รู้จัก มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ปลูกต้นไม้ในใจไม่เน้นปริมาณ ส่งต่ออากาศอันบริสุทธิ์ให้ลูกหลาน

งานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกำลังเป็นเป้าหมายสำคัญของ NGO หลายกลุ่มเพราะประเด็นนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของชาวโลกมากขึ้นเรื่อยๆ  หนึ่งในองค์กรที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมชั้นนำของไทย “มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์” เผยภารกิจปลูกต้นไม้ในใจ พลิกฟื้นป่าไทยให้ยั่งยืน

จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 30 ปีที่แล้วที่ประเทศไทยเหลือผืนป่าแค่ 25% มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย ดร.คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช ได้พลิกฟื้นผืนป่าเมืองไทยให้เพิ่มขึ้นจนกลายเป็น 31% จากการปลูกป่าอย่างไม่ลดละผ่านโครงการต่างๆ ของมูลนิธิฯ คุณหญิง กัลยา เผยว่า มูลนิธิฯ ยังคงเดินหน้าสานต่องานปลูกป่าในใจคนต่อไป เพื่อส่งต่อผืนป่าอันแสนอุดมสมบูรณ์ และอากาศอันแสนบริสุทธิ์ให้กับลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต

มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ มุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีผ่านกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม // ขอบคุณภาพจาก: มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์

มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์มีจุดเริ่มต้นมากจากความตั้งใจที่ปลูกต้นไม้ถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในมหามงคลวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ จึงกลายเป็นที่มาของ “โครงการราชพฤกษ์” และชื่อของมูลนิธิที่ดำเนินงานตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ในการที่จะดำรงไว้ซึ่งผืนป่าเพื่อคนไทยมานานถึง 30 ปีแล้ว

คุณหญิง กัลยา เผยว่า สาเหตุที่มูลนิธิฯ ยังคงมุ่งมั่นปลูกป่าต่อไป นั่นคือความหวังที่จะสร้างความชอุ่มในแผ่นดิน และทำให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน

“สิ่งที่เราทำได้คือ มีคนตัดไม้หนึ่งหมื่นคนใช่ไหม แต่เรามีคน 70 ล้านคนนะ ขอแค่ปลูกต้นไม้คนละต้นได้ไหม พวกคนตัดไม้เขาจะตัดได้มากเท่าไรกัน เราก็เลยพยายามรณรงค์ให้ทุกคน เด็ก ผู้ใหญ่ คนรวย คนจน มาปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับแผ่นดิน เพราะผลลัพธ์เราจะได้รับอย่างเท่าเทียมกันจริงๆ ทั้งคนรวย คนจน” ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ กล่าว

นอกจากการปลูกต้นไม้ให้ได้จำนวนมาก เธอกล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของมูลนิธิฯ ยังอยู่ที่การสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างคนไทยกับทรัพยากรธรรมชาติ เริ่มจากการผลักดันผ่านกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้าถึงง่ายและทำแล้วสนุก

“ถึงแม้ว่ามูลนิธิฯ จะก่อตั้งมานานถึง 3 ทศวรรษ แต่งานของมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์คล้ายกับ NGO รุ่นใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตาในระดับโลก เช่น Grow-Trees.com ที่ปลูกต้นไม้ในอินเดียถึง 3.9 ล้านต้น ช่วยฟื้นคืนผืนป่าที่เป็นบ้านของสัตว์หายากและลดการปล่อยคาร์บอนได้เกือบ 80 ล้านกิโลกรัม” เธอกล่าว

“การปลูกป่าจึงต้องมีแรงจูงใจ Grow-Trees.com จึงสร้างการผลักดันให้คนปลูกป่าด้วยการจับมือคนเมืองกับคนอยู่ในป่า โดยทำให้การปลูกป่าเป็นการมอบของขวัญอย่างหนึ่งในคนที่คุณรัก ทุกครั้งที่พวกเขามอบต้นไม้เป็นของขวัญก็จะมอบเงินบริจาค 85 รูปี เป็นค่าบริการในการปลูกต้นไม้หนึ่งต้นแล้วเงินนั้นจะผันมาให้คนปลูกป่าได้มีแรงใจได้สร้างผืนป่าไปเรื่อยๆ”

ดังนั้น เธอกล่าวว่า อีกหนึ่งในโครงการของมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ที่ได้ริเริ่มก็คือ “โครงการฟื้นฟูบ้านเกิดเมืองนอน” ที่สร้างงานให้กับคนชนบทที่ยากไร้ ด้วยการรับจ้างปลูกและดูแลต้นไม้ยืนต้นในพื้นที่เสื่อมโทรม ที่รกร้างว่างเปล่า ที่สาธารณะหรือป่าเสื่อมโทรม โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องปลูกและดูแลต้นไม้บนพื้นที่ 10 ไร่ หรือ 1,000 ต้นต่อแปลงอย่างต่อเนื่อง

และเมื่อปลูกแล้วต้องไม่ปล่อยปละละเลย เพราะต้องมีการดูแลปลูกซ่อมหลังจากการปลูกแล้วเสร็จเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยอัตรารอดตายของต้นไม้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับค่าตอบแทนครอบครัวละ 1,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเป็นค่าเล่าเรียนให้กับบุตร

เธอย้ำว่า บทบาทขององค์กรภาคเอกชนในยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่การอนุรักษ์แบบเน้นปริมาณ แต่เน้นที่การสานต่อภารกิจที่ไม่ขาดช่วง โดยเริ่มปลูกฝังแนวคิดการอนุรักษ์ที่ทำได้จริงและทำแล้วเพลิดเพลิน ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าพวกเขาได้อะไรจากการปลูกต้นไม้ มันคือความยั่งยืนที่จับต้องได้ผ่านโครงการที่ชาญฉลาด สามารถโยงใยการอนุรักษ์และวิถีชีวิตเข้าด้วยกัน

“นอกจากปลูกป่าบนพื้น ให้เขามีอากาศที่บริสุทธิ์ ให้สัตว์ป่ามีที่อยู่อาศัย เรายังได้ปลูกต้นไม้ในใจคน มันคือการให้ชีวิตที่ต่อชีวิตออกไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นทั้งหมด แล้วจะไม่ให้มีความสุขได้อย่างไร” คุณหญิง กัลยา ปิดท้าย