ไม่ถอนอาชญาบัตร ไม่ถอย คนจันทร์ค้านไม่รับ “โชคเหมืองทอง” 

“โชคเหมืองทอง” หล่นทับ แต่ขอไม่รับ ชาวจันทบุรี 160,000 คนค้านการเปิดเหมืองทอง ส่งตัวแทน 11 คันรถ บุกกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้การขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจครั้งนี้ไม่ชอบมาพากล ทำผิดกฎหมายแร่ ทำลายเศรษฐกิจแสนล้าน เสี่ยงปนเปื้อนโครงข่ายน้ำภาคตะวันออกถึงอีอีซี แกนนำประกาศให้มันจบในเดือนตุลา หากไม่ เจอกันทำเนียบเดือนหน้า

ชาวแก่งหางแมวเดินทางมายื่นหนังสือคัดค้าน 8 ตุลาคม 2563 / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช

8 ตุลาคม พ.ศ.2563 ชาวบ้านอำเภอแก่งหางแมว จ.จันทบุรี ร่วม 500 คนเดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการขออาชญาบัตรพิเศษแร่ทองคำ 14,650 ไร่ ของบริษัทริชภูมิ ไมนิ่ง บริษัทลูก “อัครา-คิงส์เกต” โจทก์เก่าเหมืองทองพิจิตร ณ กระทรวงอุตสาหกรรม กรุงเทพฯ

สืบเนื่องมาจาก เมื่อ 27 สิงหาคม ปีนี้  มีการติดประกาศแจ้งให้ชุมชนทราบเกี่ยวกับการขออาชญาบัตรพิเศษแร่ทองคำ เพื่อขอสำรวจพื้นที่ว่าบริเวณไหนมีแร่ทองและคุ้มกับการลงทุนหรือไม่ เป็นเหตุให้ตลอดช่วงเดือนกันยายน ชาวจันทบุรีได้รวบรวมรายชื่อคัดค้านกว่า 160,000 ชื่อ ส่งไปที่อุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตรวจสอบ

ในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ ตัวแทนได้ยื่นหนังสือ ถึงประธานคณะกรรมการแร่ (ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม) เพื่อคัดค้านการยื่นขออาชญาบัตรพิเศษ 

“ตอนนี้เรื่องยังอยู่ในขั้นตอนขออาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจพื้นที่เท่านั้น เมื่อสำรวจเสร็จแล้ว จะขอประทานบัตรดำเนินกิจการ บริษัทฯ จะต้องเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน หากชาวบ้านไม่เห็นด้วย ก็ต้องยกเลิก แต่หากมีหลากความเห็น จะต้องมีการจัดทำประชามติเพื่อความชัดเจน”

วิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ตัวแทนรับหนังสือ ชี้แจง 

อย่างไรก็ตาม อินทิรา มานะกุล รองประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) อ.แก่งหางแมว ตั้งข้อสังเกตว่า การขออาชญาบัตรเป็นเสมือนประตูสู่การขอประทานบัตรในอนาคต กิจกรรมเหมืองจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหลายประการและทำลายคุณค่ามิติอื่นๆ ของจันทบุรี ขัดแย้งกับแผนพัฒนาจังหวัด “จันทบุรีเมืองเกษตรปลอดภัย เศรษฐกิจมูลค่าสูง สังคมมีสุขบนวิถีพอเพียง” ซึ่งพัฒนาเศรษฐกิจมิติการเกษตร อัญมณี การท่องเที่ยว และการค้าชายแดน สร้างรายได้บนดินสูงถึง 160,000 ล้านบาท

นอกจากนั้น พื้นที่สำรวจแร่  14,650 ไร่ ยังเป็นปอดของภาคตะวันออก เนื่องจากติดอยู่กับป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งเป็นป่าผืนใหญ่สุดท้ายของภาค ประกอบด้วยเขตอนุรักษ์หลายแห่ง และยังเป็น “ต้นน้ำ” แหล่งน้ำต้นทุนของจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง เห็นได้จากโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง ความจุร่วม 300 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อรองรับน้ำจากแม่น้ำสายสำคัญ “คลองวังโตนด”  ผันนำส่งไปอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง กระจายส่งเข้าเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC

การทำเหมืองทองต้องใช้สารเคมีอันตรายหลายชนิดในการแต่งแร่ เช่น ไซยาไนด์ เพราะฉะนั้นหากมีการรั่วไหล จะกระทบทั้งเกษตรกรรมในพื้นที่ และเสี่ยงปนเปื้อนสารพิษสู่แหล่งน้ำจังหวัดรอบข้าง

แผนที่แสดงตำแหน่งพื้นที่ขออาชญาบัตรพิเศษเหมืองทองจันทบุรีและความเสี่ยงสารเคมีปนเปื้อนลงแหล่งน้ำที่ผันสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC นอกจากนั้นพื้นที่ทำเหมืองยังซ้อนทับกับพื้นที่ชุมชน  อ้างอิงจากแผนที่กรมชลประทานและระบบภูมิสารสนเทศอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช

“เราเรียกร้องให้ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ไปจัดการปัญหาจากเหมืองทองที่พิษณุโลก พิจิตร และเลย เสียก่อน”

ด้าน สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw)  ชี้ว่า การขออาชญาบัตรฯ ครั้งนี้ยังไม่ชอบมาพากลทางกฎหมาย แสดงให้เห็นช่องโหว่ของกิจการเหมืองแร่ในไทย 

“ประเทศไทยพบแร่ใต้ดินในหลายพื้นที่ แต่ไม่ใช่ว่าเราต้องขุดขึ้นมาใช้ตอนนี้ทุกที่ จึงต้องมีการศึกษาข้อมูลประกอบการพิจารณาพื้นที่ในด้านต่างๆ เช่น ประเมินคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ขีดจำกัดและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพประชาชน ทว่าทุกวันนี้ กรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่เปิดให้เอกชนสามารถยื่นขออาชญาบัตรสำรวจพื้นที่ได้โดยที่ยังไม่มีการกำหนดเขตแหล่งแร่”

ทั้งนี้ กลุ่มคนจันทร์ไม่เอาเหมืองทองจึงได้ยื่นหนังสืออีกฉบับแยกออกมา ทักท้วงถึงประเด็นดังกล่าว เรียนถึงพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ

ทิวา แตงอ่อน แกนนำนักปกป้องสิ่งแวดล้อม เครือข่ายปกป้องผืนป่าตะวันออก ประกาศว่า ต้องการให้การเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย 

“เราขอให้เวลากรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม หากไม่ถอนอาชญาบัตรพิเศษเหมืองทอง เราจะไม่ถอย คนจันทร์ทั้งจังหวัดจะเดินทางไปทำเนียบฯ  ไม่ชนะ ไม่กลับบ้าน”

หลังจากเขายื่นคำขาด อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้รับปากว่าจะนำข้อร้องเรียนต่างๆ ไปพิจารณาและจะไม่มีการอนุมัติอาชญาบัตรเหมืองทองแก่งหางแมวภายในเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่ชาวบ้านทิ้งท้ายว่า ไม่ต้องการให้เป็นแค่การซื้อเวลา

อ่างเก็บน้ำคลองพวาใหญ่อยู่ในขั้นก่อสร้าง พื้นที่ขออาชญาบัตรสำรวจเหมืองทองจะคร่อมทับอ่าง / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช