“หนูอยากเกิดในโลกที่อากาศบริสุทธิ์” น้องยะห์เรียกร้อง ก่อนประชาพิจารณ์เขตอุตสาหกรรมจะนะ

วงเสวนาย้ำ ไม่ได้ปฏิเสธความก้าวหน้าหรือการพัฒนา แต่ปฏิเสธความไม่รับผิดชอบและการเปลี่ยนผังเมืองแบบขาดการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น ชี้เศรษฐกิจที่ยั่งยืนต้องมาจากฐานทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่น ร้องครม. ให้เลื่อนการประชุมวันที่ 11 ก.ค. ออกไปก่อน

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดเวที “การเคลื่อนตัวของเกลียวคลื่นกลางกรุงกับลูกสาวแห่งทะเลจะนะ”  1 วันก่อนการรับฟังคำตัดสินจากมติ ครม. นิคมอุตสาหกรรมจะนะ

น้องยะห์
น้องยะห์กล่าวในเวทีเสวนา“การเคลื่อนตัวของเกลียวคลื่นกลางกรุงกับลูกสาวแห่งทะเลจะนะ” ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ //ขอบคุณภาพจาก: สื่อเถื่อน

กว่าหนึ่งสัปดาห์ พี่น้องชาวจะนะเดินทางกว่า 900 กม. มายังกรุงเทพฯ ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีและกรมโยธาฯ เพื่อถามถึงความชอบธรรมในการเปลี่ยนผังเมืองและเรียกร้องให้ยกเลิกมติ ครม. นิคมอุตสาหกรรมจะนะ

ครียะห์ ระหมันยะ หรือน้องยะห์ ‘ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ’ เผยถึงจุดประสงค์ที่เดินทางมายังกรุงเทพฯ ว่า “อยากบอกเล่าเรื่องราวว่าสถานการณ์ที่บ้านของหนูเกิดอะไรขึ้นบ้าง” “ความรู้สึกมันสุดจะทนแล้วกับผู้นำในพื้นที่ ยื่นหนังสือไปกว่าจะได้คำตอบ หนูเลยอยากในสิ่งที่หนูทำได้ค่ะ”

เธอบรรยายถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลจะนะว่าบ้านของเธอห่างจากทะเลไม่ถึง 30 ก้าว วันดีคืนดีก็เจอปลาโลมาสีชมพูว่ายอยู่หน้าบ้านได้  ถ้าวันไหนอยากกินอาหารทะเลก็สามารถหาได้บริเวณบ้าน พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้มีอาชีพประมงที่สามารถสร้างรายได้ 300 ล้านบาทต่อปี และอาชีพนกเขาที่สร้างรายได้มหาศาลแถมยังก็ยังสร้างอาชีพอื่น ๆ เพิ่มด้วย

น้องยะห์ ชี้ว่า ด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ทำให้เกิดภูมิปัญญา เธอเผยถึงข้อมูลจากกลุ่ม ‘เด็กรักหาดสวนกง’ ว่า จะนะมี 17 ภูมิปัญญา เช่น ‘ดูหลำ’ คือการฟังเสียงปลา การทำ ‘ปลาเส้น’ เพื่อเพิ่มมูลค่าปลา

เธอให้ความเห็นว่า การพัฒนาแท้จริงต้องเกิดจากฐานทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว ถ้ารัฐนำเงินมาทำโรงเรือนเล็ก ๆ ให้ชุมชนพัฒนาตนเองแทนการนำเงินหลายหมื่นล้านไปสร้างโรงงาน จะสามารถสร้างอาชีพและรายได้มากขึ้นกว่านี้

น้องยะห์กล่าวทิ้งท้ายพร้อมน้ำตาว่า “หนูเป็นเด็กคนนึงที่อยากเกิดมาในโลกที่มีอากาศบริสุทธิ์ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี นิคมฯ ในภาคตะวันออกมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ามันแก้ไขปัญหาไม่ได้ ตอนนี้มันจะมาที่ภาคใต้แล้วต่อไปมันจะมาที่ภาคไหนต่ออีก การที่เราชาวจะนะออกมาปกป้องสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่แล้วเราผิดตรงไหน”

ในด้านนักวิชาการผังเมือง ภารนี สวัสดิรักษ์ ระบุว่า กรมโยธาฯ มีแผนจะปรับผังเมืองใหม่อยู่แล้วกำลังอยู่ในกรรบวนการ แต่ ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) เสนอเอกสารอันนี้เข้าไปสู่การประชุมครม. แล้วครม. เห็นชอบในหลักการ

“ศอ.บต. ให้เหตุผลที่ต้องมีนิคมอุตฯ เพราะว่าสงขลาไม่มีนิคมอุตสหกรรมขนาดใหญ่ที่จะรองรับแรงงานเป็นจำนวนมาก ดิฉันในฐานะนักผังเมืองเห็นว่า นี่ไม่ใช่เหตุผลของการเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม เพราะการเปลี่ยนผังเมืองไม่ได้เปลี่ยนตามความต้องการของใครที่เห็นว่าจังหวัดไหนไม่มีนิคมอุตสาหกรรม ถ้าสมมติเห็นชอบด้วยเหตุผลนี้ อีกหน่อยจังหวัดที่ไม่มีนิคมอุตสาหกรรมก็จะขอกันมาเป็นดอกเห็ด” เธอระบุ

เธอยังตั้งข้อสังเกตถึง อำนาจและบทบาทของ ศอ.บต. พรบ. ไม่ได้ให้ศอ.บต. ประกาศจะนะเป็นพื้นที่พิเศษ ไม่ได้ให้อำนาจ ศอ.บต. เป็นพนักงานการผัง ศอ.บต. ไม่ได้ยื่นผังนี้ไปตามขั้นตอนที่ควรผ่าน อบจ. ก่อน

“ศอ.บต. ทำหน้าที่เกินอำนาจที่กฏหมายกำหนด จะตั้งใจดีหรือไม่ดีไม่รู้ แต่ไม่ได้ตั้งใจดีกับคนจะนะแน่นอน” เธอกล่าว

เช่นเดียวกับ สมชาย ฝั่งชลจิตร สส.พรรคก้าวไกลและคณะกรรมธิการชุดที่ดินและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า  “ประเด็นของศอ.บต. แสดงให้เห็นโครงสร้างของรัฐที่ไม่ได้สนใจต่อความรู้สึกและความเป็นจริงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน”

เขาชี้ว่า ศอ.บต. ไม่ให้ความสำคัญกับท้องทะเล เศรษฐกิจของรัฐไทยไม่สนใจสิ่งแวดล้อม การเคลื่อนไหวด้วยองค์ความรู้นั้นจึงสำคัญ คนที่มาช่วยจะนะก็เหมือนช่วยท้องทะเลไทยด้วย

เขาให้ความเห็นว่า ศอ.บต. ทำผิดยุทธศาสตร์ของตัวเอง ในข้อที่ 3 ที่บอกว่าจะสร้างพื้นที่และสภาพแวดล้อมเพื่อแสวงหาทางออกความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และข้อที่ 6 ที่ว่าพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับคนในพื้นที่ วิถีชีวิตและความต้องการของประชาชน

จะนะ
ป้ายผ้าประท้วงโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะภายในงานเสวนา “การเคลื่อนตัวของเกลียวคลื่นกลางกรุงกับลูกสาวแห่งทะเลจะนะ” / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณัฐฐา อายุวัฒนชัย

สมชาย ระบุว่า วันนี้ (8 ก.ค.) จะตั้งกระทู้สอบถามต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในที่ประชุม เพื่อให้ตอบคำถามยืนยันว่าการรับฟังความคิดเห็นสามารถเลื่อนได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าสภาจะยอมให้เราตั้งกระทู้ด่วนหรือไม่ แต่ไม่ทราบว่าสภาจะมีลักษณะกีดขวางเราหรือไม่ ถ้าไม่ยอมให้เราตั้ง ก็แสดงว่าเขาคงเคลื่อนกันเป็นขบวน

ด้าน ชาญวิทย์ อร่ามฤทธิ์ ที่ปรึกษา กป.อพช. กล่าวว่า “การจะสร้างอุตสาหกรรมต้องประเมินจากสภาพความเป็นจริงของพื้นที่นั้น ๆ การรับฟังความคิดเห็นต้องรับฟังจริง ๆ ไม่ใช่เพียงละ 3-5 นาที ให้มีนักวิชาการทั้งจากฝ่ายภาคประชาสังคมและผู้จะทำโครงการมาถกกัน เพื่อให้เกิดความพัฒนาที่เป็นจริงและยั่งยืน”

“ถ้าพรุ่งนี้มติครม. ออกมาว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงเลื่อนเวทีวันที่ 11 ที่จัดโดย ศอ.บต. ได้ ผมคิดว่าเราเคลื่อนตัวทั้งนักวิชาการ พี่น้องชาวจะนะ และคนใน Social Media หนุนช่วยกันหลาย ๆ ทางผมคิดว่านี่คือโอกาส นี่คือ New Normal จริง ๆ” เขากล่าว

ศอ.บต. จะจัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงการ ในวันที่ 11 ก.ค.63 เวลา 09.30-12.30 น. ที่ห้องประชุมโรงเรียนจะนะวิทยา ต.สะกอม อ.จะนะ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง