ภาคธุรกิจร่วมเครือข่ายฯ พัฒนาแอปฯ‘ปลูกป่า’ หวังเพิ่มพื้นที่ป่าลดโลกร้อน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายฯ พัฒนาแอปพลิเคชัน Care the Wild แพลตฟอร์มระดมทุนร่วมปลูกต้นไม้ โดยโครงการ Care The Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ประเทศไทย ลดภาวะโลกร้อน แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2563 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  แถลงข่าวเปิดโครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” พัฒนาโครงการร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาพื้นที่ปลูกป่า ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านพัฒนาสังคม นักวิชาการ ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และ ภาคสังคม สร้างแพลตฟอร์มระดมทุน (Collaboration Platform) ใช้หลักธรรมมาภิบาลในการติดตามการเติบโตของไม้ทุก 6 เดือน ระหว่างช่วงระยะเวลา 6 ปี

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แถลงข่าวเปิดโครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” // ขอบคุณภาพจาก: SET Social Impact

ภากร ปิตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การขยายตัวของเมืองทำให้พื้นที่ป่าลดลงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง และสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ ส่งผลให้คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change) และประชาคมโลก มีความพยายามลดการปล่อยแก๊ซเรือนกระจกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส
“ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ กรมป่าไม้ และพันธมิตร จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งเป็นกลไกฟื้นฟูระบบนิเวศผ่านเครือข่าย Care The Wild ‘ปลูกป้อง Plant & Protect’ เพื่อร่วมระดุมทุนปลูกต้นไม้และติดตามผลผ่านแอปพลิเคชัน โดยภาคธุรกิจ ภาคตลาดทุน ภาครัฐและชุมชน ร่วมกันภายใต้โครงการดังกล่าวร” ภากร กล่าว

นพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงความสำคัญของป่าไม้ว่า ป่าไม้เป็นแหล่งอาหารเลี้ยงชีพของผู้ยากไร้ถึง 9 ใน 10 ทั่วโลก ผู้คนกว่า 1 พันล้านคนใช้ประโยชน์จากป่าในการหาอาหารเพื่อยังชีพ ป่าเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซต์ที่ดีที่สุด โดยป่าชื้นเขตร้อนทำหน้าที่เป็นปอดฟอกอากาศให้โลก 1.4 พันล้านตันเทียบเท่าในแต่ละปี แต่ทว่าป่าไม้ในโลกถูกทำลายอย่างรวดเร็ว ขนาดพื้นที่เท่ากับประเทศโปตุเกสในแต่ละปี

อรรถพล เจริญชันษา ตัวแทนรมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วราวุธ ศิลปอาชา อธิบายถึง กรมป่าไม้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ใช้ดาวเทียมในการตรวจสอบพื้นที่ป่าพบว่า พื้นที่ป่าในประเทศไทยมีจำนวน 102 ล้านไร่ คิดเป็น 32% ของพื้นที่ทั้งหมดประเทศไทย 

“ปัจจุบันการบุกรุกยังคงมีน้อย นอกจากนั้นกรมป่าไม้ดำเนินการออกแบบแพลตฟอร์มปลูกป่าร่วมกับ TOT ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโครงการ Care The Wild อีกด้วย” อรรถพล กล่าว

“เราจำเป็นจะต้องมีพื้นที่ป่า 40% ถึงจะสมดุลย์ มีพื้นป่าเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงประชาชน ตามยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 5 ว่าด้วยการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ทั้งนี้ โครงการ Care The Wild ‘ปลูกป้อง Plant & Protect’ มีพื้นที่ดำเนินโครงการปลูกป่าทั้งหมด 7 จังหวัด ใน 7 พื้นที่ รวมจำนวนพื้นที่ 717 ไร่ ใน จ.ราชบุรี, จ.เพชรบุรี, จ.เชียงราย, จ.น่าน, จ.กาญจนบุรี, จ.นครราชสีมา และจ.มหาสารคาม โดยมีเป้าหมายในการปลูกต้นไม้ทั้งหมด 1 แสนต้น คาดผลลัพธ์ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 9 แสนกิโลคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่าต่อปี