เครือข่ายประชาชนร้องยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ไม่จำเป็นและลักไก่ดันโครงการพัฒนา

เครือข่ายประชาชน 5 ภูมิภาค ยื่นหนังสือรัฐบาลจี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เชื่อรัฐฉวยโอกาสลากยาว ต่อพ.ร.ก.อีก 1 เดือนแฝงการเมือง ​นักกฎหมายชี้ รัฐฉวยโอกาสคุกคามสิทธิเสรีภาพแสดงความเห็นประชาชนหลายพื้นที่ แนะใช้กฎหมาย พ.ร.บ.โรคติดต่อ – พ.ร.บ.สาธารณสุข ก็เพียงพอ

26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เวลา 9.00 น. กลุ่มประชาชนในนามเครือข่ายประชาชน 5 ภูมิภาค เดินทางมายื่นหนังสือลงรายชื่อเครือข่ายและผู้เห็นด้วย 390 ราย ณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้รัฐยกเลิกการเตรียมประกาศต่ออายุพระราชกำหนดฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 1 เดือนช่วงมิถุนายน โดยอ้างว่าเพื่อควบคุมโรคโควิด-19 เพราะไม่จำเป็นและเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพแสดงความคิดเห็นของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ต่างๆ ซึ่งประชาชนในพื้นที่มีส่วนได้เสีย 

สมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ซึ่งการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นเป็นหนึ่งในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ล่าสุด การประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาการประกาศบังคับใช้พระราชกำหนดฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 1- 30 มิถุนายน พ.ศ.2563

“ขณะนี้โครงการพัฒนาต่างๆ ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ แต่กลับกลายว่าประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิใช้เสียงในการระงับโครงการ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นรูปแบบการใช้อำนาจที่คลุมเครือขาดการถ่วงดุลตรวจสอบ ซึ่งรัฐต้องใช้อำนาจด้วยความระมัดระวังและจำกัดเท่าที่จำเป็น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า รัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานความมั่นคงกำลังอ้างอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อฉวยโอกาสจำกัดและคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน” 

ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความและผู้ประสานงานมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน หนึ่งในตัวแทนเครือข่ายที่เข้ายื่นหนังสือกล่าว 

เครือข่ายประชาชน 5 ภูมิภาค ยื่นหนังสือขอให้รัฐยกเลิกการเตรียมประกาศต่ออายุสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 1 เดือน / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช

เธอยกตัวอย่างกรณีโครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มีแผนจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนช่วงวันที่ 14 – 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา แม้จะมีพระราชกำหนดฉุกเฉินอยู่ หากไม่ใช่เพราะ ไครียะห์ “ยะห์” ระหมันยะ เยาวชนบ้านสวนกงวัย 17 ปี ไปยื่นจดหมายเรียกร้องให้เลื่อนการจัดเวทีและปักหลักรอ ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา เวทีซึ่งไม่เคารพการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ดังกล่าวคงจะจัดขึ้น เพื่อให้โครงการพัฒนาเดินหน้าได้ต่อตามกระบวนการทางกฎหมาย

“กรณีแบบนี้ยังอาจเกิดได้หลายพื้นที่ สิ่งที่กดทับประชาชนไม่ใช่สถานการณ์โรคระบาด แต่เป็นพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โครงการต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบระยะยาวจะฉวยโอกาสเดินหน้าและทำให้ประชาชนต้องทนทุกข์ไปตลอดชีวิต”

เธอระบุด้วยว่า  เกิดกรณีกิจกรรมชาวบ้านถูกคุกคามหลายแห่ง เช่น กรณีเหมืองแร่ที่บำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 28 เมษายน ชาวบ้านได้ออกมาเรียกร้องให้กระบวนการให้สัมปทานเหมืองแร่ยุติไปก่อนในระหว่างนี้ โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งยืนห่างกัน ใส่หน้ากากอนามัย แต่กลับถูกเรียกไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ 

ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ประมาณ 20 คน ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ ‘ล็อคดาวน์เหมืองแร่ หยุดฉวยโอกาสให้สัมปทานเหมือง’ // ขอบคุณภาพ: เพจเหมืองแร่ ชัยภูมิ

หรืออีกกรณีที่รู้จักกันใน #Saveหาดม่วงงาม ชาวบ้านหาดม่วงงาม จังหวัดสงขลา ออกมาคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยชาวบ้านไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีโครงการนี้ เมื่อพบผู้รับเหมามาก่อสร้างจึงรวมตัวจัดกิจกรรมคัดค้าน ทำหนังสือถึงตำรวจแจ้งการจัดกิจกรรมตามกระบวนการ ระบุว่ามีคนเข้าร่วมประมาณยี่สิบ และมีมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม แต่ตำรวจไม่อนุญาตให้จัด อ้างว่ามี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และสถานการณ์โควิด หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้น (24 พฤษภาคม) ตำรวจราวร้อยนายมาบริเวณชายหาดเพื่อตามเช็คชาวบ้านว่าใครทำอะไร

เธอและเครือข่ายเชื่อว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีกต่อไป เพราะขณะนี้สถิติของผู้ติดเชื้อลดลงตามลำดับ จนแทบไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่แล้ว และที่สำคัญรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบังคับใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ที่ให้อำนาจไว้อย่างครอบคลุมและเป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์โดยตรงในการควบคุมโรคติดต่อ ควบคู่กับการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มแข็งและการประสานความร่วมมือกับประชาชน 

นอกจากนี้ยังมีกฎหมายฉบับอื่นๆ ที่สามารถบังคับใช้ประกอบกันเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดได้โดยไม่จำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เช่น พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ และพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จึงไม่จำเป็นที่ต้องต่ออายุหรือมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก

“มันกลายเป็นว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องการควบคุมโรค แต่เป็นการควบคุมสิทธิเสรีภาพของประชาชน”