ค้านสายตาประชาชน ครม.อนุมัติกรมชลฯ โยกงบปี 63 เดินหน้าสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว

แม้โหวตงบโครงการไม่ผ่าน มีม๊อบต่อต้านปักหลักประท้วงยาวหน้าทำเนียบก็ไม่หวั่น กรมชลประทานประกาศเดินหน้าสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว จ.พัทลุง ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กรมชลประทาน โยกงบประมาณคงค้างปีงบประมาณ พ.ศ.2563 กว่า 1 พันล้านบาท มาใช้ดำเนินการเวนคืนก่อสร้าง ด้านแกนนำฝ่ายคัดค้านเขื่อน ตอกหน้า กรมชลประทานใช้วิธีสกปรกผลักดันโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นำมาสู่ความเสื่อมพระเกียรติยศสถาบันพระมหากษัตริย์

สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 16 รายงานผ่านเพจเฟสบุ๊คขององค์กร เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2563 ระบุว่า หัวหน้าฝ่ายจัดหาที่ดินที่ 3 ส่วนจัดหาที่ดินที่ 4 สมพงค์ ประทีปแก้ว และ หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 3 ทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ได้เข้าพบ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เพื่อชี้แจงงบประมาณค่าซื้อที่ดิน ค่าทดแทน ค่ารื้อย้ายในการจัดหาที่ดินเพื่อการชลประทาน โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ซึ่งเป็น 1 ใน 9 โครงการชลประทาน ที่ ครม. มีมติอนุมัติให้ใช้ได้งบคงค้างประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ของกรมชลประทาน มาดำเนินการจ่ายเงินค่าเวนคืนที่ดิน และก่อสร้างโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ได้

อ่างเก็บน้ำป่าบอน
อ่างเก็บน้ำป่าบอนในพระราชดำริ จ.พัทลุง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่วราว 3 กิโลเมตร แม้สร้างเสร็จแล้ว แต่ก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำและจัดสรรให้ประชาชนในพื้นที่ได้

โดยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2563 ครม. มีมติอนุมัติให้กรมชลประทานปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณจากรายการที่ได้มีการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณและได้กันเงินไว้ตามระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจากคลัง (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 – 2562) ที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันภายในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2563 วงเงินรวม 1,059.19 ล้านบาท มาดำเนินการในงบลงทุน ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง รายการค่าซื้อที่ดิน ค่าทดแทน ค่ารื้อย้ายในการจัดหาที่ดิน จำนวน 9 รายการ ได้แก่

  • โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย จำนวน 2 รายการ ที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ชุมพร
  • โครงการอ่างเก็บน้ำ จำนวน 7 รายการ ที่ จ.พัทลุง จ.สุโขทัย จ.มุกดาหาร จ.แพร่ จ.นครราชสีมา จ.เพชรบูรณ์ และจ.จันทบุรี

การอนุมัติให้ กรมชลประทาน ปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีดังกล่าว เปิดช่องให้กรมชลประทานสามารถเดินหน้าก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ ภายหลังจากเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ได้ลงมติไม่เห็นชอบให้จัดสรรงบประมาณสำหรับก่อสร้างโครงการเขื่อนเหมืองตะกั่ว ด้วยเหตุผลว่า โครงการดังกล่าวไม่ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่

ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการกำหนด ค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2532 ในวันที่ 8 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมแพรทอง ศาลากลางจังหวัดพัทลุง เพื่อให้สามารถดำเนินการเบิกจ่ายแล้วเสร็จ ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ได้กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการกำหนด ค่าทดแทนทรัพย์สินเพื่อการชลประทาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2532 ในวันที่ 8 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมแพรทอง ศาลากลางจังหวัดพัทลุง เพื่อให้สามารถดำเนินการเบิกจ่ายแล้วเสร็จ ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

จากกรณีดังกล่าว ประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำนักอนุรักษ์ จ.พัทลุง แสดงความเห็นเมื่อวันที่ 3 กันยายนพ.ศ.2563 ว่า การโยกงบประมาณข้ามปีมาใช้ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว เป็นผลงานของกระบวนการล๊อบบี้ยิสต์ ที่มี รองอธิบดีกรมชลประทาน ทำหน้าที่เป็นตัวเดินกลไกทั้งหมดในการล็อบบี้ให้สร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง โดยปราศจากการคำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่

“(การโยกงบประมาณมาก่อสร้างโครงการเขื่อนเหมืองตะกั่ว) เป็นการกระทำที่ไม่เคารพกระแสสังคม ไม่แคร์การตรวจสอบใดๆ ทั้งๆ ที่ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริควรจะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส เพราะเกี่ยวพันโดยตรงกับสถาบันกษัตริย์ หากแต่การกระทำของกรมชลประทานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่ได้สนใจรักษาพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด” ประสิทธิชัย วิพากษ์

“ฝากเรียกร้องถึง รองอธิบดีกรมชลประทาน ที่กำลังใช้อำนาจเงินล็อบบี้ในการจะทำอะไรก็ได้ว่า ระวังความผิดจะตามทัน เพราะสังคมกำลังจับตามองอยู่ นอกจากนี้ กรมชลประทาน จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงาน มิเช่นนั้นการคอรัปชั่นและการใช้อำนาจโดยมิชอบจะยังคงเป็นปัญหาต่อไป”

กลุ่มรักษ์โตนสะตอ
กลุ่มรักษ์โตนสะตอเข้ายื่นหนังสือต่อ สตง. ให้ตรวจสอบการทุจริตงบก่อสร้างโครงการโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างในพระราชดำริ และอ่างเก็บน้ำป่าบอนในพระราชดำริ //ขอบคุณภาพจาก: สื่อเถื่อน

ในวันเดียวกัน เครือข่ายรักษ์โตนสะตอคัดค้านเขื่อนเหมืองตะกั่วในพระราชดำริ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการทุจริตงบประมาณ ในโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างในพระราชดำริ และอ่างเก็บน้ำป่าบอนในพระราชดำริ จ.พัทลุง เนื่องจากแม้ทั้ง 2 โครงการสร้างเสร็จมาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่เกษตรกรในพื้นที่ยังไม่ได้ใช้น้ำตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง