จะนะรักษ์ถิ่นพร้อม 146 องค์กร จี้นายกหยุดโครงการจะนะ ชี้ทำชุมชนแตกแยก

รายงานโดย: ณัฐฐา อายุวัฒนชัย

เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นพร้อม 146 องค์กร ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ ให้ยกเลิกมติครม. และ หยุดใช้อำนาจพิเศษศอ.บต. ดันโครงการจะนะ ชี้ทำชุมชนแตกแยก พร้อมเสนอให้สนับสนุนเอกชนลงทุนในนิคมฯ อื่นที่มีอยู่แล้ว หรือหากทำต่อ ต้องทำให้ถูกตามกฎหมาย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นรวมตัวอ่านแถลงการณ์ // ขอบคุณภาพ: สมบูรณ์ คำแหง

วันนี้ (17 กรกฎาคม พ.ศ. 2563) เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และเครือข่ายภาคประชาชน 146 องค์กร อ่านแถลงจดหมายเปิดผนึกถึง ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ เนินทราย 6,000 ปี บ้านสวนกง อ.จะนะ จ.สงขลา เรียกร้องให้ ‘ยกเลิกมติ ครม.’ และ ‘หยุดใช้อำนาจพิเศษของ ศอ.บต.’ ในการขับเคลื่อนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ซึ่งกำลังทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ 

แถลงการณ์ดังกล่าวตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติหลายประการตั้งแต่โครงการนี้ดำเนินการมา เช่น ใช้อำนาจของรัฐบาล และ ศอ.บต. ดำเนินการอย่างรวบรัดขั้นตอนโดยขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน แม้ภายหลังมีความพยายามจัดให้มีเวทีชี้แจงโครงการและรับฟังความคิดเห็น แต่กลับเป็นเพียงการจัดเวทีเพื่อเป็นการชี้แจงโครงการถึงผลดีของโครงการ โดยไม่ได้พูดถึงผลกระทบที่จะเกิดแต่อย่างใด อีกทั้งผู้ที่สามารถเข้าร่วมเวทีได้นั้นเป็นเพียงผู้นำท้องถิ่นหรือประชาชนที่ได้รับการคัดเลือกให้มาเข้าประชุม ปิดกั้นกลุ่มคนที่เห็นต่างในการแสดงความคิดเห็นหรือในการเข้าร่วม ดังเช่นเวทีที่โรงเรียนจะนะวิทยาเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา 

ด้านอำนาจหน้าที่ของ ศอ.บต. ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลโครงการ แม้จะอ้างว่าดำเนินการตาม พรบ. บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 แต่กฎหมายดังกล่าวก็ไม่ได้กำหนดระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนต่อการใช้อำนาจในเรื่องนี้ ศอ.บต. อาจจะกำลังดำเนินโครงการนี้เกินอำนาจหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนเพียง 2 บริษัท ที่ได้ผลประโยชน์

โครงการขนาดใหญ่อย่างจะนะ นับว่าเข้าข่ายโครงการที่ต้องมีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน (รายงาน EIA และ EHIA) หรือผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) แต่ไม่ปรากฏว่าได้มีการดำเนินการใด ๆ และไม่ได้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนตามกฎหมายนี้ ก่อนที่จะอนุมัติโครงการ 

ยิ่งไปกว่านั้น การดำเนินงานของ ศอ.บต. ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความขัดแย้งและแตกแยกของคนในพื้นที่ 3 ตำบลอย่างหนัก และกำลังลุกลามไปทั้งอำเภอจะนะ ดังปรากฏในการประชุมวันที่ 11 ก.ค. ซึ่งวันนั้น ศอ.บต. ก็ขาดความชัดเจนว่าวัตถุประสงค์การจัดงานคืออะไร และอยู่ในขั้นตอนใดของโครงการ

ดังนั้นเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และเครือข่ายภาคีภาค 146 องค์กรภาคประชาชนจึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและหาข้อมูลรองรับฐานความคิดของโครงการนี้ที่อ้างว่า จะสามารถสร้างอาชีพและสร้างรายได้มากขึ้นจนจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ รวมถึงศึกษาศักยภาพโดยรวมของอ.จะนะว่าควรจะต้องพัฒนาไปในทิศทางไหน มากกว่าการยัดเยียดนิคมอุตสาหกรรมให้กับประชาชนในพื้นที่เท่านั้น

พร้อมเสนอในนายกฯ และรัฐบาลดำเนินการดังนี้ 

  1. ขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการนี้ โดยต้องยกเลิกมติครม.ที่อนุมัติหลักกการและงบประมาณทั้งสองครั้ง (7 พ.ค.2562 และ 21 ม.ค.2563) ทั้งนี้ รัฐบาลควรจะต้องสร้างมาตรการและเชิญชวนให้ภาคเอกชนได้เข้าไปใช้ประโยชน์พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ (ฉลุง) และเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา ที่มีอยู่พื้นที่จ.สงขลาแล้วก่อน
  2. หากรัฐบาลจะเดินหน้าเพื่อพัฒนาอ.จะนะต่อไป ต้องมีการศึกษาการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) และการศึกษาผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) ตามมาตรา 58 และขอให้มีการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น

จดหมายเขียนเรียกร้องในตอนท้ายว่า ให้ทุกภาคส่วน ออกมาเรียกร้องในทุกรูปแบบ เพื่อให้รัฐบาลโดยนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นและภาคีเครือข่ายภาคประชาชนดังกล่าวต่อไป

อ่านจดหมายฉบับเต็มได้ที่นี่