น้ำทะเลหนุนสูงท่วมชายฝั่งอ่าวไทย ‘อ.ธรณ์’ เตือนรัฐเร่งรับมือโลกร้อน ก่อนกรุงเทพฯจมทะเล

กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เตือนพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยตอนในยังคงเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากน้ำทะเลหนุนสูง จนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ด้าน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลชื่อดัง ชี้ เหตุการณ์น้ำทะเลเอ่อท่วมพื้นที่ชายฝั่ง เป็นสัญญาณเตือนถึงวิกฤตการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากสภาวะโลกร้อน พร้อมเสนอให้ขับเคลื่อนโครงการจัดการน้ำเมกะโปรเจ็ค “เจ้าพระยาเดลต้า 2040” อย่างจริงจัง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติก่อนทะเลจะท่วมกรุงเทพฯ

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 หลายพื้นที่ในเขตจังหวัดรอบอ่าวไทยตอนใน ตั้งแต่ จ.สมุทรสงคราม จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.ฉะเชิงเทรา และจ.ชลบุรี ต้องประสบกับน้ำท่วมสูงฉับพลันจากปรากฎการณ์น้ำทะเลหนุนสูงสุดในรอบเดือน เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนต่อการดำเนินชีวิต และสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

น้ำท่วม
รพ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา นำเรือท้องแบน-รถบรรทุกเร่งอพยพคนไข้ หลังน้ำทะเลหนุนสูงทำน้ำบางปะกงทะลักเข้าโรงพยาบาล และท่วมถนนบางนา-ตราด ช่วง กม.47 ระดับน้ำเฉลี่ย 60 ซม. //ขอบคุณภาพจาก: แจ้งข่าวสาร เตือนภัย Thailand

กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ชายฝั่งหลายจังหวัดรอบอ่าวไทยตอนใน เป็นผลมาจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบนและภาคใต้มีกําลังแรง ระหว่างช่วงน้ำขึ้นสูงสุด จึงเสริมให้น้ำทะเลหนุนสูงกว่าระดับปกติ โดยคาดการณ์ว่า ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ และพื้นที่ใกล้เคียง จะมีระดับน้ำทะเลหนุนสูงถึง 1.7 – 1.9 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง

ดังนั้น กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ จึงได้ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้ชายฝั่ง ให้ระมัดระวังผลกระทบจากระดับน้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติ และติดตามสภาวะระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ในช่วงตั้งแต่วันที่ 15 -23 พฤศจิกายน ระหว่างเวลาประมาณ 5.00 น. – 13.00 น. ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจเช็คการคาดการณ์ระดับน้ำล่วงหน้าได้ที่ เว็บไซต์ของกรมอุทกศาสตร์

ในขณะที่ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีกิจการพิเศษ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า แม้สาเหตุหลักของสถานการณ์น้ำทะเลเอ่อท่วมพื้นที่ชายฝั่งหลายจังหวัดรอบอ่าวไทยตอนใน เกิดจากปรากฎการณ์น้ำขึ้นสูงสุดในรอบเดือน ประกอบกับการทรุดตัวของชายฝั่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ย้ำเตือนให้เราต้องเริ่มตระหนักถึงการเตรียมรับมือผลกระทบสภาวะโลกร้อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลอันเกิดจากน้ำแข็งขั้วโลกละลาย กำลังเป็นภัยคุกคามที่กำลังทำให้พื้นที่ลุ่มปากแม่น้ำเจ้าพระยาจมทะเลอย่างช้าๆ

จากข้อมูลการศึกษาการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลโดย องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NASA) พบว่า ผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนและการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ทำให้ในปัจจุบันระดับน้ำทะเลทั่วโลกมีอัตราเพิ่มระดับขึ้นราว 3.3 มิลลิเมตร/ปี

ยิ่งไปกว่านั้น รายงานศึกษาคาดการณ์การเพิ่มขึ้นระดับน้ำทะเล โดยคณะนักวิจัยด้านสมุทรศาสตร์และภูมิอากาศ นำโดย NASA ยังเผยว่า หากมนุษยชาติยังคงปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอัตราปัจจุบัน สภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นจะส่งผลให้ชั้นน้ำแข็งทั้งที่กรีนแลนด์และขั้วโลกใต้ละลาย จนทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นมากกว่า 38 เซนติเมตร เอ่อท่วมพื้นที่ราบต่ำชายฝั่งทั่วโลก รวมถึงพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา

สภาวะโลกร้อน
แผนที่คาดการณ์พื้นที่ที่จะจมอยู่ใต้ทะเลภายในปี 2050 หากไม่มีการควบคุมสภาวะโลกร้อน โดย Climate Central’s Program on Sea Level Rise

“โครงการที่ผมพอทราบมีอยู่บ้าง เช่น เจ้าพระยาเดลต้า อาจต้องนำมาคิดจริงจังมากขึ้น หาข้อมูลเพิ่มขึ้นเพราะเราจะสู้กับธรรมชาติโดยไม่รอบคอบ เรามีแต่แพ้กับแพ้ ไอเดียมีหลากหลาย แต่การตัดสินใจต้องมีฐานข้อมูลให้ครบถ้วน ณ ตอนนี้ยังบอกอะไรเพื่อนธรณ์ไม่ได้มาก แต่อยากให้ขยับขับเคลื่อนไปบ้าง เพราะการรับมือเรื่องนี้ต้องวางแผน ต้องพิจารณาข้อมูลโน่นนี่เป็นเวลานาน” ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าว

อนึ่ง โครงการเจ้าพระยาเดลต้า เป็นหนึ่งในโครงการวิจัยภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมายด้านสังคม แผนงานการบริหารจัดการน้ำ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งเป็นการบริหารงานวิจัยแบบใหม่ที่มุ่งเน้นก่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการจัดการทรัพยากรน้ำทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพที่สามารถรองรับการเติบโตในอนาคตของประเทศ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง