เขื่อนกระทบอนาคต เยาวชนกะเหรี่ยงวอนรัฐหยุดโครงการผันน้ำยวม

กลุ่มเยาวชนกะเหรี่ยงชี้โครงการผันน้ำจะฆ่าแม่น้ำยวม ทำลายวิถีชีวิตชุมชน ส่งผลกระทบต่ออนาคตของเยาวชนชาวกะเหรี่ยง ด้านกรมชลประทานระบุ โครงการยังอยู่ในขั้นกระบวนการศึกษาเท่านั้น

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2563 เครือข่ายชุมชนชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำภูมิพล หรือ โครงการผันน้ำยวม ตลอดแนวโครงการ ร่วมกันจัดพิธีบวชป่า 3 ศาสนา คัดค้านโครงการผันน้ำยวม ณ บ้านแม่เงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องในวันหยุดเขื่อนโลก

กะเหรี่ยง
สมาชิกเครือข่ายเยาวชนกะเหรี่ยง ศิรินยา พิกุลแก้ว / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

เนื่องในโอกาสนี้ หนึ่งในเครือข่ายเยาวชนกะเหรี่ยงศิรินยา พิกุลแก้ว กล่าวว่า อนาคตของเยาวชนในชุมชนท้องถิ่นกำลังตกอยู่ในความไม่แน่นอนจากผลกระทบของโครงการดังกล่าว เนื่องจากการสร้างเขื่อนเพื่อยกระดับน้ำ และสูบเข้าสู่ระบบอุโมงค์ไปเติมน้ำในเขื่อนภูมิพล จะทำให้ชุมชนหลายครัวเรือน ตลอดจนพื้นที่ทำกินจำนวนมากต้องจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้วิถีชีวิตประชาชนท้องถิ่นต้องถูกทำลาย

“แม่น้ำยวมถือเป็นแหล่งทรัพยากรหลักของชุมชน วิถีชีวิตของเราผูกพันกับสายน้ำแห่งนี้ เราหาปลา ใช้น้ำ ทำการเกษตร ตลอดจนใช้ลำน้ำเป็นเส้นทางขนส่ง หากภาครัฐสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยวม ก็เท่ากับว่าเป็นการทำลายวิถีชีวิตที่พึ่งพิงกับสายน้ำยวม ทำให้ชีวิตของพวกเราตกอยู่ในความเสี่ยง เราอาจจะต้องโยกย้ายถิ่นอาศัย ครอบครัวแตกสาแหรกขาด” ศิรินยา กล่าว

“เราไม่อยากได้เขื่อน เราไม่อยากได้อุโมงค์ผันน้ำ ตอนนี้บ้านเรามีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ดีอยู่แล้ว เราต้องการที่จะรักษาสายน้ำที่เป็นเสมือนวิถีชีวิตของเรา”

บวชป่า
พิธีบวชป่า / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

โครงการเขื่อนน้ำยวม และอุโมงค์ผันน้ำยวม เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยกรมชลประทาน ซึ่งมีแนวคิดที่จะแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนภูมิพล และลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยจะสูบผันน้ำส่วนเกินจากแม่น้ำยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีปริมาณน้ำมากในฤดูฝน ผ่านระบบอุโมงค์เพื่อไปเติมไว้ในเขื่อนภูมิพลที่ จ. ตาก ด้วยปริมาณเฉลี่ย 1,795 ล้านลูกบาศก์เมตร / ปี

ข้อมูลจากกรมชลประทานระบุเพิ่มเติมว่า แนวอุโมงค์ผันน้ำจะมีความยาวทั้งหมด 61.52 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติแม่เงา และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 4 แห่ง สำหรับพื้นที่ปากอุโมงค์จะมีการก่อสร้างเขื่อนน้ำยวม ซึ่งจะเป็นเขื่อนหินถมดาดคอนกรีตสูง 69.5 เมตร มีความจุอ่างเก็บน้ำปริมาตร 68.74 ล้านลูกบาศก์เมตร กินพื้นที่ 3.32 ตารางกิโลเมตร โดยงบประมาณที่วางไว้สำหรับทั้งโครงการประมาณ 80,000 ล้านบาท

สุริยันต์ ทองหนูเอียด ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ให้ความเห็นว่า โครงการผันน้ำนี้ไม่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาน้ำแล้ง เพราะเมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จะพบว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการไม่คุ้มค่ากับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตประชาชนที่จะเกิดขึ้น

“เราไม่ควรที่จะแก้ปัญหาน้ำแล้งในที่หนึ่ง โดยการผันเอาน้ำมาจากอีกที่หนึ่ง ซึ่งจะเป็นการผลักปัญหาจากอีกสถานที่ไปยังอีกสถานที่ การจัดการน้ำที่ดีที่สุดควรเป็นการจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากกว่า” สุริยันต์ กล่าว

เขาตั้งข้อสังเกตว่า โครงการผันน้ำยวมนี้ไม่ใช่โครงการใหม่ แต่มีการผลักดันมาก่อนตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 – 2538 แล้ว แต่ในที่สุดก็ต้องพับแผนไป เพราะได้รับเสียงคัดค้านจากภาคประชาชนมาก อย่างไรก็ดีโครงการในลักษณะดังกล่าวมักถูกนำมารื้อฟื้น จัดทำใหม่ในยุคสมัยของรัฐบาลที่มีลักษณะอำนาจนิยม ซึ่งมักเป็นช่วงที่พลังของภาคประชาชนถูกกำราบจนอ่อนแอ

แม่น้ำยวม
แม่น้ำยวมบริเวณนี้จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำหากโครงการเขื่อนน้ำยวม และอุโมงค์ผันน้ำยวม ก่อสร้างแล้วเสร็จ / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ในขณะเดียวกันในพิธีดังกล่าว ประถม ทองปอ นายช่างโยธาอาวุโส สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 1 กรมชลประทาน ได้เข้ามารับฟังความเห็นและข้อวิตกกังวลจากประชาชนท้องถิ่นในระหว่างงานพิธีเช่นกัน

ประถม ยืนยันว่า โครงการอุโมงค์ผันน้ำยวมยังจะต้องมีการศึกษาอีกมาก และจะต้องผ่านการพิจารณารายงานศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก่อน โดยเขายืนยันว่า ประชาชนในท้องที่จะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการพัฒนาโครงการ และจะต้องมีการทำประชาพิจารณ์โครงการก่อนการสร้างแน่นอน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง