จ่อถอนฟ้องคดีปิดปาก50ล้าน กรณี“ขยะพิษปราจีน”นักกม.ย้ำชาวบ้านมีสิทธิปกป้องสิ่งแวดล้อม

โรงงานกำจัดขยะอุตสาหกรรมปราจีนฯ จ่อถอนฟ้องคดีเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านจากนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมข้อหาหมิ่นประมาท ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากชุมชนว่าดำเนินการธุรกิจ “ขยะพิษ” นักกฎหมายชี้ การร้องเรียนผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย 3 สถานทูตต่างชาติเกาะเวทีร่วมสังเกตการณ์การพิจารณคดี เป็นกรณีตัวอย่างการละเมิดสิทธิมนุษยชน

แม่ของสุเมธ เหรียญพงศ์งาม แกนนำกลุ่มฅนรักษ์กรอกสมบูรณ์สวมกอดลูกชาย หลังจากรับฟังการไต่สวนมูลฟ้องคดีหมิ่นประมาทบริษัทกำจัดกากอุตสาหกรรม ณ ศาลจังหวัดปราจีนบุรี / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช

31 สิงหาคม พ.ศ.2563 สุเมธ เหรียญพงศ์งาม แกนนำกลุ่มฅนรักษ์กรอกสมบูรณ์ จังหวัดปราจีนบุรี เดินทางมานัดไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา ณ ศาลจังหวัดปราจีนบุรี หลังจากเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เขาได้ยื่นหนังสือร้องเรียนแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดว่าชุมชนต้องเผชิญกลิ่นเหม็นเน่าและน้ำเสียจากธุรกิจกำจัดขยะอุตสาหกรรมเอกชนใกล้เคียง เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการธุรกิจดังกล่าวได้ยื่นฟ้องสุเมธในข้อหาหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี

สุเมธและสมาชิกกลุ่มตั้งข้อสังเกตว่าถูกคุกคามเรื่อยมา โดยหลังจากไปยื่นจดหมายร้องเรียน ได้มีผู้ขับรถยนตร์มาโยนระเบิดปิงปองเข้าบริเวณบ้าน และป้ายคัดค้านโรงงานขยะในหมู่บ้านยังถูกกรีดทำลาย

จากนัดไต่สวนครั้งดังกล่าว ศาลได้ไกล่เกลี่ยคู่ความ และตกลงกันได้ว่าหากจำเลย (สุเมธ) รื้อถอนป้ายที่มีข้อความพาดพิงถึงบริษัทฯ ว่า “ขยะพิษ” ออก บริษัทฯ จะนำข้อเสนอไปพิจารณา ซึ่งหากมีความเห็นว่าไม่ติดใจดำเนินคดีแล้วจะมาถอนฟ้องคดีต่อไปในนัดครั้งหน้า

ทั้งนี้ ชำนัญ ศิริรักษ์ ทนายความฝั่งจำเลย ชี้แจ้งว่า ผู้ประกอบการธุรกิจจัดการขยะ เป็นห่วงคำว่า “ขยะพิษ” เนื่องจากอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะแท้จริงแล้วดำเนินกิจการจัดการขยะหลายประเภท ไม่เพียงแค่ขยะอันตรายจากอุตสาหกรรม ด้านจำเลยรับปากว่าจะรื้อถอนป้ายดังกล่าวออกภายใน 3 วัน

ในวันดังกล่าว ชาวบ้านตำบลกรอกสมบูรณ์และตำบลใกล้เคียงร่วม 70 รายได้เดินทางมารอผลการนัดไต่สวนที่ศาลจังหวัด โดยได้นำดอกกุหลาบมามอบให้สุเมธและครอบครัวเพื่อเป็นกำลังใจ

ชาวบ้านตำบลกรอกสมบูรณ์และตำบลข้างเคียงปักหลักรอผลการไต่สวนก่อนร่วมถ่ายรูปกับสุเมธ / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช

“วันนี้ถือว่าเป็นข่าวดี รู้สึกดีใจและตื้นตัน ไม่ได้ตื้นตันที่เราชนะหรือแพ้ แต่เพราะเราออกมาแล้วมีคนนั่งคอย ยังมีคนที่รักเรา  ไม่ว่าผลจะออกมาแพ้หรือชนะ เขารอรับข่าวอยู่ดี” สุเมธเผย

เขาเล่าว่า ก่อนหน้าที่ตนถูกดำเนินคดีและเรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน มีชาวบ้านที่ออกมาเรียกร้องการแก้ไขปัญหากลิ่น-น้ำเน่าเสียจากโรงงานขยะจำนวนมากกว่านี้ ทว่าเมื่อเขาถูกฟ้องคดีทำให้หลายคนกังวลและเลือกที่จะหยุดเคลื่อนไหว ผลการไต่สวนวันนี้ทำให้คนในชุมชนคลายกังวลลงได้บ้าง 

ด้าน สุภาภร มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) องค์กรที่ให้คำปรึกษาเรื่องกระบวนการทางกฎหมายแก่ชุมชน แสดงความเห็นว่า 

“การส่งหนังสือร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเป็นการใช้สิทธิตรวจสอบขั้นพื้นฐาน นับว่าเป็นเรื่องปกติตามกฎหมาย คดีของสุเมธที่ถูกเรียกค่าเสียหายสูงขนาดนี้นับเป็นการฟ้องคดีฟ้องปิดปากหรือคดี ‘SLAPP’ เพื่อทำให้ชุมชนไม่กล้าออกมาต่อสู้และเรียกร้องเพื่อสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี

คดีของสุเมธเป็นที่จับตามองในระดับสากลว่าเป็นการคุกคามนักปกป้องสิทธิ กรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวแทนจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNOHCHR) ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เดินทางมาเยี่ยมสุเมธและชาวกรอกสมบูรณ์ เช่นเดียวกับในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องครั้งนี้ ผู้แทนจากสถานทูต 3 ประเทศ (เยอรมนี ฟินแลนด์ และนิวซีแลนด์) ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ว่าศาลวิเคราะห์คดีอย่างไร

Alexander Nowak ที่ปรึกษาฝ่ายการเมืองและสื่อ สถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เผยว่าสิทธิมนุษยชนเป็นประเด็นที่ต้องผลักดันอย่างไม่เคยจบสิ้น สถานทูตจะติดตามประเด็นนี้ รวมถึงกรณีของนักปกป้องสิทธิอื่นๆ ในไทย

ชาวบ้านปราจีนบุรีเขียนป้ายและนำดอกกุหลาบมาให้กำลังใจสุเมธ / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช

วันที่ 30 กันยายน ที่จะถึงนี้ ศาลได้นัดสุเมธและฝ่ายโจทก์มารับฟังผลการตัดสินใจถอนฟ้อง หากทางบริษัทฯ ตัดสินใจไม่ถอนฟ้อง จะต้องยกคดีสู่การไต่สวนต่อไป

แม้คดีหมิ่นประมาทนี้อาจจะไกล่เกลี่ยกันเรียบร้อย ทว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ยังดำเนินต่อไป ชาวบ้านตำบลลาดตะเคียนรายหนึ่งซึ่งบ้านอยู่ใกล้กิจการจัดการขยะเผยว่า บริษัทขยะได้ขุดทางน้ำเชื่อมต่อกับสระหลวง อันเป็นบ่อน้ำที่ใช้ในครัวเรือน เธอสังเกตว่า น้ำที่ตนใช้อาบน้ำมีสีขาวขุ่นเหมือนน้ำซาวข้าว ทำให้รู้สึกระคายเคือง นอกจากนี้กลิ่นขยะและสารเคมียังรุนแรงมาก แม้จะมีการตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วยชุมชน ภาคเอกชนและภาครัฐ เพื่อหาทางออก ปัญหายังคงอยู่

“เราเลี้ยงหลานอยู่บ้าน เหม็นขยะจนต้องบอกให้ลูกอุ้มหลานหนีไปอยู่บ้านสามี เลี้ยงใครเลี้ยงมันไกลๆ เลย พ่อแม่ตายช่างมัน ลูกหลานเอาไว้ก่อน”

นัดไต่สวนครั้งนี้ ศาลระบุในรายงานกระบวนพิจารณาว่า ให้โจทก์และจำเลยจะร่วมกันดำเนินการปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อให้ประชาชนตำบลกรอกสมบูรณ์ ตำบลเขาไม้แก้ว ตำบลลาดตะเคียน และประชาชนทั่วไปสามารถอยู่ร่วมกันได้ตามกลไกคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งจะเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารบริษัทโจทก์เพื่อพิจารณาต่อไป

ปัญหาขยะจากอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเป็นประเด็นที่ห่วงกังวลของคนในพื้นที่ ในเวทีเสวนาเรื่อง “เวทีจุดประกายความคิด ร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะพิษภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน” เมื่อ 30 สิงหาคม ณ วัดราษฎร์เจริญศรัทธาธรรม ต.กรอกสมบูรณ์ สุเมธ ตัวแทนชุมชนหลายพื้นที่ และนักวิชาการสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC จะยิ่งขยายกิจการคัดแยกและจัดการขยะอุตสาหกรรม ซึ่งสุ่มเสี่ยงจัดการไม่เหมาะสม