“แม่น้ำโขงไม่ใช่ก๊อกน้ำ” ไม่มีระบบนิเวศในสายตาของชาติลุ่มน้ำโขง วิพากษ์คำแถลง MRC โต้รายงานภัยแล้งจากเขื่อนจีน

คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) แย้งผลการศึกษาของ Eyes on Earth ต่อประเด็นผลกระทบภัยแล้งในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง จากการกักเก็บน้ำของเขื่อนจีน โดยยังยืนยันว่า สาเหตุของสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง เกิดจากสภาวะอากาศที่แห้งแล้งผิดปกติจากสภาวะ El Nino ในช่วงฤดูมรสุมของปีที่ผ่านมา

ด้านนักรณรงค์สิ่งแวดล้อมให้ความเห็นว่า ข้อโต้แย้งของ MRC สะท้อนถึงปัญหาสำคัญสองประการต่อการจัดการทรัพยากรร่วมกันในลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ การขาดการเปิดเผยแลกเปลี่ยนข้อมูลน้ำและการบริหารเขื่อนระหว่างชาติสมาชิกในลุ่มแม่น้ำโขง และ การละเลยความสำคัญของระบบนิเวศแม่น้ำโขง จนเป็นเหตุให้เกิดหายนะทางระบบนิเวศอย่างร้ายแรง สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดทั้งลุ่มน้ำโขง

ชาวประมง
ชาวประมงพื้นบ้านใน จ.สตึงแตรง ประเทศกัมพูชา ออกหาปลาในแม่น้ำโขง / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ภายหลังจาก ศูนย์วิจัยสหรัฐ Stimson Center เปิดเผยผลการศึกษาชิ้นสำคัญของ Eyes on Earth เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงและความแปรปรวนของระดับน้ำแม่น้ำโขงระหว่างช่วงเดือนเมษายน – กันยายน พ.ศ.2562 ไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศแห้งแล้งผิดปกติตลอดทั้งลุ่มน้ำอย่างที่เข้าใจกัน หากแต่เป็นผลมาจากการกักเก็บน้ำของเขื่อนจีน จนเป็นเหตุให้ระดับน้ำในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างลดลงจนแห้งขอดผิดฤดูกาล แม้ว่าผลวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวบ่งชี้ว่า ลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในเขตประเทศจีนมีสภาพอากาศชุ่มชื้นและได้รับปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 เมษายน MRC ได้ออกรายงานโต้แย้งผลการศึกษาชิ้นดังกล่าว โดยระบุข้อโต้แย้งว่า แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมที่รายงานถึงสภาพอากาศชุ่มชื้นกว่าปกติ บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในเขตประเทศจีน จะตรงกับความเป็นจริง แต่โมเดลขั้นตอนการศึกษาของรายงานดังกล่าว ไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่า การกักเก็บน้ำของเขื่อนในประเทศจีนส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำโขงแห้งผิดปกติในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างได้

ด้วยเหตุนี้ MRC จึงยังยืนยันว่า สาเหตุหลักของวิกฤตภัยแล้งในแม่น้ำโขงช่วงปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งผิดปกติทั่วทั้งลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง จากปรากฎการณ์ El Nino ซึ่งส่งผลให้ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างได้รับปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูมรสุมปี พ.ศ.2562 น้อยกว่าปกติกว่า 75% อีกทั้งฤดูฝนยังมาล่าช้ากว่าปกติกว่า 2 สัปดาห์ และสิ้นสุดไวกว่าปกติถึง 3 สัปดาห์

“แม้ว่าเขื่อนในประเทศจีนจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในลุ่มน้ำโขงตอนล่างจริง หากแต่เราไม่อาจจะสรุปได้ว่าปรากฎการณ์น้ำโขงแล้งในช่วงปีที่ผ่านมา เกิดจากอิทธิพลของเขื่อนจีนโดยตรง จำเป็นที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลอุทกศาสตร์ทั้งลุ่มน้ำเสียก่อน” MRC ระบุ

เพียรพร ดีเทศน์ ผู้อำนวยการรณรงค์ประเทศไทย องค์กรแม่น้ำนานาชาติ กล่าวว่า จากรายงานของทั้ง Eyes on Earth และ MRC ต่างเห็นตรงกันว่าเขื่อนตอนบนในจีน ส่งผลกระทบให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงขึ้นลงผิดฤดูกาล โดยทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นในหน้าแล้ง และกลับลดลงในช่วงหน้าฝน เพราะเขื่อนกักเก็บน้ำในจีนมีวัตถุประสงค์การใช้งานหลักเพียงเพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้า และการเดินเรือสินค้าของจีนในแม่น้ำโขงเท่านั้น

เธอชี้ว่า ข้อโต้แย้งในประเด็นดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาหลักของการร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรในลุ่มแม่น้ำโขง คือการขาดความเข้าใจของทั้งจีน ทั้ง MRC และรัฐบาลของประเทศลุ่มน้ำโขง ต่อมิติด้านระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมของแม่น้ำโขง ซึ่งขับเคลื่อนสอดคล้องไปตามท่วงทำนองของการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล จนทำให้เกิดวิกฤตความเสื่อมสลายของทรัพยากร และระบบนิเวศแม่น้ำ ที่จุนเจือผู้คนตลอดทั้งลุ่มน้ำอย่างน้อย 60 ล้านใน 4 ประเทศตอนล่าง

“สิ่งที่เขื่อนจีนได้สร้างหายนะทางระบบนิเวศแม่น้ำโขงตอนบน คือแม่น้ำโขงผันผวนอย่างหนัก สองวันน้ำขึ้น สามวันน้ำลง ส่งผลกระทบต่อการอพยพของปลาธรรมชาติ การวางไข่ของนก การเกษตรริมฝั่งของชุมชนลุ่มน้ำโขงตอนล่าง 2 ล้านครัวเรือน เป็นต้น” เพียรพร กล่าว

นก
นกแอ่นทุ่งเล็ก จะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่บนหาดทรายกลางแม่น้ำโขงในช่วงฤดูแล้ง เป็นหนึ่งในสายพันธุ์สัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากผลกระทบของเขื่อน //ขอบคุณภาพจาก: บึงกาฬรักนก

นอกจากนี้ เธอยังระบุว่า MRC ยอมรับในรายงานว่า ประสบปัญหาขาดข้อมูลการใช้น้ำและการบริหารงานเขื่อน ทั้งจากจีน และจากประเทศสมาชิก จนเห็นผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่เขื่อนไซยะบุรีในลาวเริ่มผลิตไฟฟ้าเมื่อเมษายน ปีที่ผ่านมา โดยพบว่าแม่น้ำโขงที่ท้ายเขื่อน ตั้งแต่เมืองปากลายในลาว ไปถึงพรมแดนไทยลาว ที่ จ.เลย และ จ.หนองคาย เกิดปรากฎการณ์น้ำแห้งวูบ น้ำขึ้นพรวด ในชั่วข้ามคืน ทั้งที่ไม่มีฝนตก

รายงาน MRC ระบุว่า ข้อมูลอุทกศาสตร์และการจัดการน้ำในแต่ละเขื่อนที่ MRC มีอยู่ในขณะนี้ ไม่เพียงพอที่จะพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขงในระยะสั้นได้ ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้สามารถวางแผนการจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มแม่น้ำโขงได้อย่างสมบูรณ์ขึ้น MRC เสนอให้ ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศควรเปิดเผยและแลกเปลี่ยน ข้อมูลน้ำตลอดจนการดำเนินงานของโครงการชลประทานของตนในลุ่มน้ำโขง ระหว่างกันให้มากกว่านี้

นอกจากนี้ MRC ยังจำเป็นที่จะต้องประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิดมากขึ้นกับประเทศจีน เพราะจนถึงบัดนี้ รัฐบาลจีนเปิดเผยข้อมูลน้ำในลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนให้กับ MRC จากเพียง 2 สถานีตรวจวัด เฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง