‘สมาคมซาเล้ง’ ร้องรมว.ทส. ยืนยันมติห้ามนำเข้า ‘ขยะพลาสติก’ หวั่นซ้ำเติมปัญหาขยะไทย

สมาคมซาเล้ง ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคม 65 องค์กร แถลงการณ์คัดค้านนำเข้าเศษพลาสติก ร้องรมว.ทส.ยืนยันมติเดิมห้ามนำเข้าเศษพลาสติก เพราะอาจทำให้ปัญหาขยะในประเทศยิ่งรุนแรงขึ้น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2563 สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า นำโดย บุญยิ่ง สุวิบุญ ที่ปรึกษาสมาคมซาเล้ง และตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคม 65 องค์กร ออกแถลงการณ์และเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องต่อรมว.ทส.วราวุธ ศิลปอาชา  ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องมาตรการห้าม และควบคุมการนำเข้าเศษพลาสติกและการพัฒนาระบบคัดแยกขยะในประเทศให้ได้คุณภาพดีขึ้น โดยมีข้อเรียกร้อง 8 ข้อ และ 3 ข้อเสนอ อ่านจดหมายฉบับเต็ม

ขยะพลาสติก
สมาคมซาเล้งตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคม 65 องค์กร / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / จรัสรวี ไชยธรรม

โดยเมื่อ เวลา 10.00 น. อัครพล ตีบไธสง เจ้าหน้าที่เทคนิคและวิจัย ตัวแทนภาคประชาชนเป็นผู้มอบหนังสือถึง นิศากร งิ้วจิตร หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี, วานิช สาวาโย ผู้อำนวยการส่วนลดและการใช้ประโยชน์ของเสีย สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย ตัวแทนรมว.ทส.รับหนังสือ และประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) อธิบายความคืบหน้าการดำเนินงาน

บุญยิ่ง สุวิบุญ ที่ปรึกษาสมาคมซาเล้ง กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้อง 8 ข้อ และ 3 ข้อเสนอ เรื่องใบอนุญาตนำเข้าเศษพลาสติกจะสิ้นสุดในวันที่ (30 กันยายน) นี้ อยากจะให้ยืนยันตามมติเดิมที่ห้ามนำเข้าเศษพลาสติก เพราะกังวลว่าการนำเข้าเศษพลาสติกจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภายหน้า

ด้วยเหตุนี้ บุญยิ่ง กล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาสังคมมีความห่วงใยต่อประเด็นดังกล่าวที่อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการแก้ปัญหาขยะในประเทศภายหน้า จึงได้รวมตัวเพื่อแสดงออกความคิดเห็นเพื่อนำเสนอข้อคิดเห็นและข้อเรียกร้องต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ให้ “ยืนยันมติเดิม” ของคณะอนุกรรมการฯ เมื่อปี 2561 ที่ “กำหนดให้ประเทศไทยยกเลิกการนำเข้าขยะหรือเศษพลาสติกและซากอิเล็กทรอนิกส์ 100% ภายในปี 2563”

สืบเนื่องเมื่อวันที่ (15 สิงหาคม พ.ศ.2561) คณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ มติหารือให้ยกเลิกการนำเข้าเศษพลาสติกภายใน 2 ปี โดยระยะเวลาดังกล่าวกำหนดให้ปีที่ 1 นำเข้าน้ำหนักไม่เกิน 70,000 ตัน แบ่งเป็นพลาสติก PET 50,000 ตัน และ พลาสติกชนิดอื่น 20,000 ตัน ใช้เศษพลาสติกภายในประเทศร่วมด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ปีที่2 นำเข้าน้ำหนักไม่เกิน 40,000 ตัน ใช้ร่วมด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และปีที่ 3 ห้ามนำเข้าพลาสติก ทว่าใบอนุญาตจะสิ้นสุดในวันที่ (30 กันยายน) นี้

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยังคงพยายามนำเข้าพลาสติก อ้างว่าวัตถุดิบในประเทศไม่เพียงพอ คุณภาพต่ำ และมีการปนเปื้อนสูง ทว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) สนับสนุนเหตุผลดังกล่าว ทำให้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ให้กรอ.สำรวจความต้องการของโรงงานและนำเสนอข้อมูลว่าผู้ประกอบการต้องการใช้จริงเท่าไหร่ ประเภทใดบ้าง และจำเป็นต้องนำเข้าเท่าไหร่ เพื่อประกอบการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในวันที่ (11 กันยายน) นี้

ด้าน อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประลอง ดำรงค์ไทย เปิดเผยว่า ทางด้านนโยบายของรัฐมนตรีไม่ได้ต้องการให้มีการนำเข้าเศษพลาสติก ทางกระทรวงฯจะไม่นำเข้าถุงพลาสติก แต่จะนำเข้าเม็ดพลาสติกซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า เพราะกรมโรงงานอุตสาหกรรมยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องนำเข้า ซึ่งได้เสนอให้สำรวจความจำเป็นว่ามีจำนวนเท่าไร

ภาคประชาชน
ตัวแทนภาคประชาชนมอบหนังสือถึงตัวแทนรมว.ทส. // ขอบคุณภาพจาก: มูลนิธิบูรณะนิเวศ

“คนไทยพร้อมคัดแยกได้ส่วนหนึ่ง ทำอย่างไรให้ประชาชนช่วยกันคัดแยกขยะ ให้เศษพลาสติกมีความสะอาดมากขึ้น ส่งผลให้พลาสติกขายได้ราคาดีขึ้น เป็นสิ่งที่ทางกระทรวงฯอยากให้เป็นมากที่สุด” ประลอง กล่าว

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายภาคประชาสังคม 65 องค์กรแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านทางสื่อโซเชียลออนไลน์ #ยกเลิกการนำเข้าขยะหรือเศษพลาสติกและซากอิเล็กทรอนิกส์ แต่กรมโรงงานอุตสาหกรรเดินหน้าสำรวจความต้องการของโรงงาน เสนอมติการนำเข้าขยะพลาสติกและนำเสนอข้อมูลว่าผู้ประกอบการต้องการใช้จริงเท่าไหร่ ประเภทใดบ้าง และจำเป็นต้องนำเข้าเท่าไหร่ เพื่อประกอบการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในวันที่ (11 กันยายน) นี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง