คนเมืองลุงบุกกรุงฯประท้วง เขื่อนเหมืองตะกั่วทำ EIA เท็จ ดูหมิ่น ‘โครงการพระราชดำริ’

เครือข่ายคนอินทรีย์วิถีเมืองลุง บุกยื่นหนังสือต่อพรรคประชาธิปัตย์ และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เรียกร้องให้ยกเลิก โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เผยการผลักดันโครงการไม่โปร่งใส ไร้การรับฟังความเห็นจากชุมชน ทั้งยังจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อมปลอม ถือเป็นการนำสถาบันสูงสุดมาหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2563 เครือข่ายคนอินทรีย์วิถีเมืองลุง นำโดย ประสิทธิ์ชัย หนูนวล และวรา จันทร์มณี เข้ายื่นหนังสือต่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่พรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับชัญชาของ กรมชลประทาน อันเป็นเจ้าของโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ (กปร.) ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบดูแล โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว

เขื่อนเหมืองตะกั่ว
ตัวแทนเครือข่ายคนอินทรีย์วิถีเมืองลุง ประท้วงการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่พบว่ามีการดำเนินการอย่างไม่ชอบธรรม //ขอบคุณภาพจาก: วรา จันทร์มณี

โดยหนังสือประท้วงของเครือข่ายฯ ระบุว่า การดำเนินโครงการเขื่อนเหมืองตะกั่วเป็นไปอย่างไม่โปร่งใส ไร้ความชอบธรรม และใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จในการผลักดันโครงการ เนื่องจากนับตั้งแต่เริ่มต้น โครงการนี้ไม่ได้รับฟังความเห็นของชุมชนก่อนการบรรจุเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่เอกสารคำขอกล่าวอ้าง ถือเป็นการจัดทำข้อมูลอันเป็นเท็จในการนำเสนอบรรจุเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

นอกจากนี้ยังพบว่า รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impacts Assessment: EIA) ของโครงการเขื่อนเหมืองตะกั่ว ได้คัดลอกเนื้อหามาจากรายงาน EIA ของโครงการอื่นใน จ.เพชรบูรณ์ ดังนั้นจึงถือว่า รายงาน EIA โครงการดังกล่าวใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เป็นการจัดทำรายงานเท็จ

“ทางชุมชนถือว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดอันร้ายแรงของหน่วยงานที่รับผิดชอบนับตั้งแต่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง, กรมชลประทาน, และสำนักงาน กปร. ที่ดำเนินการรับเรื่องและผลักดันโครงการต่อ โดยไม่ได้ตรวจสอบให้ถูกต้อง” ประสิทธิ์ชัย กล่าว

“จากเหตุผลทั้ง 2 ประการ หวังว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และเลขาธิการ กปร.จะไม่ปล่อยให้โครงการที่ไม่ชอบธรรมผ่านไป โดยไม่มีการตรวจสอบ”

เขายังระบุว่า นอกเหนือจากโครงการเขื่อนเหมืองตะกั่วแล้ว ยังมีโครงการ “อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” อีกหลายโครงการ เช่น โครงการเขื่อนวังหีบ อ.ทุ่งสง และโครงการคลองผันน้ำ จ.นครศรีธรรมราช ที่พบว่ามีการผลักดันโครงการอย่างไม่โปร่งใสในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น เขาจึงเรียกร้องให้เลขาธิการ กปร.ตรวจสอบทุกโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกโครงการทั้งที่ก่อสร้างโครงการเสร็จแล้วและยังไม่ก่อสร้างให้เกิดความถูกต้อง เนื่องจากเป็นโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบัน

ยื่นหนังสือ
ประสิทธิ์ชัย หนูนวล ตัวแทนเครือข่ายคนอินทรีย์วิถีเมืองลุง ยื่นหนังสือต่อสำนักงาน กปร. //ขอบคุณภาพจาก: วรา จันทร์มณี

“เราหวังว่าท่านจะไม่นิ่งเฉยปล่อยให้เรื่องเช่นนี้ผ่านเลยไปโดยไม่แก้ไข เราเชื่อว่าการดำรงไว้ซึ่งสถาบันจะต้องไม่มีผู้ใดนำสถาบันมาหาผลประโยชน์ภายใต้การทำลายระบบนิเวศของสังคมโดยรวม” ประสิทธิชัย กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน วิเชียร ยาชะรัด หนึ่งในชาวบ้านเหมืองตะกั่ว ซึ่งได้ปักหลักชุมนุมยืดเยื้อที่หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง จนกว่ารัฐบาลจะตอบรับข้อเรียกร้องของชุมชนให้ยุติโครงการสร้างเขื่อนเหมืองตะกั่ว ระบุว่า หากชาวบ้านปล่อยให้สร้างเขื่อนแห่งนี้ขึ้น จะทำให้ผืนป่าชุมชนอันเป็นแหล่งอาหารและทรัพยากรของชาวบ้าน ที่ชุมชนร่วมกันรักษากว่า 200 ปี ต้องจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำ เป็นการทำลายผืนป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์และวิถีชีวิตชุมชนอย่างถาวร

“ป่าให้ความสุข ป่าให้น้ำ ชาวบ้านมีน้ำกินน้ำใช้ มีปลากินมีปลาขาย ป่าให้ของป่าอื่นๆ เช่น น้ำผึ้ง สะตอ ที่เป็นอาหารและเป็นรายได้เสริมของชุมชน แต่เขื่อนจะเข้ามาตัดวิถีชีวิตของชาวบ้านออกจากป่า” วิเชียร กล่าว

อนึ่ง สำนักข่าวบางกอกทูเดย์ รายงานเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2563 เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วว่า บริษัทที่ปรึกษาโครงการกำลังเตรียมส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับสุดท้าย ภายในสิ้นเดือนนี้