‘ชุมชนบึงบางซื่อ’อดีตชุมชนแออัดสู่ชุมชนต้นแบบ รวมกลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคง ภาคเอกชน-รัฐสนับสนุน

‘ชุมชนบึงบางซื่อ’พลิกชีวิตชุมชนแออัดสู่ชุมชนต้นแบบ รวมกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์บ้านมั่นคงซื้อบ้านใหม่ โดยทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือสนับสนุน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 14.00 น. รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี แถลงเปิดงานมอบ “บ้านใหม่” ให้ชุมชนบึงบางซื่อ ตามโครงการสานพลังประชารัฐ  โดยมีนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร่วมทำพิธีมอบบ้านใหม่ พร้อมทะเบียนบ้าน สาธารณูปโภค เช่น ประปา และไฟฟ้า ให้ตัวแทนชุมชนบ้านบึงบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า 150 ครัวเรือน 

พิธีมอบบ้านใหม่ให้ชุมชนบึงบางซื่อ //ขอบคุณภาพจาก: SCG

จำปี ฟุ้งสร้อยระยะ ชุมชนบึงบางซื่อ อธิบายว่า โดยตนนั้นเป็นลูก บิดาทำงานให้กับบริษัทเอสซีจี ในตำแหน่งยามอาศัยพื้นที่ บ้านบึงบางซื่อตั้งแต่วัยเยาว์ ที่อยู่อาศัยไม่มีเลขที่ทะเบียบบ้าน ทะเบียบบ้านชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถขอสาธารณูปโภค น้ำและไฟมาใช้เองได้ บ้านตนนั้นไปขอต่อจากบ้านหลังอื่นมา ภายหลังได้ขอทะเบียนบ้านได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่บริษัท เอสซีจี ความเดือดร้อนของชุมชนคือไม่ได้มีเอกสารทะเบียนบ้าน ลำบาต่อการดำเนินงานภายนอก

“ก่อนหน้านี้มีการไล่ชุมชนออกจากพื้นที่ เราเองก็การศึกษาน้อย ลูกไม่ค่อยประสบความสำเร็จการทำงาน ไม่มีเงินซื้อบ้านเอง จนกระทั่งโครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ บริษัทเอสซีจีเข้าร่วมเกิดการร่วมมือจากภาครัฐเข้ามาสนับสนุนชุมชน ตั้งคณะกรรมการเพื่อเก็บเงิน 2,000-3,000 ต่อเดือน เล่มสมุดเขียวการออม ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ ออมไป 10% ประมาณ 2 ปี 300,000 กว่าบาท ”

ส่วนรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า บึงบางซื่อเคยเป็นแหล่งวัตถุดิบผลิตปูนซีเมนต์ของเอสซีจี มีพื้นที่ 61 ไร่ บริเวณพื้นที่ขอบบึงทำเพิงพักให้คนงาน ภายหลังการขยายตัวชุมชนเพิ่มขึ้น ทำให้มีสภาพความเป็นอยู่แออัด ในปี 2559 เอสซีจีจึงร่วมกับภาครัฐเอกชน และชุมชน ดำเนินโครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนก่อนที่จะมอบที่ดินผืนนี้ให้กรมธนารักษ์ดูแล เพื่อเป็นหลักประกันให้กับชุมชน

“หัวใจความสำเร็จของโครงการนี้ คือ ชุมชนได้มีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ 1) การยืนยันสิทธิ์ร่วมโครงการเพื่อความเสมอภาคและเป็นธรรม 2) สร้างวินัยการออม สะสมเงินเพื่อเป็นเจ้าของบ้าน 3) ร่วมกันคิดและออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต 4) กำหนดกฎกติกาการอยู่ร่วมกัน 5) ร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมและความสะอาดของชุมชน ซึ่งผลจากการมีส่วนร่วมทำให้คนในชุมชนปรับเปลี่ยนทัศนคติ มีความเอื้ออาทร ทำเพื่อส่วนรวม เป็นชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งเอสซีจีเชื่อมั่นว่า ชุมชนมีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนเกษตรอินทรีย์กลางกรุง ดูแลบึงน้ำให้สะอาด สวยงาม รวมถึงเป็นศูนย์เรียนรู้สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่น ๆ ในอนาคต” รุ่งโรจน์ กล่าว

บ้านทาวเฮ้าส์ 2 ชั้น ชุมชนบ้านบึงบางซื่อ //ขอบคุณภาพจาก: SCG

ด้านประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อธิบายถึง โครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อใช้เวลาดำเนินการแล้วกว่า 4 ปี โดยตนเคยมาสำรวจเมื่อปี 2559 เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประสบความสำเร็จ รัฐบาลให้ความสำคัญในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้ประชาชน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบคลองอื่นในกรุงเทพฯ คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร และคลองอื่นๆที่เหมาะสม เนื่องจากกรุงเทพฯมีคลองเกือบ 200 คลอง จึงจะขอให้ค่อยๆดำเนินงานไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสำเร็จอย่างรวดเร็วได้ก็ด้วยปัจจัย 2 ประการ 1) รายได้งบประมาณ และ2) ความร่วมมือร่วมใจไม่ขัดแย้งกัน

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความฝันของพี่น้องชุมชนบึงบางซื่อเป็นจริง ที่ได้มีบ้านใหม่ที่มั่นคง ปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี ได้รับทะเบียนบ้าน ทำให้สามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐาน และระบบการบริการที่ภาครัฐจัดสรรไว้ให้อย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายไว้อย่างชัดเจน ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ มีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคง” ประยุทธ์ กล่าว