ค้านสายตาชาวบ้าน ศาลปกครองยกฟ้องคดีน้ำมันรั่ว ยันหน่วยงานรัฐฟื้นฟูทะเลระยองเรียบร้อยแล้ว

ศาลปกครองระยองอ้างเหตุหน่วยงานรัฐฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมดีแล้ว และพิพากษายกฟ้อง คดีที่กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่วที่ จ.ระยอง เมื่อปี พ.ศ.2556 ฟ้อง 6 หน่วยงานรัฐ ฐานไม่ได้ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม ด้านกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านยืนยัน ผลกระทบน้ำมันรั่วยังชัดเจน กว่า 80% ของน้ำมันรั่วยังปนเปื้อนอยู่ก้นสมุทร จนทะเลระยองทำประมงไม่ได้

เมื่อวันที่ 21 กรกฏาคม พ.ศ.2563 ศาลปกครองระยองอ่านคำพิพากษาคดีปกครอง ที่สมาคมประมงพื้นบ้านเรือเล็กระยอง และประชาชน 454 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง คณะกรรมการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน (กปน.) กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมควบคุมมลพิษ ที่ไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษ บรรเทาผลกระทบที่เกิดแก่ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงชดเชยค่าเสียหายให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและความเป็นจริงอย่างเป็นธรรม

น้ำมันรั่ว
เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดคราบน้ำมันบนชายหาดด้านอ่าวพร้าว ทางตะวันตกของเกาะเสม็ด หลังจากท่อน้ำมันดิบกลางทะเลรั่วลงสู่ทะเลระยอง เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2556 //ขอบคุณภาพจาก: เริงฤทธิ์ คงเมือง/กรีนพีซ

โดยผลการพิพากษาคดีดังกล่าว ทนายความตัวแทนผู้ฟ้องคดีจาก มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน เปิดเผยว่า ศาลปกครองระยองพิพากษาไปในทางเดียวกับความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดี ที่ได้ให้ความเห็นว่า หน่วยงานทั้งหมดดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายตามอำนาจหน้าที่แล้ว จึงเห็นควรยกฟ้อง

อย่างไรก็ดี บรรเจิด ล่วงพ้น ประธานเครือข่ายประมงพื้นบ้านโบสถ์ญวน หนึ่งในโจทก์ผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า จากที่ฟังคำพิพากษา ศาลเหมือนไม่ได้เอาข้อมูลของฝ่ายผู้ฟ้องคดีไปพิจารณา จึงเป็นเหตุให้มีคำตัดสินออกมาในรูปแบบดังกล่าว ถึงแม้ว่าฝ่ายผู้ฟ้องคดีจะมีหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากเหตุน้ำมันรั่วที่ยังคงเห็นอยู่อย่างชัดเจน

โดย บรรเจิด ได้ให้ข้อมูลว่า นับตั้งแต่เหตุน้ำมันรั่วเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา สัตว์น้ำในทะเลระยองที่เคยมีมากมายถึง 80 ชนิดหายไปเกือบหมด สัตว์น้ำที่เหลืออยู่ก็มีสภาพผิดปกติไป ไม่รู้ว่าเป็นอันตรายหากบริโภคหรือไม่ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านต้องเสี่ยงภัยนำเรือเล็กที่มีออกไปหาปลาไกลขึ้น ทำให้ต้นทุนการประกอบอาชีพสูงขึ้น การหาปลาในทะเลเปิดยังอันตรายอย่างยิ่ง ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านระยองต้องเสียชีวิตจากคลื่นลมและพายุแล้วหลายคน

“สาเหตุที่ทะเลระยองยังไม่ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์กลับมาก็เพราะว่า บริษัทผู้รับผิดขอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้จัดการทำความสะอาดคราบน้ำมันที่รั่วไหลลงทะเลอย่างเหมาะสม มุ่งเน้นแต่เพียงจัดการคราบน้ำมันที่ลอยไปเกยหาดเกาะเสม็ดเท่านั้น แต่คราบน้ำมันอีกกว่า 80% ยังคงจมอยู่ใต้ท้องอ่าวระยอง” บรรเจิด กล่าว

“นับตั้งแต่เหตุน้ำมันรั่ว เราพบเต่าทะเลตายกว่า 200 ตัวในพื้นที่อ่าวระยอง อีกทั้งยังพบก้อน tarball ลอยมาเกยหาดทุกปี บ่งชี้ว่าสภาพสิ่งแวดล้อมอ่าวระยองยังคงปนเปื้อนมลพิษอย่างหนัก ผิดกับคำชี้แจงของทางภาครัฐที่บอกว่าได้ทำความสะอาดคราบน้ำมันและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดีแล้ว”

เขากล่าวว่า หลังจากนี้กลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่วจะเตรียมการยื่นอุธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุดต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง