ่งเหล่านั้นสามารถนำมาใช้ในบ้านเราได้ เวทีแบบนี้มันสำคัญต่อที่ว่านำเสนอคนที่ไม่ได้รับฟังฉุดคิดต่อว่าต้องการอะไรให้เขาสอดคล้องกับเมืองที่เขาอยู่ ควรไปอย่างไร

มันนำมาสู่เรื่องการพัฒนาเมืองไปในทิศทางเมืองสีเขียว หนึ่งในนั้นคือ ระบบขนส่งมวลชน ระบบขนส่งสาธารณะ ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ผู้คนรู้สึกปลอดภัยอยู่ในเมือง มีเครือข่ายขนส่งสาธารณะ มีทางเดินเท้า เป็นส่วนประกอบ เป็นเมืองสีเขียวเพิ่มมากขึ้น

สามารถทำให้เมืองเป็นพื้นที่ปลอดภัย ดีต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้คนในเมืองมีทางเลือกว่าสะดวกกว่ารถขนส่วนตัว แต่ผู้คนตอนนี้คิดว่ารถส่วนตัวสะดวกกว่าขนส่งมวลชน เขาเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่เอื้อต่อเขา ซึ่งอาจจะเป็นปัญหา แล้วรถที่ลดมลภาวะได้ คือรถมินิบัสรถไฟฟ้า

เมืองปัตตานีมีขนาดไม่ใหญ่ ซึ่งสามารถใช้รถไฟฟ้าเวียนรอบเมืองได้ ตามเวลาทุกครึ่งชั่วโมง สิบห้านาที คนที่พักโรงแรม เขาสามารถขึ้นรถมินิบัสเข้ามากินโรตีในเมืองได้ คิดค่าบริการแล้วแต่ คือการลดการใช้รถ และลดการเกิดอุบัติเหตุ เข้าสู่เรื่องลดความปลอดภัยได้

ผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับน้องมอ.ปัตตานี เมืองปัตตานีนั้นมีความคล้ายเมืองปีนัง สามารถเดินเชื่อมต่อได้หมดเลยถ้ามีทางเดินที่ดีพอ หลังจากนี้ต้องทำงานสำรวจว่าทางเดินรอบเมืองติดต่อได้หรือไม่ แต่สภาพแวดล้อมทางเท้ามีส่วนในการสร้างบรรยากาศในการ เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม

หนึ่งทางเท้า สอง สวนสาธารณะในเมืองเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง มันมีความสำคัญอย่างไร กลางเมือง เมืองปัตตานีต้นไม้น้อยกว่าในแถบชนบท มีต้นไม้มากพอฟอกอากาศไม่บริสุทธิ์ ผมว่ายังไม่พอ คนในเมืองยังยืมอากาศในแทบชนบท ป่า มาใช้หายในเมือง แล้วทำไมเมืองนี้ไม่ให้ความสำคัญว่าเรื่องอากาศหายใจให้มาอยู่ในเมืองตั้งแต่แรก

มีกรณีศึกษามีพื้นที่สีเขียว ถ้าไม่สามารถทำได้หนึ่งนั้นคืออย่าพยายามโค่น ต้นไม้หรือสร้างอาคารบ้านเรือนที่เป็นคอนกรีต ตัดแต่งเพราะไปกีดขวางไม่ปลอดภัย อันนี้ไม่เป็นไร แต่อย่าไปโค่นเลย มันมีต้นไม้ที่ใหญ่แก่ๆเยอะมาก เป้นการทำลายลมหายใจตัวเอง

อีกอย่างหนึ่งคิดว่าสำคัญต่อการพัฒนาเมือง เรื่องการพัฒนาในเชิงคุณภาพไม่ใช่แค่ปริมาณ เช่นโรงแรมเพิ่มขึ้น เขตพื้นที่ค้าขายมากขึ้น สวนสนามเด็กเล่นมากขึ้น พื้นปูนมากขึ้น มันไม่เชิงขนาดนั้น ถ้าจะสร้างสนามพื้นที่ออกกำลังกาย อาจจะไม่ต้องไปทำลายดินตรงนั้นแล้วเทปูน เป็นพื้นที่สวนสาธารณะ แต่ทำเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ก็สามารถเป็นสวนสวยงามได้ และทำให้มีอากาศ

ผมคิดว่าเมืองจะพัฒนาไปในทิศทางใด ทิศทางหนึ่ง 3 อำนาจ อย่างที่อาจารย์ เอกรินทร์ ต่วนศิริ พูดไม่ใช่ปัจจัยที่จะมากำหนดว่าเมืองนี้ควรจะเป็นไปในทิศทางไหน ควรจะเป็นคนในพื้นที่สะท้อนความต้องการตนเองมากกว่าครับ”

ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่ออนาคต (Social Responsibility) ทั้งภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาชน  5 ประการด้วยกันหนึ่ง – การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอง – การจัดการขยะและของเสีย สาม – การใช้น้ำและการบำบัดน้ำเสีย สี่ – อากาศบริสุทธิ์ ห้า – เปิดพื้นที่สาธารณะ” ฮากิมกล่าว

เอ​กรินทร์​ ต่วนสิริ เผยภาพฝันพัฒนาเมืองปัตตานีมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ (ภาพ : TANIDESIGN)

เอ​กรินทร์​ ต่วนสิริ อาจารย์​ประ​จำ​คณะรัฐศาสตร์​ มอ.ปัตตานี​ ให้ความเห็นว่า ระบบขนส่ง เป็นอีกมิติที่ต้องรวมอยู่ในภาพอนาคตของปัตตานีที่ต้องออกแบบร่วมกัน

“สิ่งที่สำคัญคือเรื่องขนส่ง และโอกาสการเข้าถึงระบบขนส่ง ผมให้เก็บข้อมูลขนส่งสาธารณะ ขนส่งมีเท่าไร นั่งใช้เวลากี่นาที โดยสรุปที่เราเจอคือใช้เงินแพงมาก เด็กมอ.ปัตตานี ต้องไปกลับจากบาท ต้องใช้เงิน 300 บาท

ซึ่งเมืองปัตตานีสามารถมีรถรับส่งที่ใช้ระบบชาร์จพลังงานได้ เพราะการมีรถสาธารณะขนส่งได้สัมผัสผู้คน ในสังคมเรามีหน้าตาแบบไหน มันจะช่วยให้เมืองมีหน้าตามากขึ้น  ผมอยากให้ปัตตานีมีระบบขนส่งสาธารณะที่ดี ใช้ระบบไฟฟ้า เรื่องที่สองใฝ่ฝันมาก มีพื้นที่สาธารณะให้เยอะกว่านี้ โดยเฉพาะลานกว้าง เช่น มิวเซียม พิพิธภัณฑ์ การเรียนรู้ของเด็ก

ไม่ใข่แค่เอกชนไปลงทุน รัฐต้องลงทุนให้ทุกคนเข้าถึง และเป็นเมืองที่มีมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ควรจะมีห้องสมุดขนาดใหญ่ มันต้องน่าเข้าหาสำหรับผู้คน สิ่งสุดท้าย เมื่อปีออสโตมัน เจริญรุ่งเรืองได้เพราะมีคนหลากหลายของเมืองตุรกี ปัจจุบัน มีผุ้คนชุมชนยิว มีแพทย์จากไอซ์แลนด์ ถ้าอยากให้เมืองยิ่งใหญ่ได้ต้องทำให้ผู้คนรู้สึกอยากจะมาเมืองนี้ และมีอัตลักษณ์หลากหลาย เขารู้ปลอดภัยและควรยินดีต้อนรับสำหรับผู้คน” เอ​กรินทร์​ อธิบาย

(ฟังเวทีTANI’s World Café : มาออกแบบเมืองตานีด้วยกัน ฉบับเต็ม)

เอกสารยุติการเปลี่ยนผังสีม่วงปัตตานี ยื่นศูนย์ดำรงธรรมฯ หน้าแรก (ภาพ : มูฮัมหมัดกัสดาฟี กูนา)
เอกสารยุติการเปลี่ยนผังสีม่วงปัตตานี ยื่นศูนย์ดำรงธรรมฯ หน้าสอง (ภาพ : มูฮัมหมัดกัสดาฟี กูนา)
เอกสารยุติการเปลี่ยนผังสีม่วงปัตตานี ยื่นผู้ว่าราชการจ.ปัตตานี หน้าแรก (ภาพ : มูฮัมหมัดกัสดาฟี กูนา)
เอกสารยุติการเปลี่ยนผังสีม่วงปัตตานี ยื่นผู้ว่าราชการจ.ปัตตานี หน้าสอง(ภาพ : มูฮัมหมัดกัสดาฟี กูนา)
เอกสารยุติการเปลี่ยนผังสีม่วงปัตตานี ยื่นศอ.บต.จ.ปัตตานี (ภาพ : มูฮัมหมัดกัสดาฟี กูนา)
เอกสารยุติการเปลี่ยนผังสีม่วงปัตตานี ยื่นกรมโยธาธิการและผังเมืองฯ (ภาพ : มูฮัมหมัดกัสดาฟี กูนา)