ไม่โปร่งใส ไม่คุ้มค่า เสี่ยงก่อปัญหารังสีรั่วไหล: เปิดเหตุผล คนนครนายกไม่เอาเตานิวเคลียร์

ปมขัดแย้งสร้างเตาปฏิกรณ์ปรมาณู อ.องครักษ์ ยังยืดเยื้อ ชาวนครนายกเผย โครงการจัดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โดย สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ลักไก่เร่งดำเนินโครงการก่อนศึกษาความคุ้มค่า พื้นที่ก่อสร้างไม่เหมาะสม เสี่ยงทำกัมมันตรังสีรั่วไหลกระทบถึงเมืองหลวง ซ้ำยังพบว่ามีการนำกากกัมมันตรังสีมาเก็บในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต

สืบเนื่องจาก สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ได้ปัดฝุ่นเดินหน้าโครงการติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยขนาดกำลังผลิตไม่เกิน 20 เมกะวัตต์ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม ในพื้นที่โครงการศูนย์วิจัยนิวเคลียร์องครักษ์เดิม ต.ทรายมูล อ.องครักษ์ จ.นครนายก รังสรรค์ ผดุงธรรม ตัวแทนชาว จ.นครนายก เผยว่า การผลักดันโครงการดังกล่าวเป็นไปอย่างไม่โปร่งใส เต็มไปด้วยข้อพิรุธมากมาย จนอาจทำให้ชีวิตของประชาชนทั้งในนครนายกและจังหวัดข้างเคียง ต้องเผชิญความเสี่ยงจากสารกัมมันตรังสีรั่วไหลในอนาคตได้

นิวเคลียร์
หนึ่งในผู้คัดค้านโครงก่ารสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ชูป้ายประท้วงหน้าที่ว่าการจังหวัดนครนายก / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

รังสรรค์ ตั้งข้อสังเกตว่า หนึ่งในข้อกังวลสำคัญต่อโครงการติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยใหม่นี้ คือ สทน. ยังใช้ข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 ที่ได้มีการศึกษาคัดเลือกพื้นที่ จ.นครนายก ซึ่งแต่เดิมเป็นพื้นที่ห่างไกล มีผู้คนอาศัยอยู่น้อย เป็นที่ตั้งโครงการ อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ล้าสมัยและไม่ตรงกับความเป็นจริง ทำให้พื้นที่นี้ไม่เหมาะกับการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกต่อไป

เขาให้ข้อมูลว่า เดิมประเทศไทยมีเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูสำหรับการวิจัยขนาด 10 เมกะวัตต์อยู่แล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.2505 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ต่อมาในปี พ.ศ.2532 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์ทดแทนขนาด 20 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ ต.ทรายมูล อ.องครักษ์ แต่โครงการดังกล่าวถูกต่อต้านจนต้องยกเลิกไป จนกระทั่งรัฐบาล คสช. ได้ปัดฝุ่นโครงการนี้ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2561

“ในมุมมองของชาวบ้าน เราไม่ต่อต้านการวิจัยเรื่องรังสี แต่เราไม่ต้องการให้มีการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์และกักเก็บกากนิวเคลียร์ที่บ้านของเรา เพราะตอนนี้ จ.นครนายก ได้เติบโตพัฒนากลายเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองการศึกษา มีประชากรหนาแน่นขึ้น แต่ยังมีสภาพแวดล้อมดี เป็นพื้นที่เพาะปลูกอาหารสำคัญใกล้กรุง” เขากล่าว

“พื้นที่โครงการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ยังอยู่ห่างจากแม่น้ำนครนายกเพียง 600 เมตร และยังพบว่ามีการลักลอบกักเก็บถังบรรจุกากกัมมันตรังสีจำนวนมากในพื้นที่โครงการ ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุสารกัมมันตรังสีรั่วไหล สารกัมมันตรังสีอาจแพร่กระจายไปตามสายคลอง ส่งผลกระทบลุกลามไปทั่วทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำบางปะกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่นี้ยังเป็นพื้นที่แก้มลิงรับน้ำในช่วงน้ำท่วมอีกด้วย”

นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า สทน. ได้ว่าจ้างบริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี ให้ทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Environment and Health Impact Assessment: EHIA) และจัดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นประชาชนต่อโครงการจัดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ศึกษารายงานความคุ้มค่าโครงการ (Feasibility Study) ก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการดำเนินการข้ามขั้นตอน

โดยที่ผ่านมาบริษัทที่ปรึกษาได้จัดเวทีรับฟังความเห็นแล้ว 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 จัดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2561 และครั้งที่ 2 ดำเนินการระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2562 และตามกำหนดการเดิมจะมีการจัดเวทีรับฟังความเห็นครั้งที่ 3 ในเดือนมีนาคมปีนี้ แต่ว่าเกิดการระบาดไวรัส COVID-19 เสียก่อน

“กระทั่งการจัดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นยังพบความผิดปกติ เนื่องจากพบว่า มีการคัดเลือกและล็อคตัวผู้ที่สามารถเข้าร่วมแสดงความเห็นในเวที กีดกันผู้เห็นต่างไม่ให้เข้าร่วมเวที อีกทั้งภายในงานยังมีการแจกเงินและผ้าห่มให้กับผู้เข้าร่วม กระบวนการรับฟังความเห็นที่ผ่านมาจึงไม่ครอบคลุม ไม่เป็นอิสระ ไม่สะท้อนความเห็นของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง” เขาระบุ

นครนายก
ชาวนครนาวกเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อคักค้านโครงการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2563 / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

แม้ว่า นพ.สุธีร์ ยอมรับว่า ไอโซโทปรังสีจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการแพทย์ การเกษตร และอุตสาหกรรม แต่เราก็ยังมีวิธีจัดหาไอโซโทปรังสีวิธีอื่นนอกจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้ โดยในปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ปลอดภัยขึ้นในการจัดหารังสี

“ถึงแม้ทางการจะยืนยันว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์มีความปลอดภัย และเป็นวิธีจัดหาไอโซโทปรังสีที่มีต้นทุนต่ำ แต่ในความเป็นจริงต้นทุนของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เป็นต้นทุนในอนาคตที่สูงมาก ถ้าหากเกิดรังสีรั่วไหลในอนาคต ดังนั้นเตาปฏิกรณ์และกากรังสีจึงเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดภัยพิบัติเมื่อใด การตัดสินใจอนุมัติอนุญาตโครงการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงเช่นนี้ จึงต้องดำเนินการอย่างรัดกุมรอบคอบ” เขาทิ้งท้าย