#หยุดเขื่อนเหมืองตะกั่ว ปิดฉากพร้อมชัยชนะ กระทรวงเกษตรฯ ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง-ระงับสร้าง 60 วัน

ปิดฉากการชุมนุม 13 วันคัดค้านเขื่อนเหมืองตะกั่ว กระทรวงเกษตรฯ ตั้งคณะกรรมาธิการรวมทุกฝ่าย ตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการ จากนี้ 60 วัน ห้ามเดินหน้าก่อสร้าง กลุ่มคนรักษ์โตนสะตอพอใจผลลัพธ์ เดินทางกลับบ้านพร้อมชัยชนะ

คืนวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2563 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกคำสั่งฉบับที่ 2/2563 แต่งตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง มีผลให้โครงการดังกล่าวหยุดเดินหน้าระหว่างขั้นตอนตรวจสอบ ตามคำเรียกร้องของกลุ่มเครือข่ายรักษ์โตนสะตอปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เป็นวันที่ 3 ต่อเนื่องจากการชุมนุมหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์และศาลากลางจังหวัดพัทลุง รวมทั้งสิ้น 13 วัน

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า เพื่อให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงสำหรับประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาและสร้างความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการรวม 24 ราย (ไม่นับรวมผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงในฐานะประธานกรรมการ) ได้แก่ หน่วยงานรัฐ นักวิชาการ กลุ่มชาวบ้านที่สนับสนุน กลุ่มรักษ์โตนสะตอ อย่างละ 6 ราย

คณะกรรมการฯ มีอำนาจและหน้าที่ “ศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับปัญหาของโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว และพิจารณากำหนดแนวทางในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยมีผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด” และนำเสนอให้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบภายใน 60 วัน โดยระหว่างนั้น กรมชลประทานจะยังไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

คำสั่งกระทรวงเกษตรฯ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกณีเขื่อนเหมืองตะกั่ว // ขอบคุณภาพ : สมบูรณ์ คำแหง
คำสั่งกระทรวงเกษตรฯ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกณีเขื่อนเหมืองตะกั่ว // ขอบคุณภาพ : สมบูรณ์ คำแหง

“รู้สึกตื้นตัน ภูมิใจมากที่ผูเ้บริหารประเทศเห็นความสำคัญของชุมชนเล็กๆ ชุมชนหนึ่งที่พยายามลุกขึ้นมาปกป้อง รู้สึกดีใจและขอบคุณทุกๆ การช่วยเหลือ เวลาที่เรามาอยู่ทั้งหมด 13 วัน เจอทั้งปัญหา ทั้งสิ่งดีๆ และสิ่งที่ไม่คาดคิด วันนี้เป็นวันที่เราประสบความสำเร็จไปอีกก้าวหนึ่ง” เดชา เหล็มหมาด ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์โตนสะตอ เผย

อีกหนึ่งแกนนำการเคลื่อนไหว ประสิทธิชัย หนูนวล กล่าวว่า

“สิ่งที่เราพยายามสื่อสารกับสังคมมา ตอนนี้เราได้ข้อตกลงมาแล้ว สิ่งที่เราจะทำต่อคือสร้างโมเดลการจัดการน้ำที่ประชาชนได้ใช้น้ำแต่ไม่ทำร้ายสายน้ำและผืนป่า ร่วมกันระหว่างพี่น้องเหมืองตะกั่ว รัฐ และวิชาการ โมเดลนี้จะไม่ได้ถูกใช้แค่ที่ป่าบอน แต่เป็นโมเดลแก่สังคมเรื่องการจัดการน้ำ” 

หนึ่งในเหตุผลหลักที่กลุ่มรักษ์โตนสะตอเรียกร้องคือ คนในพื้นที่ไม่ได้มีส่วนร่วมรับทราบหรือแสดงความเห็นเรื่องกระบวนการจัดทำอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว ในคืนดังกล่าว ตัวแทนกลุ่มรักษ์โตนสะตอ จึงได้ยื่นหนังสือร้องให้ตรวจสอบกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน แก่ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เขาเผยว่าได้รับจดหมายร้องเรียนกรณีขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนจากหลายพื้นที่

“เรื่องทำนองเดียวกันหมดเลยครับ หนึ่ง ประชาชนไม่ได้รับข้อมูลโครงการครบถ้วน พูดแต่ข้อดี สอง ชาวบ้านขาดการมีส่วนร่วมแต่ต้น จะมีส่วนร่วมแต่ตอนแก้ปัญหา ทำให้เราเห็นว่าแก้ปัญหาเป็นกลุ่มๆ ไปก็แก้ไม่จบ ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้กระจายอำนาจมากสู่ท้องถิ่นยิ่งขึ้น ขอให้เราจับตาการแก้รัฐธรรมนูญในวันที่ 23-24 นี้” ปดิพัทธ์ กล่าว

“กฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่เราต้องมี คือ ‘พรบ.ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อนโยบายสาธารณะ’ พวกผมคณะกรรมาธิการกำลังร่างอยู่ในขั้นอนุกรรมาธิการ’”

อนึ่ง โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว เป็นโครงการของกรมชลประทาน โดยตามแผนจะก่อสร้างในพื้นที่ต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด หมู่ 1 ต.หนองธง อ.ป่าบอน ใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ชาวบ้านในพื้นที่ได้เริ่มต้นเคลื่อนไหวคัดค้าน ตั้งแต่ปีพ.ศ.2546 ด้วยหวั่นว่ากระทบสิ่งแวดล้อมและโครงการดังกล่าวไม่ได้มีความจำเป็น ในการเรียกร้องครั้งล่าสุดนี้ ได้ยื่นคำขาดและลงถนนร่วม 17 วัน เช้าวันถัดมา (4 กันยายน) กลุ่มรักษ์โตนสะตอได้เดินทางกลับพัทลุงด้วยรถบัสที่ทางราชการจัดหาให้