iNaturalist ชวนสำรวจนิเวศใกล้บ้าน ให้ธรรมชาติบำบัดความเครียดช่วงมาตรการล็อคดาวน์

23-27 เมษายนนี้ ชวนคนไทยผ่อนคลายความเครียดและภาวะขาดธรรมชาติในช่วงกักตัว พร้อมสวมบทบาทนักวิทยาศาสตร์พลเมือง ช่วยวงการวิทยาศาสตร์สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ ออกสำรวจสิ่งมีชีวิตรอบตัว ด้วยแอพพลิเคชั่น iNaturalist 

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติลอสแองเจลีส และสถาบันวิทยาศาสตร์แคลิฟอร์เนีย ชวนผู้คนทั่วโลกร่วมสนุกไปกับกิจกรรม  “สำรวจธรรมชาติในเมือง” (City Nature Challenge) ออกสำรวจธรรมชาติในบ้านและบริเวณรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นพืช แมลง นก หรือเห็ดรา ระหว่างวันที่ 23-27 เมษายนนี้ โดยการถ่ายรูปธรรมชาติที่พบและอัพโหลดรูปขึ้นแอพพลิเคชั่น iNaturalist.org เพื่อเก็บสถิติแข่งขันกันทั่วโลก

“ธรรมชาติในเมืองเป็นเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่ในด้านสุขภาพกาย แต่ยังดีต่อสุขภาพใจด้วย กิจกรรมนี้ยิ่งเหมาะกับเด็กๆ ที่ปิดเทอมยาวอยู่ เรากักตัวอยู่บ้านกันนาน ๆ เด็ก ๆ อาจเบื่อสมุดระบายสี หรือเกมต่าง ๆ กันบ้างแล้ว เราชวนเขาออกไปหา ‘ยาแก้เบื่อ’ โดยการเปิดประสาทสัมผัสกับธรรมชาติรอบตัว ที่สมจริงมากกว่าจอวิดีโอเกม 3D”

อุเทน ภุมรินทร์ นักสื่อสารธรรมชาติและนักชีววิทยาเชิงอนุรักษ์ กลุ่มเนเจอร์ เพลิน กล่าว ที่ผ่านมา กลุ่มของเขาจัดกิจกรรมพาเด็กหลายวัยไปรู้จักและเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ ด้วยความเชื่อว่าการได้สัมผัสธรรมชาตินั้นมีประโยชน์ ทั้งให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพร่างกาย และทักษะชีวิตที่จำเป็นต่างๆ เช่น การสังเกตและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงเรียนรู้การเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมือง (Citizen Science) 

วิทยาศาสตร์พลเมือง คือ แนวคิดว่าคนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมการทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตรืได้ เช่น แอพพลิเคชั่น iNaturalist นี้จะนำข้อมูลที่ผู้ใช้อัพโหลดรวมรวมเป็นฐานข้อมูล ร่วมกับฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ Global Biodiversity Information Facilty เปิดให้สาธารณะใช้งานได้ ปัจจุบันงานวิจัยวิทยาศาสตร์หลายชิ้นได้อ้างอิงข้อมูลนี้ เช่น การค้นพบผึ้งที่ใกล้สูญพันธุ์ในฟิลิปปินส์บน iNaturalist หลังจากไม่มีผู้ใดพบตั้งแต่ปีพ.ศ.2533 และการติดตามจำนวนกุ้งแดง (Red Swamp Crayfish) ซึ่งเป็นสปีชีส์ต่างถิ่นที่รุกรานระบบนิเวศน้ำจืดทั่วโลก

กิ้งก่าคอแดง หนึ่งในกิ้งก่าที่พบได้บ่อยในเมือง // ขอบคุณภาพ: Nature Plearn

นอกจากนั้น โอกาสสัมผัสธรรมชาติยังช่วยลดภาวะขาดธรรมชาติ (Nature Deficit Disorder) ที่อาจเกิดทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แม้ปัจจุบันยังไม่ได้รับรองเป็นโรคทางการแพทย์ ทว่างานวิจัยหลายชิ้นได้รับรองว่าการขาดธรรมชาติอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต เด็กที่เติบโตโดยการใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว จะมีแนวโน้มเป็นโรคสมาธิสั้นและมีภาวะซึมเศร้า 

ตัวอย่างงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้แก่ งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Carleton University ประเทศแคนาดา เรื่อง “ประโยชน์ด้านจิตวิทยาและสังคมของประสบการณ์ธรรมชาติในเด็ก: การสำรวจเบื้องต้น” ได้ทดลองพาเด็กชั้นประถม 80 คนไปทำกิจกรรมที่โรงเรียนในป่ากับพิพิธภัณฑ์ยานอวกาศ พบว่าเด็กๆ มีอารมณ์ทางบวกกับพฤติกรรมเอื้อต่อสังคม (Prosocial behavior) เช่น อยากแบ่งปันหรือช่วยเหลือผู้อื่นมากกว่าเมื่อไปโรงเรียนในป่าที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

อุเทน เชื่อว่า ในช่วงล็อกดาวน์นี้ แม้จะออกไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติหรือสวนไม่ได้ การตามหาธรรมชาติในบ้านไม่ใช่เรื่องยาก 

“ตัวอย่างผมอยู่แมชชันในกรุงเทพฯ หน้าตึกมีต้นปีปกับต้นตีนเป็ดอยู่ เคยสำรวจนกอยู่ครึ่งชั่วโมง เราเจอนก 15 ชนิด เป็นนกในเมือง เช่น นกเอี้ยง นกปรอดสวน นกปรอดนางนวล อีกา นกกางเขนบ้าน ถ้าบ้านใครมีขอนไม้ จะมีหนอนด้วงเต็มไปหมด แล้วช่วงนี้ หน้าร้อนดอกไม้เยอะ เราจะเห็นพวกดอกไม้สีเหลือง”

นกอีแพรดแถบอกดำ หนึ่งในนกที่พบได้บ่อยในเมือง // ขอบคุณภาพ: Nature Plearn

เขายังแนะนำว่าสามารถสังเกตแมลง ผีเสื้อกลางคืน และสัตว์ขาปล้อง เช่น แมงมุม ได้ง่ายๆ ที่บ้าน ที่สำคัญ ถึงแม้ว่ากิจกรรมสำรวจธรรมชาตินี้จะฝึกฝนการเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมือง ทว่าเด็กๆ ไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบที่ถูกต้องทันที เพื่อจุดประกายความใคร่รู้ว่าธรรมชาติรอบตัวนั้นแตกต่างกันอย่างไรต่อ

“เหตุการณ์ที่ผมประทับใจจากที่ทำกิจกรรมธรรมชาติกับเด็กๆ มากที่สุด คือ ครั้งหนึ่งผมพาเด็กๆ เดินดูสวนที่นครนายก น้องอายุหกขวบหยิบผลมะฮอกกานีใบใหญ่มาถามผมว่าคืออะไร ผมกำลังจะตอบชื่อไปแล้ว แต่ฉุกคิดได้ว่า ถ้าเราตอบชื่อไปมันอาจจบไปเลย เด็กได้คำตอบแล้วก็อาจทิ้งผลที่เก็บมาไป แล้วแกก็พูดขึ้นว่าเหมือนเรือเลย ถือผลนั้นเอาไปชวนเด็กอีกคนคุยต่อ”

กิจกรรม “สำรวจธรรมชาติในเมือง” กับแอพพลิเคชั่น iNaturalist เปิดให้สำรวจธรรมชาติได้ตั้งแต่วันที่ 23- 27 เมษายน พ.ศ.2563 สามารถอัพโหลดรูปขึ้นแอพพลิเคชั่นเพื่อจำแนกสปีชีส์ได้ถึงวันที่ 3 พฤษภาคม และประกาศผลสถิติการสำรวจธรรมชาติในเมืองต่างๆ ทั่วโลก วันที่ 4 พฤษภาคม 

แอพพลิเคชั่น iNaturalist // ขอบคุณภาพ: Missouri Department of Conservation

วิธีการใช้งาน

  1. ค้นหาพืช และสัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตอื่น เช่น เห็ดราและไลเคน ในบ้านและพื้นที่รอบข้าง
  2. ถ่ายภาพพืชและสัตว์ที่พบ
  3. แชร์ผลการสำรวจลงในแอพลิเคชั่น  iNaturalist หรือแอพพลิเคชั่น Seek by iNaturalist (เหมาะสำหรับเด็กเพราะไม่ต้องสมัครสมาชิก) แอพพลิเคชั่นจะช่วยแนะนำว่าสิ่งมีชีวิตที่พบเป็นสายพันธุ์อะไร โดยอ้างอิงจากรูปสิ่งมีชีวิตที่หน้าตาใกล้เคียงและฐานข้อมูลสิ่งมีชีวิตที่พบในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ผู้ใช้งานคนอื่นยังสามารถเข้ามาช่วยจำแนกสปีชีส์ได้ด้วย หากสิ่งมีชีวิตที่พบเป็นพืชปลูกหรือสัตว์เลี้ยง ให้เลือกว่า Captive/Cultivated

เทคนิคการถ่ายรูปเก็บข้อมูลวิทยาศาสตร์

  • ถ่ายรูปเจาะจง 1 สปีชีส์ต่อ 1 รูป
  • ถ่ายให้สปีชีส์อยู่ตรงกลาง และใกล้เพื่อให้สามารถระบุสายพันธุ์ได้
  • ถ่ายได้หลายรูป หลายมุม เช่น หากอยากเก็บข้อมูลต้นไม้ อาจถ่ายเปลือก ใบ และดอก แยกรูปกัน
  • อาจติด Macro Lense กับกล้องโทรศัพท์เพิ่ม เพื่อได้รูปที่ใกล้ยิ่งขึ้น 

เทคนิคการสังเกตธรรมชาติในบ้าน

คู่มือแนะนำการสังเกตธรรมชาติในบ้านช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 จัดทำโดย iNaturalist 

สำหรับประเทศไทย สามารถใช้คู่มือชีวิตป่าเมืองกรุง จัดทำโดยมูลนิธิโลกสีเขียว เพื่อเป็นแนวทางสำรวจสัตว์ในเมือง และหากมีคำถาม สามารถสอบถามกลุ่ม Nature Plearn Club ได้ในเพจเฟสบุ๊ก 

 

กิจกรรมอื่นๆ สำหรับเรียนรู้เรื่องธรรมชาติระหว่างอยู่บ้าน

เกมตามล่าสมบัติในธรรมชาติ (Scavenger Hunt) ชวนเด็กๆ หาใยแมงมุม แมลง และสีต่างๆ ในธรรมชาติแล้วถ่ายรูป

กิจกรรมสร้างสรรค์งานศิลปะ (Nature Craft) นำใบไม้และดอกไม้มาสร้างสรรค์เป็นรูปต่างๆ

ดูตัวอย่างกิจกรรมและดาวน์โหลดใบกิจกรรมต่างๆ ได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Nature Plearn Club  และ เว็บไซต์ของ Penny Whitehouse นักกิจกรรมสื่อสารธรรมชาติชาวออสเตรเลีย