สั่งไม่ฟ้อง คดีกรมอุทยานฯฟ้องร้อง 4 ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอยรุกป่า

[อัพเดตล่าสุด 3 สิงหาคม พ.ศ.2563 พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแจ้ง สภ.แก่งกระจานมีความเห็นไม่ฟ้องคดี เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ส่งให้อัยการจังหวัดพิจารณาต่อ อ่านเพิ่มเติมท้ายบทความ] 

สั่งไม่ฟ้องชาวกะเหรี่ยง 4 ราย ชุมชนบ้านบางกลอย แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังยื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ ในเวทีครบรอบ 10 ปี มติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 เพื่อขอความเป็นธรรมจากหลักฐานไม่เพียงพอกรณีล่าสุดที่ชาวบ้านถูกฟ้องดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2563 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมศาลาประชาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดงาน “มหกรรมไร่หมุนเวียนและการสถาปนาพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษจังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี มติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ตัวแทนชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้ใช้โอกาสนี้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ นพดล พลเสน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเรียกร้องต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วราวุธ ศิลปอาชา เรื่องขอให้เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาล่าสุดที่มีชาวบ้านจำนวน 4 รายถูกกรมอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งความดำเนินคดีอาญา ในข้อหายึดถือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่อนสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า

พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ตัวแทนชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อตัวแทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / พรเทพ จันทร์ยม
เนื้อหาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อตัวแทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / พรเทพ จันทร์ยม

ตามที่เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้มอบอำนาจให้ อรรถพงษ์ เกาอ่อน และ เนตรนภา งามเนตร แจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.แก่งกระจานกับชาวบ้านบางกลอยจำนวน 4 คน ในข้อหายึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า ประกอบด้วย

  • นายแจ พุกาด
  • นายหมี ต้นน้ำเพชร
  • นายดูอู้ จีโบ้ง
  • นายบุญชู พุกาด

โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านทั้ง 4 คนนี้ได้ร่วมกับโคอี้ มีมิ หรือปู่คออี้ และกื้อ พุกาด ได้ฟ้องต่อศาลปกครองกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานรื้อเผาทำลายทรัพย์สินเมื่อปี พ.ศ.2554 จนกระทั่งเดือนกันยายน พ.ศ.2559 ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีคำสั่งให้จ่ายค่าเสียหายให้กับชาวบ้านทั้ง 6 คน

ล่าสุดหลังยื่นหนังสือบนเวทีดังกล่าว พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาวันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แก่งกระจาน โทรหาชาวบ้านว่า ไม่ต้องให้ชาวบ้านบางกลอยทั้ง 4 คนไปรายงานตัว แต่ตอนนี้ชาวบ้านก็ยังไม่มีใครได้เห็นเอกสารหลักฐานยืนยัน

“การดำเนินคดีกับชาวบ้านบางกลอยทั้ง 4 คน ที่ร่วมกับปู้คออี้ฟ้องศาลปกครอง ตัวชาวบ้านเองยังไม่รู้เรื่องและมึนๆ ว่าเราไปทำอะไรเขา ตัวผมเองก็รู้สึกว่ากรณีนี้เป็นการกลั่นแกล้งกันรึเปล่า เพราะตามคำพิพากษาศาลปกครองที่ชาวบ้านฟ้องร้องต่อศาลปกครองกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานรื้อเผาทำลายทรัพย์สินเมื่อปี 2554 จนกระทั่งเดือนกันยายน 2559 ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคดีนี้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ว่า ณ ขณะนี้ก็ยังมีเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้าน ซึ่งผมก็รู้สึกว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เขากล่าว

หมายเรียกรายงานตัวนายบุญชู พุกาด ล่าสุด ศาลได้มีการยกเลิกหมายเรียกเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ // ขอบคุณภาพ: สำนักข่าวชายขอบ

ล่าสุดวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2563 เวลา 8.30 น. ทางสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม ได้ติดต่อสอบถาม พ.ต.ท.อรรถพร สุรฉัตร พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีดังกล่าว สภ.แก่งกระจาน กล่าวว่า สภ.แก่งกระจานมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ หลังจากนี้ส่งคดีนี้ให้พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีพิจารณาต่อว่าควรฟ้องหรือไม่ตามขั้นตอนคดีอาญา

“ขณะนี้ได้มีการยกเลิกหมายเรียกผู้ต้องหาคดีระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ฟ้องคดีกับชาวบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในข้อหายึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ จึงสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว ดังนั้นจึงได้มีการติดต่อโทรไปหาชาวบ้านที่เป็นผู้ต้องหาคดีว่าไม่ต้องมารายงานตัว ส่วนเอกสารแจ้งจะส่งตามไปภายหลัง ในการฟ้องคดีนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา เพราะทางกรมอุทยานฯ ไม่มีรายละเอียดที่ระบุการบุกรุก หรือแผนที่พิกัดรวมถึงจำนวนความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งหากในอนาคตจะมีการฟ้องร้องต้องมีหลักฐานที่สามารถระบุความเสียหายหรือความชัดเจนของปัญหาดังกล่าว”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง