ชาวพัทลุงปักหลักยาว ประท้วงเขื่อนเหมืองตะกั่ว ย้ำ ‘โครงการพระราชดำริ’ ต้องสง่างาม

กลุ่มรักษ์โตนสะตอ ประกาศชุมนุมยืดเยื้อหน้าทำเนียบรัฐบาล ยืนยันไม่กลับบ้านจนกว่ารัฐบาลจะยกเลิก โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พัทลุง เหตุพบว่าการดำเนินโครงการขาดความชอบธรรม ประชาฃนในพื้นที่ไม่เห็นชอบ มีการแอบอ้างใช้ชื่อ “โครงการพระราชดำริ” หาผลประโยชน์

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2563 ประธานกลุ่มรักษ์โตนสะตอ เดชา เหล็มหมาด กล่าวว่า วันนี้เป็นเป็นที่ 3 แล้ว ที่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว จากชุมชนบ้านเหมืองตะกั่่ว อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ได้เดินทางขึ้นมายังกรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบการดำเนินโครงการที่เต็มไปด้วยความไม่ชอบมาพากล และยุติโครงการดังกล่าวโดยทันที

เขื่อนเหมืองตะกั่ว
สภาพพื้นที่ป่าและลำธารธรรมชาติบริเวณคลองเหมืองตะกั่ว ที่ชาวบ้านกังวลว่าอาจจะถูกทำลายไปหากมีการสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว //ขอบคุณภาพจาก: Apichet Sukkaeo

“แม้ว่าในช่วง 3 วันที่ผ่านมา กลุ่มได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนเหมืองตะกั่ว ได้ยื่นหนังสือละร่วมหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการงบประมาณของรัฐสภา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ได้รับการตอบสนองจากภาครัฐเท่าที่ควร และยังไม่มีความชัดเจนต่อการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของชุมชน” เขากล่าว

ดังนั้น กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนเหมืองตะกั่วจึงได้ประกาศยกระดับการชุมนุม โดยเคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปปักหลักชุมนุมยืดเยื้อบริเวณด้านหน้าประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล จนกว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามข้อเรียกร้องของชุมชน และประกาศยกเลิกโครงการเขื่อนเหมืองตะกั่ว

เดชา กล่าวว่า สาเหตุที่ประชาชนในพื้นที่ต่อต้านโครงการดังกล่าว เป็นเพราะว่านอกจากโครงการดังกล่าวไม่ได้มีการทำประชาพิจารณ์อย่างครบถ้วน มีการใช้ข้อมูลเท็จในการผลักดันโครงการ โครงการนี้ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ไม่ก่อประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ เป็นต้นเหตุความขัดแย้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“การก่อสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่วยังเป็นการทำลายป่าไม้ สร้างผลกระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศเป็นวงกว้าง โดยเห็นได้จากตัวอย่างผลกระทบจากโครงการอ่างเก็บน้ำป่าบอน ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ในบริเวณใกล้เคียง ที่พบว่า เขื่อนกลับส่งผลให้ชุมชนในบริเวณนั้นประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพราะตั้งแต่มีอ่างเก็บน้ำ น้ำที่ไหลตามธรรมชาติถูกกักเก็บไว้ในอ่าง เป็นหตุให้ชุมชนไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรน้ำได้อย่างพอเพียง” เขากล่าว

วรา จันทร์มณี ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ในฐานะที่ปรึกษากลุ่มรักษ์โตนสะตอ ชี้ว่า ยังได้มีการแอบอ้างสถานะ “โครงการอันเนื่องมาจากพระดำริ” เพื่อเป็นเครื่องมือผลักดันโครงการ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

“โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจะต้องเป็นโครงการสง่างาม ไม่ควรนำใช้เพื่อแอบอ้างในการผลประโยชน์กับชุมชน เพราะเกี่ยวเนื่องโดยตรงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์” วรา กล่าว

“เห็นได้ชัดว่า โครงการเขื่อนเหมืองตะกั่ว เป็นโครงการที่มีปัญหาความขัดแย้ง ไม่มีการรับฟังความเห็นชุมชนอย่างแท้จริง แสดงให้เห็นได้ว่าโครงการนี้ไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรม ดังนั้น กปร. ในฐานะองค์กรกลางที่มีหน้าที่ดูแลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงควรตรวจสอบโครงการนี้ และเพิกถอนสถานะ โครงการอันเนื่องมาจากพระดำริ”

กปร.
กลุ่มรักษ์โตนสะตอ เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องให้ กปร. ตรวจสอบโครงการเขื่อนเหมืองตะกั่ว / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ด้าน ธเนศ มณีกุล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานพื้นที่ 41 สำนักงาน กปร. กล่าวยืนยันกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีการอนุมัติอนุญาตตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง และมีการจัดทำประจาพิจารณ์รับฟังความเห็นชาวบ้านในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า หากราษฎรมีข้อข้องใจต่อกระบวนการ สามารถขอให้มีการตรวจสอบได้ แต่ทางสำนักงาน กปร. ต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน ต่อไป

อย่างไรก็ตามหากโครงการมีความไม่โปร่งใส อาจส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัติรย์ โดยอยากจะขอเวลาเพื่อพิจารณา และจัดเวทีประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นให้รอบด้านก่อน ซึ่งทางกปร. เป็นเพียงหน่วยงานที่คอยดูโครงการพระราชดำริ ซึ่งไม่มีหน้าที่ในการอนุมัติหรือยุติโครงการแต่อย่างใด

อนึ่ง โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว เป็นโครงการของกรมชลประทาน โดยตามแผนจะก่อสร้างในพื้นที่ต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด หมู่ 1 ต.หนองธง อ.ป่าบอน ใช้งบประมาณกว่า1,000 ล้านบาท

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง