แปลงขยะเป็นเพลงกะเหรี่ยง แปรรูปของเหลือใช้เป็นดนตรี วิถี “ลอแอะ”

บทความโดย: ณิชา เวชพานิช

เดินทางตามเสียงเพลงกะเหรี่ยง เพื่อเรียนรู้วิถีคนกับธรรมชาติ กับวงเยาวชนบนดอย ที่เก็บค่าเรียนดนตรีด้วยการเก็บขยะ

วงขยะลอแอะ // ขอบคุณภาพ: เก่อเส่ทู

เสียงดนตรีช่วยพาเราเดินทาง หลายคนคงเคยฟังเพลงเพื่อปลดตัวเองจากสภาพรอบข้างและปล่อยให้ใจเดินทางเข้าสู่อีกดินแดนหนึ่ง เช้าวันนี้เสียงเพลงโฟลค์ซองกะเหรี่ยงพาเราเดินทางไกลจากกรุงเทพฯ สู่หมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยขุนเขา

ปลายเดือนกันยายน บ้านหนองเต่า อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ หมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยงราว 120 ครัวเรือนกำลังเปล่งสีเขียวชอุ่ม ฤดูฝนเป็นฤดูที่ไร่หมุนเวียนกำลังผลิดอกออกผล มีพืชผักนานาชนิดให้เก็บกิน ข้าวโพด แตงกวา พริก เผือก ฟักทองฟักแก้ว ถั่ว ผักอีหลือ และอื่นๆ อีกมากมาย เช้าวันนี้เด็กๆ วง “ขยะลอแอะ” เลยสนุกกับการพาพี่ๆ จากโครงการ “Feel Trip” โครงการที่เปิดให้คนหลากวัยไปเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ลงพื้นที่ไร่หมุนเวียนเพื่อสำรวจผลผลิต แถมยังช่วยเป็นตัวแทนกินทุกอย่างแทนจนอิ่ม

แม้กายจะอยู่ไกล แต่บทเพลงช่วยพาเดินทางไปถึงบ้านหนองเต่า พวกเราชาวกรุงเทพฯ พากันล็อกอินเข้าโปรแกรมประชุมออนไลน์ Zoom เพื่อเรียนรู้เรื่องไร่หมุนเวียนจากไกด์ท้องถิ่น พร้อมกับฟังดนตรีของครูครุฑและเด็กๆ วงขยะน่ารัก

เพราะมนุษย์คือขยะ (น่ารัก)

ครูครุฑกับเตหน่า // ขอบคุณภาพ: เบญจลักษณ์ เด่นดวง

บนดอยสูง อาจจะไม่ได้มีเพียงธรรมชาติสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยสิ่งไม่สวยงามอย่างขยะ

เก่อเส่ทู (เจริญ ดินุ) ที่รู้จักกันในนาม “ครุฑ” เห็นความจริงข้อนั้นแล้วไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอะไร เขากลับมองว่าเป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้

ครุฑคือหลานของพะตีจอนิ โอ่โดเชา ปราชญ์กะเหรี่ยงอาวุโส เขาเป็นคนรุ่นถัดมาที่สืบทอดวัฒนธรรมปกาเกอะญอผ่านความคิดความเชื่อและทักษะความสามารถเล่นเครื่องดนตรีท้องถิ่นลักษณะคล้ายกีต้าร์ “เตหน่าโพ” นอกจากจะสนใจดนตรีแล้ว ครุฑยังใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม เขาสังเกตว่าหมู่บ้านตนและถนนที่เชื่อมต่อไปยังหมู่บ้านอื่นๆ เต็มไปด้วยขยะ จึงเริ่มต้นเก็บขยะด้วยตนเอง 

จนกระทั่งวันหนึ่ง ช่วงปีพ.ศ. 2559 เด็ก 2 คนในหมู่บ้านมาหาเขาเพื่อขอเรียนดนตรี เขาจึงได้สร้างข้อแลกเปลี่ยนกับเด็กๆ ขอเก็บค่าเล่าเรียนด้วยการเก็บขยะ

“ผมบอกพวกเขาว่า ตัวครูเองคือขยะ เรามักจะมองว่าธรรมชาติต้องสวยงามอย่างเดียว รังเกียจขยะว่าเป็นสิ่งไม่ดีที่ต้องเอาออกไป แต่พอคิดดูแล้ว จริงๆ แล้วผมก็ต้องกินต้องใช้ ธรรมชาติต่างๆ หลังจากผ่านให้ผมบริโภคแล้วก็กลายเป็นขยะ ดังนั้นหากไม่มีขยะ เราก็ไม่เติบโต ผมมองว่าขยะเป็นสิ่งน่ารัก มีชีวิต”

ด้วยความเชื่อที่จะเปลี่ยนวาทะ คำว่า “ขยะ” จากสิ่งสกปรกเป็นสิ่งน่ารัก เขาจึงเริ่มสอนเด็กๆ ในหมู่บ้านให้เก็บขยะ พร้อมๆ กับเล่นดนตรี แม้ผู้ปกครองจะไม่ไว้ใจ เพราะพาเด็กไปยุ่งกับสิ่งสกปรก แต่เมื่อเห็นเด็กๆ ได้ไปเล่นดนตรีออกงาน เห็นพัฒนาการ จึงเข้าใจว่าในสิ่งที่พวกเขาทำ

เด็กๆ ฝึกเล่นเตหน่า เครื่องดนตรีที่ครุฑลงประดิษฐ์เองทุกเครื่องจากขยะ โครงเครื่องทำจากไม้ซ้อง ที่เป็นไม้ล้มเอง อายุ 40-50 ปี ไม้เหล่านี้แปรียบเสมือนขยะของคนในหมู่บ้านเพราะเป็นไม้เนื้อแข็งปานกลางที่คนไม่นิยมเอาไปสร้างบ้านเพราะแข็งไม่พอ ทว่าเหมาะสมที่จะทำเป็นเครื่องดนตรีเพราะเสียงเพราะ น้ำหนักเบา อีกทั้งยังมีกลิ่นหอม ด้วยความเป็นไม้สมุนไพร ส่วนสายเครื่อง ซึ่งสมัยก่อนทำจากรากหญ้าที่ไม่ค่อยทนทาน ครุฑได้นำสายเบรกจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์  รวมไปถึงปี๊ปที่ถูกทิ้งมาดัดแปลง

จากเด็กเพียง 2 คน ห้องเรียนขยายและต้อนรับสมาชิกมากขึ้น จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่สี่นี้ มีนักเรียน 17 คน

พวกเขาเรียกตัวเองว่า “วงขยะลอแอะ” ลอแอะในภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น่ารัก        

โรงเรียนไร้รั้ว ของเด็กปกาเกอะญอ

วงขยะลอแอะกับภารกิจเก็บขยะ // ขอบคุณภาพ: เก่อเส่ทู

“ถ้าปกาเกอะญอเรียนแต่เรื่องราวภายนอก ไม่เรียนภายในด้วยก็จะขาดรากเหง้าที่เราเป็น”

ครุฑเล่าว่า ทุกวันนี้เด็กปกาเกอะญอไปเรียนโรงเรียนที่ส่วนใหญ่สอนวัฒนธรรมไทยกลาง ยังไม่มีโรงเรียนทางเลือกที่สอนวัฒนธรรมปกาเกอะญอเท่าไหร่ โรงเรียนขยะลอแอะในวันหยุดจึงเป็นโอกาสดีให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จักรากเหง้าตนเอง          

เพลงที่พวกเขาเรียนแต่งมาจาก “บทธา” บทกลอนคำสอนในภาษาปกาเกอะญอ ปกาเกอะญอมีบทธาหลากหลายบท ด้วยความเป็นสังคมมุขปาฐก (ผ่านการเล่า) สุภาษิตต่างๆ จึงเหมาะแก่การเล่าเป็นเพลง เนื้อหาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนกับธรรมชาติ เพลงที่วันนี้วงขยะลอแอะเล่นให้เพื่อนร่วมห้องเรียนที่กรุงเทพฯ ฟังผ่านโปรแกรมออนไลน์ มีเนื้อแปลว่า

“เราใช้ป่า เราต้องรักษาป่า เราใช้น้ำ เราก็ต้องรักษาน้ำ เราอยู่กับธรรมชาติก็ต้องรักษาธรรมชาติ ทำคนเดียวทำยาก แต่ถ้าพี่น้องช่วยกัน แม้แต่ยกภูเขา เราก็ทำได้”

เด็กๆ เล่นได้บ้าง เล่นไม่ได้บ้าง แต่ทุกคนหัวเราะและสนุกไปกับมัน ครูครุฑเล่าว่าได้ผสมผสานเพลงกับจังหวะใหม่ให้ทันสมัยขึ้น เพราะเด็กโตขึ้นมาคนละยุคกับคนรุ่นก่อน ไม่ได้ใช้ชีวิตในสมัยที่เพลงเก่าเขียน จึงอาจไม่รู้สึก ไม่เข้าถึง ไม่สุนทรีย์

เด็กๆ จึงได้เรียนรู้จักความเป็นปกาเกอะญอ ผ่านมุมมองยุคสมัยของเขาเอง

“เด็กแต่ละคนมีธรรมชาติในการเรียนรู้ของตนเอง เช่น เด็กบางคนไม่ชอบเล่นดนตรี แต่ชอบแซวเพื่อน แกล้งเพื่อน ก็ให้ลองร้องเพลง ผมจะให้เด็กสอนตัวเด็กเอง ค่อยเป็นค่อยไป เล่นเตหน่าไม่ได้ไม่เป็นไร พวกเราก็ไปออกงานต่างๆ ด้วยกัน”

ทุกวันเสาร์อาทิตย์ เด็กๆ จึงออกภารกิจไปเก็บขยะตอนเช้าบริเวณใกล้หมู่บ้าน ขวดแก้ว กระป๋องน้ำ ซองขนม รวมมาชั่งกิโลขาย หรือเอามาทำความสะอาดแล้วใช้ประโยชน์ต่อ เช่น ใช้ขวดสร้างเป็นกำแพงห้องน้ำของโรงเรียน จากนั้นจึงทานข้าวเที่ยง แล้วเริ่มเรียนเตหน่าตอนบ่าย

ห้องน้ำสร้างจากขยะ // ขอบคุณภาพ: เก่อเส่ทู

ครูครุฑเล่าว่า ตอนนี้โรงเรียนขยะลอแอะยังมีแต่เด็กผู้ชาย เพราะต้องออกนอกหมู่บ้านบ่อย ผู้ปกครองเลยยังเป็นห่วงเด็กผู้หญิง ล่าสุด วงเดินทางไป อ.จอมทอง เพื่อแสดงในงานวันอาหารโลก งานประจำปีเพื่อพูดถึงความสำคัญของกระบวนการผลิตอาหารและพันธุ์พืชท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ เขาตั้งใจจะหากิจกรรมแนวอื่นๆ มาทำเพิ่มในโรงเรียน ให้พื้นที่แห่งนี้คือพื้นที่การเรียนรู้ของทุกคน

ห้องเรียนวิถีคนกับธรรมชาติออนไลน์กับวงขยะลอแอะ / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช

ต้องขอบคุณเทคโนโลยี เช้าวันนี้ วงขยะลอแอะได้จัดการแสดงอีกครั้ง บนเวทีชานไม้ไผ่ ณ กระท่อมเล็กๆ ที่เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์แห่งไร่หมุนเวียนไว้สำหรับปลูกปีหน้า  ส่งบทเพลงถึงพวกเราชาวกรุงเทพฯ 

บทเพลงและบทเรียนเกี่ยวกับไร่หมุนเวียนนี้พาเราที่นั่งอยู่ในเมืองเชื่อมต่อกับธรรมชาติที่มีการหมุนเวียนผันเปลี่ยนอย่างน่าประหลาด เมล็ดพันธุ์รุ่นแล้วรุ่นเล่าเติบโต และส่งต่อสายพันธุ์สู่ชีวิตใหม่

ครูครุฑฝากไว้ว่า

“ผมก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง แค่เชื้อสายปกาเกอะญอ ผมในฐานะคนต้นน้ำจะดูแลธรรมชาติรอบบ้านผม ไม่ให้ขยะมันลงไปถึงปลายน้ำ ผมอยากทำให้ประเทศไทยน่ารัก” 

รับชมเพลงวงขยะลอแอะ (คลิ๊ก)

บน Youtube 

บน Soundcloud 

ติดตามวงขยะลอแอะได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : Lovely Garbage Band