ฝ่าวิกฤตพลาสติก: แค่โร้ดแมปไม่พอ ย้ำไทยต้องออกกฎหมายแก้ปัญหาขยะพลาสติกทั้งวงจร

นักวิชาการ ภาครัฐ – ประชาสังคม ล้อมวงถกทางออกวิกฤติขยะพลาสติกหลัง COVID-19 อย่างยั่งยืน นักวิชาการชี้ รัฐควรเร่งผลักดัน Roadmap จัดการขยะให้เป็นกฎหมาย มุ่งสร้างจิตสำนักแก้ปัญหาร่วมกัน โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นเครื่องมือ

นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ภาครัฐ 5 ท่าน ได้แก่พิชามญชุ์ รักรอด กรีนพีช ประเทศไทย, วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย, สุจิตรา วาสนาดำรงดี สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วานิช สาวาโย กรมควบคุมมลพิษ, เพชร มโนปวิตร ผู้ร่วมก่อตั้ง ReReef ร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์ขยะพลาสติกหลัง COVID-19 และ Roadmap สู่การจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน ณ SEA Junction ห้อง 408 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

บรรยากาศเวทีเวทีเสวนา Dialogue Forum ครั้งที่ 5 : ขยะพลาสติกหลัง COVID-19 และ Roadmap สู่การจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน // ขอบคุณภาพจาก: Bangkok Tribune News

พิชามญชุ์ รักรอด กรีนพีช ประเทศไทย เปิดเผยว่า เกือบครึ่งหนึ่งของขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นทั่วโลก คือบรรจุภัณฑ์พลาสติก โดยจากการจัดกิจกรรมสำรวจแบรนด์จากขยะพลาสติก (Brand Audit) โดยกรีนพีช  ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ สงขลา และชบุรี พบว่า ขยะพลาสติกชนิดบรรจุภัณฑ์อาหาร มีปริมาณมากที่สุด เยอะกว่าขยะพลาสติกชนิดอื่นๆ ขณะที่อัตราการผลิตพลาสติกในประเทศไทยมีปริมาณการผลิตบรรจุภัณฑ์มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์

บรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ปนเปื้อนเศษอาหารที่ไม่มีการคัดแยกขยะ // ขอบคุณภาพจาก: © Baramee Temboonkiat Greenpeace
จำนวนขยะพลาสติก ประเภทบรรจุภัณฑ์อาหาร เป็นอันดับหนึ่ง หลังจากสำรวจแบรนด์จากขยะพลาสติก Brand Audit พื้นที่เชียงใหม่ // ขอบคุณภาพจาก: Greenpeace

“ปัญหาขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Plastic) ถึงขั้นวิกฤตแล้ว มาตราการภาครัฐ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก ควรเร่งออกเป็นกฎหมาย เพราะเห็นได้ชัดว่าการขอความร่วมมือยังไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น” พิชามญชุ์ กล่าว

เธอย้ำว่า การจัดการวิกฤตมลพิษขยะพลาสติก ต้องคำนึงถึงบทบาทตั้งแต่ภาคผู้ผลิต ’ต้นน้ำ’ จนถึง ผู้บริโภค ‘ปลายน้ำ’ ผู้ผลิตควรลดการใช้พลาสติกครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single Use Plastic) ปรับเปลี่ยนเป็นระบบใช้ซ้ำ ‘Reuse’ การใช้บรรจุภัณฑ์​เดิมที่มีอยู่ ‘Refile’ นำบรรจุภัณฑ์เติมซ้ำ และพร้อมทั้งรณรงค์ผู้บริโภคเพื่อลดขยะพลาสติก

“การใช้พลาสติกชีวภาพ ไม่ใช่หนทางการแก้ไขปัญหา หากขยะพลาสติกไม่ว่าชนิดใดหลุดลอด ก็ส่งผลต่อระบบนิเวศทั้งสิ้น หากพฤติกรรมใช้สิ่งของอย่างทิ้งขว้าง (Throwaway Culture) พฤติกรรมการทิ้งนั้นทำให้ขยะยังคงอยู่สิ่งนั้นก็จะกลายเป็นปัญหาใหม่” เธอทิ้งท้าย

ด้าน สุจิตรา วาสนาดำรงดี สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า อาศัยการเปลี่ยนแปลง 3 ส่วนไปพร้อมกัน ได้แก่ กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย, เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ และมาตราการทางสังคมอย่างไรก็ตาม บรรทัดฐานกฎหมายไทยในปัจจุบัน การจัดการขยะเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นจัดการด้วยวิธี “เก็บ ขน กำจัด” เพียงอย่างเดียว ขยะจึงยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ไม่ตกของสังคมไทย

“การแก้ปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องออกแบบกฎหมายเพื่อสร้างบรรทัดฐานทางสังคมให้เรื่องขยะเป็นหน้าที่ของทุกคน รวมถึงต้องนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งมุ่งเน้นเอาทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจนครบเกิดเป็นวงจร” สุจิตรา กล่าว

“นอกจากนี้เรายังจำเป็นต้องสร้างจิตสำนึกในการแก้ปัญหาขยะร่วมกัน เคยคุยกับคุณครูคนหนึ่ง เขาเผยว่าปัญหานี้ต้องแก้ที่ภาคผู้ผลิตซึ่งเป็นต้นทางก่อปัญหาขยะ ในขณะที่พอไปคุยกับผู้ประกอบการ เขาก็บอกว่าต้องไปแก้ที่จิตสำนึก ทุกคนนั้นชี้ปัญหาออกไปจากตนเองแต่ไม่ได้บอกว่าต้องแก้ที่ฉัน นี้คือเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนจะต้องช่วยกัน” 

แนวคิดการบริหารจัดการขยะเพื่อเสนอเป็นร่างกฎหมาย ของคุณสุจิตรา วาสนาดำรงดี สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย // ขอบคุณภาพจาก: สุจิตรา วาสนาดำรงดี

เธอเสนอว่า สิ่งที่ควรเสนอเป็นแนวทางกฎหมายควรเน้นการลดของเสียของโรงงานอุตสาหกรรม Reduce ก่อนนำไปสู่กระบวนการแปรสภาพกลับมาใช้อีกครั้ง Recyccle ขณะที่ความสำคัญความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility) การส่งเสริมให้ผู้ผลิตลดมลพิษและทรัพยากรที่ต้องใช้ตลอดอายุของผลิตภัณฑ์

“เราควรแก้ปัญหาเก่าทำอย่างไรเรื่องขยะ ไม่ให้เป็นเพียงบทบาทขององค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว และต้องส่งเสริมให้ผู้ผลิตพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ (Circular Economy) เพื่อช่วยจัดระบบและแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้จัดจำหน่ายและอปท. ส่วนการแบนขยะพลาสติกเป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทดแทนพลาสติก” เธอทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ (30 กันยายน 2563) จากการรายงานของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-ประเทศไทย วราวุธรมว.ทสวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า “ทางภาครัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาขยะพลาสติกเป็นอย่างมาก โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573”

ส่วนทางด้านคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า GC จะร่วมผลิตบรรจุภัณฑ์ที่พลาสติกชีวภาพสลายตัวได้ (Compostable Bioplastic) เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร

ทั้งนี้ช่วงสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ประเทศพบวิกฤติปัญหาขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 15 หรือจากเดิม 5,500 ตันต่อวัน เป็น 6,300 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางภาครัฐควรพูดถึงนโยบายที่สำคัญ ในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการร่วมมือแก้ไขปัญหาจริงจรัง และต้องเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สไลด์เวทีเสวนาทั้งหมด และไลฟ์สด