ป่าไทยไม่ไร้เสือ: นักสิ่งแวดล้อมเผย สถานการณ์เสือไทยดีขึ้น แต่ยังถูกคุกคาม

แม้ปริมาณเสือในประเทศไทยจะเพิ่มมากขึ้น แต่วงเสวนาเนื่องในวันเสือโคร่งโลกย้ำ เสือยังคงถูกคุกคามจากการค้าสัตว์ป่าและการทำลายถิ่นอาศัย ซึ่งอาจส่งผลให้ประชากรเสือโคร่งลดตาม ชี้คนรุ่นใหม่และทุกภาคส่วนควรร่วมมือกันเพื่อปกป้องเสือโคร่ง

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับองค์กรพันธมิตร จัดงานวันเสือโคร่งโลก ประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 29  กรกฎาคม ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด ‘ป่าไทยไม่ไร้เสือ – Roar for Thai Tigers’ ณ ห้อง ออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยภายในงานมีการเปิดเผยข้อมูลใหม่ว่า ประชากรเสือโคร่งในไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นราว 160 ตัว หลังจากที่เคยพบเพียง 50 ตัวในช่วงปี พ.ศ. 2548 – 2550

เสือ
ภาพถ่ายเสือโดย K. Waltanyakan จัดแสดงในนิทรรศการภาพถ่าย ‘ป่าไทยไม่ไร้เสือ’ / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณัฐฐา อายุวัฒนชัย

อย่างไรก็ดี แม้จะพบปริมาณเสือโคร่งมากขึ้นในประเทศไทย แต่เมทินีย์ ภัสสราอุดมศักดิ์ นักวิจัยจากองค์กรติดตามการค้าสัตว์ป่า (TRAFFIC) หนึ่งในผู้ร่วมเวทีเสวนา ‘Tiger Talk: อนาคตเสือไทย อนาคตเสือโลก’ ที่เป็นหนึ่งในกิจกรรมวันเสือโคร่งโลก ก็เผยว่ามีเสือตายเฉลี่ย 124 ตัวต่อปี จากการค้าผิดกฏหมาย

“อาชญากรรมสัตว์ป่าใหญ่เป็นอาชญากรรมอันดับสี่ของโลก” เมทินีย์ กล่าว

เธอระบุว่า การค้าสัตว์ผิดกฏหมาย เพื่อตอบสนองความต้องการในการบริโภค ทั้งเป็นอาหาร ยารักษาโรค ของสะสม หรือกระทั่งนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง คือภัยคุกคามเสือรูปแบบหนึ่ง ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นศูนย์กลางการค้าการบริโภคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งผลิต เป็นผู้บริโภค รวมถึงเป็นทางผ่าน และการค้าดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งช่องทางตลาดสดและออนไลน์

“กฎหมายที่เข้มแข็ง การดำเนินคดีอย่างเข้มงวด การติดตามสถานการณ์ การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การลดผลิตภัณฑ์ เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปเพื่อลดการค้าสัตว์ผิดกฏหมายและต้องการความร่วมมือกันในหลาย ๆ ภาคส่วน ช่วยกันอนุรักษ์เสือตอนนี้หรือว่าเราจะไม่มีโอกาสนั้นเลย” เมธินีย์ กล่าว

ด้าน ดร.พรกมล จรบุรมณ์ ตัวแทนจากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) เผยกราฟข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า แนวโน้มที่อยู่อาศัยในป่าที่ลดลง จะทำให้แนวโน้มปริมาณสัตว์ลดลงไปด้วย เธอย้ำว่า การอนุรักษ์สัตว์ที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่ง เช่น วัวแดง จะช่วยอนุรักษ์เสือโคร่งได้ และการอนุรักษ์นี้จะสร้างผลดีต่อระบบนิเวศ

“ถ้าอนุรักษ์เสือโคร่งได้ ก็จะปกป้องดูแล อนุรักษ์ทั้งระบบนิเวศได้” ดร. พรกมล กล่าว

ในขณะที่เสียงจากผู้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ธวัชชัย ไทรสังข์ทัศน์ ผู้นำเยาวชนกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร เผยว่า คนในพื้นที่ไม่ได้มีความเชื่อเรื่องเสือมาตั้งแต่อดีต เพียงแค่มองว่าเสือเป็นสัตว์ดุร้าย เป็นนักล่า

“เมื่อเยาวชนในพื้นที่มีความรู้มากขึ้น พวกเราจึงเริ่มต้นศึกษาธรรมชาติ เกิดความรักและหวงแหนในสิ่งที่เรายังมีอยู่ จากแต่ก่อนเราเจอทุกวันไม่ได้ให้ความสำคัญ ต่อมาก็ศึกษาเรื่องของเสือโคร่ง จากที่แต่ก่อนคนมองว่าคนในพื้นที่มองเสือดุก็เริ่มหายไป” เขาอธิบาย

ทางด้านภาครัฐ พงศ์บุญย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ประธานในการจัดงาน กล่าวว่า “รัฐบาลไทยตระหนักถึงคุณค่าของเสือโคร่งที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศอย่างยิ่ง เนื่องจากเสือโคร่งอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร ผืนป่าที่มีเสือโคร่งอยู่จะมีความหลากหลายทางทรัพยากรชีวภาพ อุดมไปด้วยสัตว์ป่าทั้งที่เป็นเหยื่อและสัตว์ป่าอื่น ๆ พร้อมด้วยพืชพรรณนานาชนิด”

เสือโคร่งจึงเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย พร้อมเชิญชวนทิ้งท้ายให้คนไทยสร้างแนวร่วมในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการอนุรักษ์สัตว์ป่า

บรรยากาศงานเสวนา ‘ป่าไทยไม่ไร้เสือ – Roar for Thai Tigers’ เนื่องในวันเสือโลกประจำปี พ.ศ.2563 / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ชลธิชา ทักษิณาเวศน์

วันเสือโคร่งโลก (Global Tiger Day) ถือกำเนิดขึ้นจากการประชุมสุดยอดผู้นำด้านการอนุรักษ์เสือโคร่ง ณ นครเซนต์ปีตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อ พ.ศ. 2553 โดยที่ประชุมมีมติให้มีการรณรงค์อนุรักษ์เสือโคร่ง ทุกวันที่ 29 กรกฏาคมของทุกปี

สำหรับในประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และองค์กรพันธมิตร ได้จัดนิทรรศการภาพถ่าย ‘ป่าไทยไม่ไร้เสือ’ ณ ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม พ.ศ.2563

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง