ฝุ่นพิษคลุ้งหลายจังหวัดกลาง – อีสาน ประเดิมผลศึกษาความเสียหายมลพิษฝุ่นปี 62 พุ่งทุบสถิติ

เผยรายงานมูลค่าความเสียหายเชิงเศรษฐศาสตร์จากฝุ่นพิษล่าสุด พบปี พ.ศ.2562 มลพิษฝุ่นสร้างความเสียหายเชิงเศรษฐศาสตร์พุ่งสูงถึงกว่า 2.26 ล้านล้านบาท สะท้อนภาพรวมปัญหามลพิษฝุ่นยังคงเลวร้ายลง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชน เศรษฐกิจ และสังคม ขณะที่วันนี้ (19 พฤศจิกายน) หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ยังคงต้องเผชิญกับฝุ่นควันหนาจากการเผาภาคเกษตร

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ผศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยผลการศึกษาความเสียหายเชิงเศรษฐศาสตร์จากฝุ่นพิษประจำปี พ.ศ.2562 โดยพบว่า จากสถานการณ์มลพิษฝุ่นที่มีความรุนแรงขึ้นจากปีก่อนหน้า ทำให้มูลค่าความเสียหายเชิงเศรษฐศาสตร์จากมลพิษฝุ่น PM10 ในปี พ.ศ.2562 พุ่งทำลายสถิติใหม่ เป็นมูลค่าถึง 2.26 ล้านล้านบาท หรือเทียบเท่ากับ 13.37% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเบื้องต้น (GDP) หากใช้ค่าแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO Guideline) เป็นเครื่องบ่งชี้ความอันตรายของฝุ่นพิษต่อสุขภาพ และหากสมมติให้ทุกครัวเรือนได้รับผลกระทบจากฝุ่นพิษ

มลพิษทางอากาศ
ภาพรวมผลการศึกษามูลค่าความเสียหายเชิงเศรษฐศาสตร์จากฝุ่นพิษ ประจำปี พ.ศ.2562 //ขอบคุณข้อมูลจาก: Witsanu Attavanich

โดยผลการคำนวณความเสียหายจากฝุ่นพิษดังกล่าว มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าความเสียหายเชิงเศรษฐศาสตร์จากฝุ่น PM10 ในปี พ.ศ.2561 และ พ.ศ.2560 ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายเท่ากับ 2.06 ล้านล้านบาท และ 1.79 ล้านล้านบาท ตามลำดับ

ผลการศึกษายังเผยว่า กรุงเทพมหานครยังคงครองแชมป์จังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมลพิษฝุ่นมากที่สุด สูงถึง 4.51 แสนล้านบาท ทิ้งห่างอันดับ 2 จ.ชลบุรี ที่มีมูลค่าความเสียหาย 9.4 หมื่นล้านบาท อย่างขาดลอย ในขณะที่อันดับ 3 ได้แก่ จ.นครราชศรีมา ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 9.3 หมื่นล้านบาท

สำหรับจังหวัดที่มีพัฒนาการดีขึ้นอย่างมาก คือ จ.น่าน ซึ่งอันดับขยับลงไปถึง 24 อันดับ ตามด้วยจันทบุรีที่อันดับขยับลดลงไปถึง 14 อันดับ ถัดมาคือ ประจวบคีรีขันธ์ที่อันดับขยับลดลงไป 13 อันดับ ในทางกลับกัน จังหวัดที่มีพัฒนาการแย่ลง จากต้นทุนทางสังคมจากฝุ่นพิษที่สูงขึ้นอย่างมากคือ จ.เชียงราย ซึ่งขยับอันดับขึ้นไปถึง 27 อันดับจากปีที่ผ่านมา ตามด้วย จ.นครพนมที่อันดับขยับเพิ่มขึ้นไปถึง 16 อันดับ ถัดมาคือ จ.ลำปางที่อันดับขยับขึ้นไป 15 อันดับ

ผศ.ดร.วิษณุ กล่าวว่า แม้ในช่วงฤดูกาลฝุ่นควันที่กำลังมาถึงนี้ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้จัดตั้ง ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) เพื่อเป็นศูนย์ในการบูรณาการประสานงานรวบรวมข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล เตือนภัยคุณภาพอากาศแก่ประชาชน ในรูปแบบ One Voice One Team อันถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าหน่วยงานรัฐได้ใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้นในการแจ้งเตือนประชาชน และเตรียมความพร้อมในการป้องกันผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM2.5

เขาตั้งข้อสังเกตว่า แม้สถานการณ์ฝุ่นควันในปีนี้จะมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลให้คาดการณ์ว่า มูลค่าความเสียหายเชิงเศรษฐศาสตร์จากฝุ่นพิษในปี พ.ศ.2563 จะลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม มลพิษฝุ่นที่เบาบางลงในช่วงปีที่ผ่านมามีสาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในช่วงวิกฤตการระบาดไวรัส COVID-19 แต่ยังไม่เห็นความชัดเจนในการออกนโยบายแก้ปัญหามลพิษฝุ่นควันอย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐเท่าที่ควร

“ต้องมาลองลุ้นกันต่อนะครับ ว่ามูลค่าความเสียหายจากฝุ่นพิษในปี 2563 จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร กับฤดูฝุ่นพิษที่กำลังเริ่มขึ้นด้วยค่าฝุ่นพิษที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รักษาสุขภาพและไม่ประมาทกับมัจจุราจมืดนะครับทุกคน” เขากล่าว

ในขณะที่ช่วงเช้าของวันนี้ (19 พฤศจิกายน) หลายพื้นที่ในเขตภาคกลางและภาคตะวันออก เริ่มประสบกับปัญหามลพิษฝุ่นควัน โดยจากข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพอากาศรายชั่วโมงผ่านระบบ DustBoy ของศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบว่า ปริมาณฝุ่น PM2.5 เมื่อเวลา 8.00 น. ในหลายจุดตรวจวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.พิษณุโลก จ.นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร สูงเกินค่ามาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษที่ 50 ไมโครกรัม/ลูกบากศ์เมตร มากกว่าสองเท่า

dustboy
ข้อมูลค่าตรวจวัดฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมง ผ่านระบบ Dustboy เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 8.00 น.

โดยจุดตรวจวัดที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดอยู่ที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่พบว่ามีค่าฝุ่น PM2.5 สูงถึง 270 ไมโครกรัม/ลูกบากศ์เมตร

ผศ.ดร.วิษณุ เปิดเผยว่า สาเหตุหลักของฝุ่นควัน PM2.5 วันนี้เกิดจากการเผาภาคเกษตรในพื้นที่นาข้าวแถบภาคกลาง โดยสามารถสังเกตจากจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นมากอย่างชัดเจน ดังนั้นกลุ่มเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศเช่น เด็ก คนสูงวัย และสตรีมีครรภ์ ควรงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง และควรใส่หน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นพิษก่อนออกจากบ้าน