กรีนพีชเผย มลพิษทางอากาศร้ายไม่แพ้โควิด ทำเศรษฐกิจไทยเสียหายหลักแสนล้าน

รายงานกรีนพีชตอกย้ำชัดว่ารัฐบาลต้องไม่ละเลยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ เผย ในปี พ.ศ.2562 มลพิษทางอากาศใน 6 หัวเมืองใหญ่สร้างความสูญเสียทางสุขภาพและเศรษฐกิจให้่กับประเทศไทยกว่า 200,000 ล้านบาท แถมเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อและป่วยหนักจากไวรัส COVID-19 มากขึ้น 

เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2563 กรีนพีซ ประเทศไทย เปิดเผยผลการวิจัยร่วมกับแอพพลิเคชั่นตรวจวัดคุณภาพอากาศ AirVisual พบว่า ในปี พ.ศ.2562 ปัญหามลพิษทางอากาศสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 200,000 ล้านบาท 

มลพิษทางอากาศ
มลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

รายงานฉบับนี้ยังเปิดเผยว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ได้รับความเสียหายทางสุขภาพและเศรษฐกิจจากมลพิษทางอากาศมากที่สุดในประเทศไทย โดยคิดเป็นมูลค่าโดยประมาณ 5,965 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 194,932 ล้านบาท ในขณะที่เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น สมุทรสาครและระยอง เป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศรุนแรงรองลงมา

กรีนพีช ระบุว่า มลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก จนนำไปสู่ความเสียหายทางเศรษฐกิจหลากหลายรูปแบบ เช่น การเจ็บป่วยที่เกิดจากมทลพิษทางอากาศ ทำให้ผู้ป่วยต้องหยุดเรียน หยุดงาน เพิ่มรายจ่ายด้านสุขภาพ และทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจถดถอย

จากการคำนวณและคาดการณ์ต้นทุนผลกระทบของมลพิษทางอากาศทั้งจากฝุ่น PM2.5 และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) แบบเรียลไทม์ โดยใช้ฐานข้อมูลคุณภาพอากาศระดับพื้นดินแบบรายชั่วโมง มาคำนวณด้วยอัลกอริทึ่มชุดเดียวกัน กรีนพีซยังเผยต่อว่า สถานการณ์ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมลพิษทางอากาศยังคงมีแนวโน้มรุนแรงต่อเนื่องในปีนี้ 

โดยจากการคำนวณพบว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2563 เป็นต้นมา กรุงเทพมหานครได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจจากพิษฝุ่นควันแล้วกว่า 1,954 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 63,000 ล้านบาท ซ้ำยังทำให้คนกรุงกว่า 5,000 คนเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  ในขณะที่เชียงใหม่มีมูลค่าความเสียหายที่ 413,268,885 เหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 1,070 คนโดยประมาณ

มลพิษทางอากาศ
ความเสียหายจาก PM2.5 ในแง่เศรษฐกิจและอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คำนวณโดยกรีนพีซ ประเทศไทย / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ณิชา เวชพานิช

ผลการศึกษาของกรีนพีช สอดคล้องกับ ผลการประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากฝุ่น PM2.5 ระหว่างช่วงวันที่ 5 มกราคม- 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ซึ่งเปิดเผยว่า มลพิษฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ก่อให้เกิดค่าเสียโอกาสด้านสุขภาพ ด้านการท่องเที่ยว และค่าเสียโอกาสของภาคธุรกิจอื่นที่อาจได้รับผลกระทบจากการที่ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รวมราว 3,200–6,000 ล้านบาท

เช่นเดียวกับรายงานเมื่อปีพ.ศ. 2562 โดย รศ. ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งยืนยันว่าต้นทุนความเสียหายทางเศรษฐศาสตร์จากฝุ่น PM10 ของกรุงเทพฯ จะมีมูลค่าสูงถึง 446,023 ล้านบาทในปี พ.ศ.2560 โดยคำนวณจากมูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายเพื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศดี จึงอาจประเมินได้ว่าฝุ่น PM2.5 ที่มีขนาดเล็กกว่าและสามารถนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้มากจะมีต้นทุนความเสียหายสูงกว่า PM10

ผลการวิจัยข้างต้นแสดงให้เห็นว่าฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ขณะเดียวกันงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่ามลพิษทางอากาศนั้นมีผลต่อสุขภาพปอด เป็นผลให้ผู้อยู่อาศัยในบริเวณมีมลพิษอากาศมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจเพิ่มมากขึ้น เช่น ไวรัสโควิด-19 ซึ่งกำลังระบาดอยู่ ณ ปัจจุบัน

ในช่วงวิกฤต Covid-19 รัฐบาลต้องไม่ละเลยในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ (Public Policy) ที่มีความสำคัญ นั่นคือ การยกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศและการป้องกันมลพิษทางอากาศที่แหล่งกำเนิดที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันให้กับคนในสังคม อากาศดีคือ รากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” วริษา สี่หิรัญวงศ์ หัวหน้าโครงการขออากาศดีคืนมา กรีนพีซ ประเทศไทย แสดงความเห็น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง