หมอเตือน ฝุ่นพิษทำติดโควิดง่ายขึ้น แนะใส่หน้ากาก ทำงานจากบ้าน ป้องกันทั้งฝุ่นและโควิด

กรุงเทพมหานคร พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ ในขณะที่ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 พุ่งสูงทำสถิติหนักสุดในรอบสัปดาห์ ด้านกรมอนามัย และนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เตือน ให้ประชาชนติดตามสถานการณ์มลพิษฝุ่นอย่างใกล้ชิด รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินทาง ทำกิจกรรมกลางแจ้ง และให้สวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันทั้งฝุ่น PM2.5 และเชื้อไวรัส COVID-19 หลังเผยว่า มลพิษฝุ่นมีส่วนทำให้ติดเชื้อโควิดง่ายขึ้น

จากสถานการณ์ที่ สภาวะมลพิษฝุ่นควันในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทวีความรุนแรงขึ้น จนทำสถิติค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดในรอบสัปดาห์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2563 กระทรวงสาธารณสุขยังได้เปิดเผยว่า ได้มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มอีก 1 ราย โดยได้เผยรายละเอียดว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด 28 ราย มาจากต่างประเทศและเข้ากักกันตามระบบ 27 ราย และเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 1 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อรายที่ 7

PM2.5
ฝุ่นควัน PM2.5 ปกคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2563 / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย กล่าวเตือนว่า มลภาวะฝุ่น PM2.5 ที่รุนแรงขึ้น ทำให้เชื้อไวรัส COVID-19 สามารถระบาดได้ง่ายขึ้นและยังทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงขึ้น

“เราเตือนเรื่องผลกระทบฝุ่น PM2.5 มานานแล้วว่า มันทำให้เกิดความระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ระบบภูมิต้านทานทางธรรมชาติของเราเสียหาย จนทำให้เราติดเชื้อโรคอื่นๆ ไม่เพียงแต่เชื้อโควิด ได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ฝุ่น PM2.5 ยังสามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปในระบบเลือด แพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบทั่วทั้งร่างกายอีกด้วย” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ เขาชี้ว่า ในกรณีที่มีการติดเชื้อ COVID-19 เชื้อไวรัสจะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาต่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น ดังนั้นการอักเสบจากฝุ่นพิษเมื่อผสมโรงกับการอักเสบจากเชื้อโรค จะทำให้อาการเจ็บป่วยหนักขึ้นไปอีก นี่ยังไม่นับถึงพิษต่างๆ ที่เรารับจากทั้งอาหารและน้ำ ทำให้คนเมืองเสี่ยงมีอาการรุนแรง หากติดเชื้อ COVID-19

“วิธีป้องกันง่ายนิดเดียว คือป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่เยื่อบุตา – จมูก การสัมผัสผ่านมือไปขยี้ตา จมูก ต้องล้างมือบ่อยๆ และรักษาระยะห่าง และควรต้องใส่หน้ากากอนามัย แนะนำหน้ากาก N95 เพราะป้องกันได้ทั้งฝุ่นและโควิด ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรไปไหนมาไหน ถ้ามีกำลังทรัพย์ก็ควรติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ หรือถ้ามิเช่นนั้นก็ต้องปิดบ้านให้มิดชิด ถ้าจำเป็นต้องเดินทางออกจากบ้าน ก็ให้สวมหน้ากาก N95 และใช้เวลาเดินทางให้น้อยที่สุด ถ้าร่างกายเราอ่อนแอ เป็นกลุ่มเสี่ยงก็ไม่ควรออกจากบ้าน ” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ แนะนำ

แม้ว่าขณะนี้หลายภาคส่วนมาออกทำหน้าที่ป้องกันฝุ่น เขาเสนอว่า เรายังจำเป็นจะต้องมีการบูรณาการกันอย่างทุกภาคส่วน มิเช่นนั้นกระทรวงสาธารณสุข แพทย์จะรับภาระหนักในการรักษา

โควิด
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โควิด //ขอบคุณภาพจาก: กระทรวงสาธารณสุข

สำหรับประชาชนทั่วไป เขากล่าวว่า เราสามารถช่วยได้โดยการทำงานที่บ้าน เปลี่ยนเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ เดินทางให้น้อยลง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการปล่อยมลพิษ PM2.5 ยังช่วยลดความเสี่ยงการสัมผัสติดเชื้อไวรัสโควิดได้ด้วย สังเกตได้จากเมื่อตอนที่เราล็อคดาวน์เมื่อช่วงต้นปี พอผู้คนอยู่แต่บ้าน ไม่เดินทางออกไปไหนเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของไวรัส ก็ทำให้มลพิษทางอากาศเบาบางลงไปด้วย

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการสัมผัสเชื้อ และป้องกันตนเองจากมลพิษฝุ่น ด้วยการใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นสูง เนื่องจากอากาศที่เย็นลงและมลพิษทางอากาศ สามารถทำให้ติดเชื้อ COVID-19 ได้ง่ายขึ้น

“ในช่วงฤดูหนาว สภาพอากาศที่เย็นลงและมีการสะสมตัวของฝุ่นควันมากขึ้น โดยปกติก็เอื้อให้เกิดการติดต่อโรคทางเดินหายใจอยู่แล้ว เช่นไข้หวัด ดังนั้นเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจชนิดหนึ่ง ก็สามารถเกิดการระบาดได้ง่ายขึ้น โดยฝุ่นจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เมื่อเกิดการระคายเคืองก็จะมีการแพ้ / อักเสบ อาจทำให้ติดเชื้อโควิดได้ง่ายขึ้น” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

“แนวทางการป้องกันตนเองจากทั้งฝุ่นและไวรัส COVID-19 สามารถทำได้โดยการสวมหน้ากาก N95 ดังนั้นการสวมหน้ากากทุกครั้งเมื่อออกไปในที่สาธารณะก็จะสามารถป้องกันโรคโควิดและฝุ่น PM2.5 ไปได้ด้วยพร้อมกัน”

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ได้มีความจำเป็นที่ต้องทำงานออกแรงกลางแจ้ง หรือในสถานที่ที่มีฝุ่น PM2.5 หนาแน่น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้หน้ากาก N95 ซึ่งขณะนี้มีราคาแพงและหายากกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไป ในการป้องกันฝุ่นและไวรัส COVID-19 แต่สามารถใช้หน้ากากอนามัยทั่วไปในการป้องกันตนเองแทนได้

PM2.5
รายงานคุณภาพอากาศ โดยระบบ Dustboy แสดงค่าฝุ่น PM2.5 บริเวณหน้าโรงเรียนวัดกลางเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หนึ่งในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุดในรอบสัปดาห์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563

“ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากทางภาครัฐ เช่นของทั้ง กรมอนามัย กรมควบคุมมลพิษ และประเมินตนเองว่ามีความเสี่ยง PM2.5 แค่ไหน มีกิจกรรมกลางแจ้งนานไหม ถ้าไม่เสี่ยงมากก็ไม่ถึงกับต้องใช้หน้ากาก N95 ให้ใช้หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยธรรมดาก็พอ แม้ว่าไม่สามารถกัน PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็สามารถกันฝุ่นได้บางส่วน แต่ถ้าเราต้องมีความเสี่ยงในการเข้าไปในพื้นที่มีฝุ่นนานๆ ก็แนะนำให้ใช้หน้ากาก N95 ซึ่งจะสามารถกันฝุ่น PM2.5 ได้ดีกว่า” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง