19 ปีที่น้ำเปื้อนพิษ ชาวบ้านน้ำพุ วอนสืบต้นตอน้ำเสียอย่างโปร่งใส 

ปัญหามลพิษโรงงานรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมราชบุรียังเรื้อรัง ชาวบ้านน้ำพุ บุกกระทรวงทรัพฯ วอนกรมน้ำบาดาลสืบต้นตอน้ำเสียอย่างโปร่งใส พร้อมฝากถึงกรมโรงงานอุตสาหกรรม ต้องทำหน้าที่กำกับดูแลโรงงานในสังกัด

13 กรกฎาคม พ.ศ.2563 เครือข่ายคนรักษ์ต้นน้ำจังหวัดราชบุรี ยื่นหนังสือร้องเรียนแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้พิจารณาสั่งการกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด ให้ปฏิบัติงานสำรวจขอบเขตการปนเปื้อนสารอันตรายจากโรงงานรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมอย่างโปร่งใส เนื่องจากมีการกีดกันไม่ให้ประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบ อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนแผนกับทางบริษัทผู้ก่อมลพิษ โดยไม่ได้หารือกับชุมชน

ตัวแทนเครือข่ายคนรักษ์ต้นน้ำจังหวัดราชบุรี ยื่นหนังสือร้องเรียนแก่ตัวแทนเลขารัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช

ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านตำบลน้ำพุ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหากลิ่นเน่าเสียและแหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมีอันตราย จากการประกอบกิจการฝังกลบและรีไซเคิลของเสียอันตรายของบริษัท แวกซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด เมื่อตรวจน้ำบาดาลระดับลึก พบสารโลหะหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน 4 ชนิด (นิกเกิล แมงกานีส ตะกั่ว และสารหนู) พร้อมทั้งสารอินทรีย์ระเหยง่าย กระทบแหล่งน้ำอุปโภคและบริโภค และทำสวนลำไยซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของตำบล โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวตำบลน้ำพุ ที่ตั้งอยู่นอกเขตชลประทาน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน เมื่อเข้าสู่กระบวนการ “ขุดเจาะสำรวจพื้นที่” ต้นเดือนกรกฎาคมปีนี้ เพื่อตามหาต้นตอการปนเปื้อนว่าเกิดขึ้นจุดใดบ้างในพื้นที่โรงงานกว่า 300 ไร่ สำหรับจัดทำแนวทางการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมต่อไป กระบวนการดังกล่าวกลับไม่ได้ดำเนินการอย่างโปร่งใส เครือข่ายฯ จึงได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนแก่รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2 ประการ

  1. ขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล พิจารณาทบทวนจุดเจาะสำรวจให้เป็นไปตามแผนเดิมที่คณะทำงานตรวจสอบแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้เห็นชอบไว้แล้ว 
  2. ขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยอมรับและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมสังเกตการณ์การสำรวจครั้งนี้ของประชาชนตำบลน้ำพุและองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ พร้อมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่นเข้าร่วมสังเกตการณ์เพื่อร่วมเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อไป

    ต้นลำไยยืนต้นตายในสวนของธนู งามยิ่งยวด ชาวบ้านตำบลน้ำพุ ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่โรงงาน // ขอบคุณภาพ: กานต์ ทัศนภักดิ์

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เครือข่ายคนรักษ์ต้นน้ำจังหวัดราชบุรี ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมโรงงาน ร้องเรียนให้กรมโรงงาน ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล พิจารณาทบทวนและกำกับพฤติการณ์ของบริษัทฯ ที่ละเมิดมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องหลายปีจนก่อความเดือดร้อนต่อประชาชน  

“ปัญหารากลึก คือ ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ กรมอุตสาหกรรมมักจะแสดงบทบาทส่งเสริมโรงงานในสังกัดมากกว่ากำกับดูแล เราควรมีมาตรการและกฎหมายที่ส่งเสริมกระบวนการควบคุม เช่น มีกฎหมายอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางเก็บตัวอย่างดินไปตรวจสอบ ไม่ใช่ดำเนินการโดยบริษัทเอกชนเหมือนที่เป็นอยู่”

สิบเอ็ก สรวิช์ สระเกตุ นักป้องกันสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ซึ่งติดตามประเด็นดังกล่าวมานานกว่า 7 ปี กล่าว

ด้าน มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) ดาวัลย์ จันทรหัสดี ที่ปรึกษาซึ่งทำงานร่วมกับชุมชน แสดงความเห็นว่า ยังมีชุมชนอื่นๆ ในไทยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเสียโรงงานรีไซเคิลหลายแห่ง อาทิ กรณีชุมชนหนองพวา จังหวัดระยอง ซึ่งเผชิญกับปัญหาน้ำเสียมากว่า 10 ปี และกรณีตำบลท่าถ่าน อำเภอพนมสารคาร จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ประสบปัญหาน้ำเสียจากโรงงานรีไซเคิลน้ำมัน

ปัญหามลพิษจากโรงงานรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมราชบุรีดังกล่าวได้ถูกร้องเรียนตั้งแต่ปีพ.ศ.2544 ก่อนนำสู่การฟ้องร้องคดีแบบกลุ่มครั้งแรกของประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ.2560 ตุลาคมปีนี้ จะดำเนินการสืบโจทก์และจำเลย ปัจจุบัน บริษัทแว็กซ์ กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งมีโรงงานจำนวน 9 โรงและร้านรับซื้อของเก่า 1 ร้านในพื้นที่ ได้หยุดดำเนินการบางส่วนชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่าพบเห็นการขนถ่ายสารเคมีเข้าออกอยู่เป็นครั้งคราว

ตำรวจตรวจจับการนำกากสีเข้าโรงงาน กันยายน พ.ศ.2562 // ขอบคุณภาพ: ชาวบ้านตำบลน้ำพุ