ผุดโรงไฟฟ้าขยะที่ทุ่งบางบาล หวังแก้ปัญหาขยะล้นกรุงเก่า พร้อมผลิตไฟฟ้า 6.5 เมกกะวัตต์

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อบจ.พระนครศรีอยุธยา) ร่วมกับ บริษัท เอ็นคอม เวสท์ ทู เอเนอร์จี้ (พระนครศรีอยุธยา) จำกัด ประกาศตัวเป็นต้นแบบนำร่องการกำจัดขยะแบบครบวงจร ผุดโรงไฟฟ้าขยะขนาด 6.5 เมกกะวัตต์ ที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา หวังแก้ปัญหาขยะมูลฝอย

เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2563 นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา สมทรง พันธ์เจริญวรกุล ในฐานะตัวแทนภาครัฐ ร่วมลงนามในสัญญาให้เอกชนร่วมทุนโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นคอม เวสท์ ทู เอเนอร์จี้ (พระนครศรีอยุธยา) จำกัด (ECW) พลเอก หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคคล ให้เป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการระบบกำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร และสร้างโรงไฟฟ้า ขนาด 6.5 เมกะวัตต์  เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงจากขยะมูลฝอยในคลัสเตอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา

ผู้บริหาร
นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา สมทรง พันธ์เจริญวรกุล ร่วมลงนามในสัญญาให้เอกชนร่วมทุนโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับบริษัท เอ็นคอม เวสท์ ทู เอเนอร์จี้ (พระนครศรีอยุธยา) จำกัด

จากสัญญาดังกล่าวบริษัท เอ็นคอม เวสท์ ทู เอเนอร์จี้ จะเป็นผู้ลงทุนในกระบวนการจัดการเชื้อเพลิงขยะที่รับจาก อบจ.พระนครศรีอยุธยา แล้วนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า หรือ Refuse Derived Fuel (RDF) โดยจะมีกำลังในการกำจัดขยะวันละประมาณ 300 ตัน

โครงการดังกล่าวจะก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอยโดยใช้เทคโนโลยีผลิตเชื้อเพลิงขยะแบบเชิงกลและชีวภาพ (MechanicalBiological Treatment : MBT) ร่วมกับเทคโนโลยีเตาเผาขยะชุมชนและผลิตพลังงานไฟฟ้า (Stoker-Type Incinerator) ในโครงการ บนที่ดินราชพัสดุ ขนาดพื้นที่ 73 ไร่ 2 งาน ณ ต.มหาพราหมณ์ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา

นายอบีนาช มาจี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส (EEP) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท ECW เปิดเผยว่าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย ณ ศูนย์จัดการขยะต้นแบบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้เงินลงทุนในโครงการประมาณ 990 ล้านบาท มีแหล่งรายได้จากค่ากำจัดขยะรับจาก อบจ.พระนครศรีอยุธยา อัตราตันละ 200 บาท และรายได้จากการขายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

“การที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินโครงการนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนหลายด้าน เช่น ส่งเสริมให้การจัดการขยะชุมชนเป็นไปอย่างเหมาะสมโดยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยลดปัญหาขยะล้นเมือง ส่งเสริมให้มีการผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงรูปแบบทางเลือก เป็นตัวอย่างของรูปแบบทางเลือกการลงทุนที่เหมาะสม” อบีนาช กล่าว

ผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย บริษัท EEP รัฐพล ลี้สกุล กล่าวเสริมว่า โรงไฟฟ้าพลังงานขยะแห่งใหม่นี้จะใช้เทคโนโลยี MBT ในการช่วยจัดการย่อยสลายกากอินทรีย์ในขยะให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยขยะจะถูกหมักเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ เพื่อให้ขยะอินทรีย์เช่น เศษอาหาร ย่อยสลาย จากนั้นจึงแยกเอาขยะที่เหลืออัดเป็นก้อนเชื้อเพลิงขยะ และนำไปเผาเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อไป โดยกากจากการย่อยสลายขยะอินทรีย์จะถูกนำไปผสมเป็นปุ๋ยสำหรับปลูกต้นไม้ต่อไป

“โครงการของเราจะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการป้องกันมลพิษจากการเผาเชื้อเพลิงขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยรับรองได้ว่าจะไม่มีมลพิษฝุ่น PM2.5 จากการดำเนินโครงการ นอกจากนี้โครงการของเรายังมีการบำบัดน้ำเสียจากขยะจนสามารถนำกลับมาใช้ในโครงการได้ใหม่ และมั่นใจได้ว่าจะไม่มีน้ำเสียปนเปื้อนถูกปล่อยออกจากโครงการอย่างแน่นอน” รัฐพล กล่าว

ขยะ
สภาพปัญหาขยะมูลฝอยสะสมใน จ.พระนครศรีอยุธยา

แม้ว่าพื้นที่โครงการจะตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม แต่เขายังยืนยันว่า ได้มีการปรับพื้นที่โครงการให้สูงขึ้นเรียบร้อยแล้ว และยังมีการก่อสร้างกำแพงกั้นน้ำบริเวณทิศเหนือของโครงการ อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวไม่มีประวัติถูกน้ำท่วมมากว่า 20 ปีแล้ว ดังนั้นจะไม่เกิดเหตุน้ำท่วมโรงไฟฟ้าแน่นอน

“ขณะนี้โครงการได้มีการยื่น COP เพื่อเตรียมทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าโครงการจะสร้างเสร็จและดำเนินการจ่ายไฟได้ภายในปี พ.ศ.2565” เขากล่าวยืนยัน