ปาฐกถาวันปกป้องโลก เกรต้าเตือน อย่าให้วิกฤตโควิดทำให้หลงลืมวิกฤตโลกร้อน

Greta Thunberg กล่าวเรียกร้องเนื่องในวันปกป้องโลก เน้นย้ำประชาคมโลกให้เรียนรู้จากวิกฤตการระบาดไวรัส COVID-19 เพื่อหาทางร่วมแก้ปัญหาวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

Greta Thunberg กล่าวเรียกร้องเนื่องในวันปกป้องโลก ประจำปี ค.ศ.2020 ณ กรุงสตอกโฮมล์ ประเทศสวีเดน // ขอบคุณภาพจาก: Nobel Prize

เมื่อวันที่ 22 เมษายน เยาวชนนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดัง Greta Thunberg กล่าวในงานพูดคุยออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากพิพิธภัณฑ์รางวัลโนเบล ณ กรุงสตอกโฮมล์ ประเทศสวีเดน เนื่องในโอกาสวันปกป้องโลก (Earth Day) ประจำปี ค.ศ.2020 โดยระบุว่า แม้ว่าปัจจุบัน สังคมโลกกำลังมุ่งความสนใจและเร่งรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไปทั่วโลก  เรายังต้องเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ซึ่งเป็นวิกฤตร้ายแรงที่ประชาคมโลกจำเป็นต้องร่วมมือกันแก้ไขโดยเร่งด่วนเช่นกัน

“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง มันไม่ได้ชะลอลงในช่วงโควิดนี้ เราต้องรับมือวิกฤตสองอย่างพร้อมกันให้ได้” 

เธอชี้ว่า แม้หลายคนจะมองว่าวิกฤต COVID-19 ส่งผลด้านบวกต่อสิ่งแวดล้อม หลังจากกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะการเดินทางข้ามประเทศ การเดินทางไปทำงาน หรือธุรกิจอุตสาหกรรม ต้องหยุดชะงัก จนส่งผลให้มลพิษ และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศลดลงอย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ทว่านั่นไม่ใช่เรื่องน่ายินดี ด้วยเพราะวิกฤตการระบาดไวรัส COVID-19 เป็นโศกนาฏกรรมของผู้คนมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น กิจกรรมการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษในช่วงนี้ เป็นเพียงการหยุดชั่วคราว ไม่ได้เปลี่ยนแปลงระบบอย่างยั่งยืน

วิกฤตโควิดตอนนี้ เป็นเสมือนแว่นขยายสิ่งที่ใหญ่กว่า ชี้ให้เห็นว่าโรคระบาดเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตปัจจุบันที่ทำลายธรรมชาติและระบบเศรษฐกิจปัจจุบันเปราะบางเพียงไรยามเกิดวิกฤต ยิ่งไปกว่านั้น วิกฤตโควิดยังเป็นเสมือนแบบทดสอบให้คนทุกคนได้เรียนรู้วิธีรับมือวิกฤตที่ใหญ่กว่านั้นในวันข้างหน้า 

“โคโรน่าไวรัสเปลี่ยนวิธีการมองวิกฤตให้กับของเรา วิกฤตสอนให้เราฟังนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ วิกฤตทำให้เราตัดสินใจไม่ทำตามใจตัวเอง แต่ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสังคมส่วนรวม วิกฤตทำให้เราลุกขึ้นมาร่วมมือกัน นี้เป็นทัศนคติที่ฉันหวังว่าจะแพร่หลายในสังคม” เธอกล่าว

Greta กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่เราต้องการตอนนี้คือการตระหนักถึงวิกฤตร่วมกัน เราแต่ละคนต่างมีพลังในการสร้างความเปลี่ยนแปลง เพื่อแก้ไขวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าคนๆ หนึ่งจะมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชีวิตประจำวันได้ แต่เราทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ขึ้นด้วยการส่งเสียงเรียกร้อง ส่งต่อข้อมูล เล่าให้เพื่อนฟัง เริ่มต้นเคลื่อนไหวออนไลน์เพื่อผลักดันรัฐบาลและบริษัทต่างๆ ให้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน  

โปสเตอร์ Earth Day 2020 // ขอบคุณภาพจาก: Nasa

นอกจากปีนี้จะตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี วันปกป้องโลก ซึ่งเริ่มต้นจากการรณรงค์ประเด็นปัญหามลพิษทางอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ.2513 จนนำไปสู่การออกกฎหมายและจัดตั้งองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม 

ปี พ.ศ.2563 นี้ยังเป็นวาระครบรอบ 4 ปี ของข้อตกลงปารีส ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่นานาประเทศจะมาประชุมร่วมกันเพื่อทบทวนแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านมา และยกระดับการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ให้บรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ครึ่งหนึ่ง เพื่อรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ภายในปี ค.ศ.2030 

อย่างไรก็ตาม Johan Rockström อาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์โลกและผู้จัดการ Potsdam Institute ศูนย์วิจัยผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศเยอรมนี กล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่งภายในปี ค.ศ.2030  ประชาคมโลกต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 7.6% ทุกปี หากแต่นักวิทยาศาสตร์คาดว่า อัตราการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปีนี้จะอยู่แค่ราว 4% แม้ว่าจะมีการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ช่วงโควิดในหลายประเทศก็ตาม

Johan  ชี้ว่า ภารกิจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ต้องคำนึง ดังนั้นถึงแม้ว่าจะสามารถลดการปล่อยได้ตามอุดมคติ แต่ยังมีความเสี่ยงว่าอุณหภูมิโลกจะยังคงเพิ่มขึ้น

ในสถานการณ์โรคระบาด การประชุมโลกร้อน COP26 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญให้ผู้นำได้มาหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกาศเลื่อนจัดงานจากช่วงพฤศจิกายนปีนี้ไปหนึ่งปี เป็นกลางปีค.ศ. 2021 

ในสถานการณ์โรคระบาด นักวิชาการเชื่อว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากวิกฤตโควิดจะทำให้ประเทศต่างๆ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มยิ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เห็นได้จากวิกฤตฟองสบู่แตกปีค.ศ. 2009 ปีดังกล่าว การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 1% ทว่าปีถัดมา ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับตีกลับเพิ่มขึ้นกว่า 5%

ในสถานการณ์โรคระบาด รัฐบาลหลายประเทศและบริษัทหลายแห่งได้แสดงท่าทีชะลอความตั้งใจเดิมที่จะหาทางรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 

แต่ในขณะเดียวกัน ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดก็มีเรื่องน่ายินดี

ประเทศในสหภาพยุโรปหลายประเทศร่วมลงชื่อ ผลักดันให้ European Green Deal แผนปฏิรูปเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมกลายเป็นแกนในการร่างแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด

รัฐสภาเกาหลีใต้โหวตผ่านด้วยคะแนนท่วมท้นให้ประเทศนำแผน Green Deal ของยุโรปมาปรับใช้ เพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหลือศูนย์ในอีกสามสิบปี

และในสถานการณ์โรคระบาด พื้นที่พูดคุยเรื่องวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเรื่องราวสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้ย้ายจากท้องถนนมาบนโลกออนไลน์ที่ผู้คนจากทั่วโลกเข้าถึง